ส่องชาวเน็ตฝรั่งมองอันดับ Times Higher Education ranking กันอย่างไร

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ส่องชาวเน็ตฝรั่งมองอันดับ Times Higher Education ranking กันอย่างไร

share image

ศุกร์นี้ยังไหวกันอยู่มั้ยคะ

    ไหน เหนื่อยมั้ย นั่งๆ หาน้ำเย็นๆ กินให้ชื่นใจแล้วมาอ่านรายงานนักสืบของมิสกันค่ะ!

 

    มิส หรือ Miss Detective Diva เป็นนักสืบดิจิทัลที่คัดสรรคข้อมูล ย่อยข้อมูลและความคิดเห็นที่น่าสนใจของชาวเน็ต ในประเด็นการเรียนต่อนอก ประเด็นไหนเป็นเผือกร้อน มิสพร้อมลุยค่ะ ส่วนออฟฟิศมิสก็คือ Hotcourses Thailand นี่แหละ!

 

    มาค่ะ ขออัพเดตข่าวล่าสุดเลยคือ Times Higher Education (THE) ได้ปล่อย World University Ranking ปี 2022 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดออกมาแล้ว! วันนี้เราจะมาเจาะลึกการจัดอันดับของ Times กัน ไปดูกันว่าชาวเน็ตฝั่งอินเตอร์เค้าคิดเห็นยังไงกับการจัดอันนี้

 

    ก่อนอื่นมาดูอันดับปีนี้กันก่อน โดยมหาลัยที่ขึ้นแท่นแชมป์ก็คือ University of Oxford ซึ่งได้รับตำแหน่งนี้ติดต่อกัน 6 ปีแล้ว อันดับต่อๆ มา คือ

 

    2. California Institute of Technology (=2)

    3. Harvard University (=2)

    4. Stanford University

    5. University of Cambridge (=5)

    6. Massachusetts Institute of Technology (=5)

    7. Princeton University

    8. University of California, Berkeley

    9. Yale University

    10. University of Chicago

 

    สังเกตว่ามหาลัยที่ติด Top 10 นี่เป็นมหาลัยฝั่งตะวันตกที่ตั้งอยู่ในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาเป็นหลักเลย โดยมีมหาลัยจากอเมริกาว่า 8 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นมหาลัยจากไอวี่ลีกด้วย ส่วนสองมหาลัยจากอังกฤษก็อยู่ใน Russell Group ด้วย แถม 10 อันดับมหาลัยนี้ก็ไม่มีหน้าใหม่เลย หน้าเก่าก็วนๆ กันอยู่ใน Ranking นี้แหละ 

 

    ส่วนถ้าไล่มาดู Top 30 ปีนี้มหาลัยจากเอเชียเข้ารอบมา 4 แห่ง ตามลำดับดังนี้

    16. Peking University

    17. Tsinghua University

    21. National University of Singapore

    30. University of Hong Kong

 

    นอกจากนี้ปีนี้ยังมีการเอาผลกระทบของ Covid-19 มาใช้ในการจัดอันดับด้วยนะ เพราะงานวิจัยสำคัญก็เน้นไปที่การผลิตวัคซีนและการจัดการวิกฤติ โดยมหาลัยแชมป์อย่าง Oxford ก็มีการคิดค้น AstraZeneca ที่เรารู้ๆ กัน

 

    เอาล่ะ วอร์มอัพกันมาสักพักแล้ว มาดูกันว่าชาวเน็ตคิดเห็นยังไงบ้างเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาลัยที่ทำกันมาช้านาน ความเห็นของคุณ Robin Wake บอกว่า “ก่อนอื่นเลยนะ การจัดอันดับมหาลัยพวกนี้ก็เหมือนกันการจัดอันดับนางแบบนั่นแหละที่จะใช้ข้อมูลแค่ส่วนสูง ตาหรือจมูด โดยไม่มองภาพรวมใหญ่จริงๆ

 

    “แต่ถึงจะบอกอย่างนั้น ข้อมูลบางจุด (จากการจัดอันดับ) ก็พอจะมีประโยชน์อยู่ แต่ใน Ranking 50-100 นี่จะมีส่วนที่ข้อมูลไม่แม่นอยู่ เช่นในอันดับ 50-100 มหาลัยมันไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น”

 

    ในขณะที่การจัดอันดับของ QS จะเน้นไปที่ประสบการณ์ของนักเรียนมากที่สุด โดยจะนำความหลากหลายและสัดส่วนนักเรียนต่างชาติ สัดส่วนนักเรียนในคณะและชื่อเสียงต่อนายจ้าง (ซึ่งก็ไม่เป็นกลาง) ทำให้ Ranking นี้จะเหมาะกับนักเรียนที่ไม่ต้องการเรียน/ทำวิจัยต่อ หรือคนที่อยากไปทำงานเลย 

 

