ใครอยากเป็นเชฟ หรือทำงานด้านอาหาร ย่อมต้องรู้จักโรงเรียนสอนทำอาหารชั้นนำอย่างเลอ กอร์ดอง เบลอ (Le Cordon Bleu) แน่นอน ขนาดมิสที่ไม่ใช่สาย foodie ยังรู้จัก!
วันนี้ Hotcourses Thailand ขอพามุดก้นครัว พลิกกระทะ ตะหลิวไปทำความรู้จัก Le Cordon Bleu แบบถึงแก่น ใครอยากทำตามแพชชันด้านอาหาร ต้องอ่านรายงานนี้ค่ะ

ข้อมูลทั่วไปของ Le Cordon Bleu
Le Cordon Bleu (เลอ กอร์ดอง เบลอ) เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านศิลปะการปรุงอาหาร การบริการ และการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปี 1895
Le Cordon Bleu เป็นหนึ่งในโรงเรียนด้านศิลปะการทำอาหารที่ดีที่สุดในโลก โดยการจัดอันดับจาก World Culinary Awards
ปัจจุบัน Le Cordon Bleu มีสถาบันทั้งหมด 35 แห่ง ใน 20 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส (ปารีส) สหรัฐอเมริกา (บอสตัน ชิคาโก้ ดัลลัส ลาส เวกัส ลอส แองเจิลลิส ฯลฯ) ออสเตรเลีย (ซิดนีย์ แอดิเลด เมลเบิร์น บริสเบน) นิวซีแลนด์ แคนดา มาเลเซีย อังกฤษ (ลอนดอน) สเปน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เม็กซิโก เปรู ตรุกี เลบานอน ฟิลิปปินส์ อินเดีย บราซิล จีน ไต้หวัน และไทย (กรุงเทพ)
สาขาที่ Le Cordon Bleu เปิดสอน
คอร์สของ เลอ กอร์ดอง เบลอ นั้นครอบคลุมศาสตร์ด้านการปรุงอาหาร การบริการและการท่องเที่ยวมาก เพราะมีคอร์สให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
Grand Diplôme เป็นคอร์สสอนทำอาหารแบบฝรั่งเศสแบบเข้มเข้นและครอบคลุม ถือเป็นใบเบิกทางในการมีอาชีพด้านนี้ดีๆ เลย
Cuisine สอนตั้งแต่ทักษะเบื้องต้นจนถึงทักษะขั้นสูงในการทำอาหารที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับการทำอาหารทุกแบบ ตั้งแต่การทำอาหารฝรั่งเศส อาหารนานาชาติและเทรนด์ที่เกิดขึ้นในโลกการทำอาหาร
Pastry & Confectionery คอร์สสอนทำขนมและของหวาน สอนตั้งแต่ทักษะการทำขนมเบื้องต้นจนถึงขั้นสูง การจัดวางและการตกแต่งขนม
Bakery, Danish pastries & Artisan Breads สอนเทคนิคการทำขนมปังฝรั่งเศสและขั้นตอนในการทำขนมปัง การอบขนม Danish และขนมปังแบบ Artisan ในวัฒนธรรมอื่นๆ รวมไปถึงเทคนิคการหมักยีสต์ขั้นสูงด้วย
Hospitality Management & Gastronomy สอนการบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต ภัตตาคาร คาเฟ่ คอร์สนี้จะเน้นไปที่การปฏิบัติการ การบริการธุรกิจเพื่อนำไปใช้ในอุสหกรรมท่องเที่ยวและอาหาร
Wine & Spirits คอร์สนี้ไม่ได้เน้นแค่ไวน์ แต่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮออล์ทุกชนิด โดยจะสอนให้รู้ว่าควรดื่มและเสิร์ฟอย่างไรให้ได้อรรถรสดีที่สุด วิชามีตั้งแต่การจับคู่อาหารกับไวน์และการบริหารจัดการไวน์
Cuisines of the world คอร์สนี้เน้นไปที่อาหารท้องถิ่น โดยจะคล้ายๆ กับคอร์ส diploma แต่จะเน้นไปที่ทักษะปฏิบัติมากกว่า
Gastronomy & Nutrition อาหารต้องมาคู่กับโภชนาการ คอร์สนี้จึงเน้นไปที่เทรนด์ของอาหารและการกิน ว่าสัมพันธ์กันอย่างไรกับสุขภาพ นอกจากนี้ยังสอนเรื่องการดัดแปลงและสร้างอาหารจานใหม่ๆ โดยคำนึงถึงการกินตามฤดูกาลและความยั่งยืนด้วย
Culinary Arts & Business สอนการสร้างและบริหารจัดการธุรกิจการทำอาหาร (ซึ่งมีการแข่งขันสูงมาก) คอร์สนี้จะเน้นไปที่การปูพื้นฐานความรู้และการกินอาหารคู่กับไวน์ในบริบทจาก ‘ฟาร์มสู่จาน’ และการนำความรู้ไปใช้ในการจัดการธุรกิจอาหาร
Continuing Education เป็นคอร์สสำหรับคนที่มีความรู้แล้ว อยากมาเพิ่มทักษะและหาความรู้ขั้นสูงกว่า
Gourmet & short courses เป็นคอร์สสำหรับ beginner ที่มีความสนใจด้านอาหาร มีคอร์สให้เลือกได้แบบเพราะเป็นคอร์สระยะสั้น
Cheese คอร์สสั้นๆ ที่เน้นเรื่อง ‘ชีส’ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชีส การทำชีส และการกินชีสคู่กับไวน์และเครื่องดื่มอื่นๆ
Tourism, Convention & Events คอร์สที่เน้นไปด้านการท่องเที่ยวล้วนๆ โดยมี concept ว่าจะทำอย่างไรให้สถานที่หนึ่งๆ เป็น great destination ที่น่าประทับใจ
บางคอร์สมีเปิดสอนทั้งแบบในโรงเรียนและแบบออนไลน์
ดูคอร์สอื่นๆ ทั้งหมดได้ที่ https://www.cordonbleu.edu/programmes/en
ค่าเทอม Le Cordon Bleu
ค่าเทอมแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ละคอร์ส (Certificate, Diploma, Degree) และความยาวของคอร์สที่มีตั้งแต่เรียน 2 ปี, 15 เดือน, 6 เดือน และ 27 เดือน (มีฝึกงานอีก 6 เดือน)
Le Cordon Bleu Australia ค่าเทอมจะอยู่ที่ AU$12,428-$63,505 ขึ้นอยู่กับคอร์ส
Le Cordon Bleu Canada ค่าเทอมอยู่ที่ CAD 29,850-$63,000
Le Cordon Bleu New Zealand ค่าเทอมอยู่ที่ NZD13,200-37,500
ส่วนในประเทศไทย Le Cordon Bleu ใช้ชื่อว่า เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ค่าเทอมเริ่มต้น 262,500 - 1,485,880บาท ขึ้นอยู่กับคอร์สและระยะเวลา
ทุนการศึกษาจาก Le Cordon Bleu
ในแต่ละประเทศ มีทุนการศึกษาให้ไม่เหมือนกัน
ที่ Le Cordon Bleu ในนิวซีแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Wellington มีทุนการศึกษา Bachelor of Culinary Arts & Business Scholarship for all International Students ให้แก่นักเรียนต่างชาติที่สมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีด้าน Culinary Arts & Business ด้วย โดยทุนเป็นทุนบางส่วนมูลค่า NZ$8,040.00
อ่านเพิ่มเติม https://www.cordonbleu.edu/new-zealand/international-student-scholarships/en
โอกาสทำงานในต่างประเทศ
Chef เป็นอาชีพที่อยู่ใน Long-term skill shortage list และ skill level classification list ของนิวซีแลนด์ ส่วนในออสเตรเลียนั้นในเขต West Australia, South Australia, Northern Territory, และ New South Wales นั้นอาชีพนี้เป็นอาชีพขาดแคลน