    “ส่วนการจัดอันดับของ Times จะเน้นไปที่การวิจัยมากกว่า โดยจะแบ่งสัดส่วนของงานวิจัยและประสบการณ์นักเรียน ในขณะที่การสอนก็ไม่ค่อยเอามาใช้เป็นเกณฑ์

 

    การจัดอันดับของของ Times จึงเหมาะกับคนที่อยากจะเรียนหรือทำวิจัยต่อ หรือคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าหลังเรียนจบจะทำอะไร เพราะการจันอับดับ Times เน้นเรื่องการวิจัยของมหาลัยมากๆ ซึ่งการวิจัยนี้ก็ไม่ใช่สำหรับนักเรียนปริญญาโทหรือเอกเท่านั้นนะ แต่การทำวิจัยตอนปริญญาตรีก็ถือเป็นก้าวที่สำคัญเช่นกัน แถมยังมีประโยชน์กับคนที่จะเรียนสายศิลป์ด้วย เพราะสามารถดูคอร์สที่ใช้การสอนในคลาส (taught) หรือสอนแบบวิจัยหรือแบบผสมก็ได้”

 

    อื้อหือ ปังมาก เห็นภาพเลยค่ะ 

 

    อีกความเห็นคือของคุณ Otto Barret ที่มาเสริมนิดหน่อยว่าการจัดอันดับ QS นั้น 40% เป็นการจัดอันดับการรับรู้แบรนด์มหาลัยมากกว่า โดยไม่ได้นำด้านวิชาการมาเกี่ยวมากนัก 

 

    โดยเกณฑ์ที่ Times Higher Education ใช้ในการจัดอันดับนนั้นมี 13 อัน แบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ

 

  • Teaching (which evaluates the learning environment) 30%
    • Reputation survey (15%)
    • Student to staff ratio (4.5%)
    • Doctorate to bachelor’s student ratio (2.25%)
    • Doctorates awarded to academic staff (6%)
    • Institutional income (2.25%)
  • Research (30%)
    • Reputation survey (18%)
    • Research income (6%)
    • Research productivity (6%)
  • Citations (influence of research) 30%
  • International Outlook (7.5%)
    • Proportion of international students (2.5%)
    • Proportion of international staff (2.5%
    • International collaboration (2.5%)
    • Industry income (transfer of knowledge) 2.5%

 

    จากความเห็นที่มิสส่องๆ มา ส่วนใหญ่ก็คิดว่าการจัดอันดับพวกนี้มันค่อนข้าง biased พอสมควรเลย อย่างคุณ Michael Colao บอกว่า “มันมีไม่การจัดอันดับที่ดีที่สุดหรอก ... อย่างของ THE ก็ใช้เกณฑ์การสอนกว่า 30% ซึ่งกว่าครึ่งเป็น reputation survey แล้ว”

 

    ส่วนคุณ Kip Purdy บอกว่า “จากมุมมองนักเรียนปริญญาตรี การจัดอันดับดูไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่  Ranking เป็นเหมือนกิมมิคมากกว่า”

 

    มิสขอมาต่อกันที่ความเห็นของคุณ Sreekar Sannapareddy อีกนิดนึง เพราะคิดว่าน่าสนใจดีค่ะ โดยเขาบอกว่า “อย่าไปจริงจังกับ Ranking (ไม่ว่าจะ rank ไหน) มากเลย เอาข้อมูลนี้เป็นแค่ข้อมูลตั้งต้นในการหาข้อมูลต่อไปดีกว่า

 

    เพราะถ้าความต้องการคุณในการเข้ามหาลัยคือเพื่อหางานทำหลังเรียนจบ การจัดอันดับพวกนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์มากนัก เพราะนี่ไม่ได้เป็นตัววัดสำคัญสำหรับผู้สมัครหลายคนเลย ยิ่งถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติที่อยากไปเรียนต่อนอกและทำงานที่นั่น ก็ไม่ต้องคิดมากกับการจัดอันดับพวกนี้ เพราะการจัดอันดับนี่วัดจากผลผลิตด้านการวิจัยของมหาลัยมากกว่า”

 

    “สิ่งที่คุณควรจะนึกถึงคือ

    1. มหาลัยหนึ่งจะดีหรือแย่กว่าที่อื่นๆ ได้ในคอร์สที่ต่างกันออกไป 

    2. ประเทศและการขอวีซ่าก็มีผลมากกับการที่คุณเป็นนักเรียนต่างชาติ เพราะบางประเทศก็ไม่อนุญาตให้คุณทำงานต่อหลังเรียนจบ

    3. ตลาดงานในแต่ละประเทศต่างกัน

    4. เมืองที่คุณอยู่ในประเทศนั้นๆ ก็มีผล

 

    ดังนั้นจงใช้ Ranking อย่างฉลาด อย่าให้มันบังตาเรา”

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.4K