อาชีพคนอบขนมปัง (Baker) เป็นอาชีพที่อยู่ในลิสต์ Regional Skill Shortage list เช่นกัน อาชีพนี้ขาดแคลนในทั่วภูมิภาคของนิวซีแลนด์ และยังอยู่ใน Skill level classification list ที่ใช้สะสมพ้อยได้ด้วย ส่วนในออสเตรเลีย Baker ก็เป็นอาชีพขาดแคลนเช่นกัน นอกจากนี้อาชีพคล้ายๆ กันอย่างคนทำขนมหวาน (Pastrycook) ก็ขาดแคลนด้วย
ประสบการณ์เรียนต่อ Le Cordon Bleu
มาถึงประสบการณ์เรียนต่อของชาวเน็ตบ้างค่ะ เริ่มจาก เรียน Le Cordon Bleu ที่ดุสิต หรือที่ Australia จะคุ้มกับเงินที่เสียไปไหมคะ
คุณ Josephine est le Chat บอกว่า “Le Cordon Bleu สอนโดยเชฟต่างชาติ สอนด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลัก บางทีก็ฝรั่งเศส มีล่ามแปลภาษา ถ้าจะฝึกภาษาเรียนที่นี่ก็ได้ฝึกเต็มๆ
เรียนที่นี่ก็ได้ฝึกงานที่เครือดุสิตธานี ส่วนจะมีส่งไปฝึก ตปท รึเปล่าไม่ทราบ คือที่อดิเลด ออสเตรเลีย เราไม่รู้จักนะว่าชื่อเสียงระดับไหน แต่ Le Cordon Bleu นี่ตามความรู้สึกของเราคือมีชื่อเสียงมาก สาขามีทั่วโลกในประเทศใหญ่ๆ อย่างฝรั่งเศสซึ่งน่าจะเป็นสาขาแรกรึเปล่าไม่รู้”
คุณ EuroFighter บอกว่า "เรียน กองดอนเบลอ คุณจะได้เรียนพื้นฐานเบสิคของเครื่องปรุงทั้งหมด ทำให้คนที่เรียนจะสามารถพลิกแพลง สร้างสรร เมนูอาหาร ได้เยอะมาก แล้วใบcertificated ของที่นี่เป็นใบเบิกทางได้ค่ะ แต่ต้องแล้วแต่ความสามารถ และพรสวรรค์ ด้วยนะคะ”
ในอีกกระทู้ เลือก le cordon bleu ที่ไหนดีคะ london or paris
คุณ สมาชิกหมายเลข 805203 “เราเพิ่งเรียนจบมาจาก le cordon bleu Paris ค่ะ เราเรียนทำขนมและรู้แต่ที่ฝรั่งเศสอ่ะค่ะ เราก็ไม่มีประสบการณ์มาก่อนแต่ก็เรียนได้ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเค้าจะเริ่มสอนตั้งแต่เริ่มต้นปรับพื้นฐานให้เท่ากัน
หลังจากเรียนใกล้จบ ทางโรงเรียนจะหาที่ฝึกงานให้ค่ะ เป็นเวลา 2 เดือน ค่ะ เราสามารถระบุได้ว่าอยากฝึกงานที่ไหน อย่างเพื่อนๆเราเค้าก็ระบุไปเลยว่าอยากฝึกที่ Laduree หรือที่ Pierre Herme อะไรประมาณนี้ แต่ทำงานฟรีนะค่ะ ไม่ได้เงิน เวลาเรียนเชฟจะพูดภาษาฝรั่งเศส แต่จะมีผู้แปลเป็นภาษาอังกฤษให้ค่ะยืนอยู่ข้างๆ แต่ตอนฝึกงานเราต้องได้ภาษาฝรั่งเศสบ้างนะค่ะ เพราะเชฟที่ฝรั่งเศสมากกว่า 90% พูดอังกฤษไม่ได้ค่ะ
ตอนเทอมสุดท้ายเรามีเพื่อนที่ย้ายมาจาก Le cordon bleu ที่อังกฤษ ก็ได้พูดคุยและได้รู้ว่าขนมที่สอนในแต่ละประเทศจะไม่เหมือนกันทั้งหมด100% สมมติว่า ทางโรงเรียนสอนขนม100 ชนิด จะมีขนม ประมาณ20-30 ชนิด(อันนี้เป็นจำนวนคร่าวๆนะค่ะ) ที่เป็นขนมที่แตกต่างไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศอ่ะค่ะ ความเห็นส่วนตัวเรานะค่ะ”
5 คอร์สสายอาชีพที่ขาดแคลนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เรียนจบไม่ตกงาน