Hi y’all
วันนี้มาพบกันวันเสาร์นะคะ
รายงานนักสืบของมิสว่าด้วยการหางานหลังเรียนจบในต่างประเทศ ในฐานะนักเรียนต่างชาติ มิสรู้ดีค่ะว่าประสบการณ์หางานหลังเรียนจบอาจเป็นอะไรต่างกันไปสำหรับแต่ละคน บางคนอาจสมัครไปที่แรกก็ได้เลย ในขณะที่บางคนสมัครไปไม่รู้กี่ที่ก็ไม่โดนเรียกสักที แถมยังมีวีซ่าที่ใกล้จะหมดแล้วเป็นเดดไลน์ด้วย
วันนี้มิสจะสืบหาประสบการณ์เหล่านี้ของนักเรียนต่างชาติคนอื่นๆ ไปดูว่าเค้ารับมือและผ่านสถานการณ์นั้นมาได้ยังไง
เริ่มจากกระทู้ job search in US as an international student... ที่จขกท. ซึ่งเป็นชาวเกาหลีใต้ ก็มั่นใจในความสามารถตัวเองนะ แต่โดนปฏิเสธการฝึกงานรัวๆ เลย คนอื่นๆ ที่มาตอบให้ความเห็นน่าสนใจดังนี้ค่ะ
คุณ EscapingLatino ให้คะแนะนำสั้นๆ แต่สำคัญมากว่า “สมัครงานไปเรื่อยๆ”
และแม้หลายบริษัทจะมีนโยบายรับคนที่ทำงานในอเมริกาได้เท่านั้น แต่ “ในฐานะนักเรียนต่างชาติที่เรียนกอยู่ในมหาลัยอเมริกา คุณสามารถทำงานช่วงซัมเมอร์กับ CPT (Curricular Practical Training - ประมาณฝึกงาน) ได้ และคุณยังมีเวลาอีกสองปีสำหรับ OPT ซึ่งเป็นช่วงที่คุณมีสิทธิทำงานในอเมริกา และจะทำบริษัทไหนก็ได้โดยไม่มีปัญหาด้านกฎหมาย”
สุดท้ายเค้าเสริมว่า “หลังจาก OPT หมดเวลาต่างหาก จะเป็นช่วงเวลาที่หางานจริงๆ เริ่มขึ้น”
คุณ Isderr บอกว่าตัวเองก็เคยเป็นนักเรียนต่างชาติเช่นกัน และไม่เคยฝึกงานมาก่อน ตอนที่เค้าเรียนจบก็โดน HR บริษัทบอกว่าโควต้าทำงานเต็มแล้ว แต่ “ฉันก็ยังหางานเรื่อยๆ” และหลังจากนั้นก็ได้งานหลังจากนั้น 1 เดือนแถมยังได้วีซ่าด้วย
คำแนะนำของเค้าก็คือ “อย่าไปโฟกัสที่บริษัทท็อปๆ อย่างเดียว ฉันเห็นหลายคนที่เริ่มงานในบริษิทเล็กๆ และค่อยๆ ย้ายที่ไปเรื่อยๆ”
สำหรับมิส เคสนี้จขกท. ค่อนข้างโชคดีตรงที่เค้าเรียนสาย coding ซึ่งเป็นหนึ่งสายงาน STEM ซึ่งจะได้ต่อ OPT รวมสูงสุดได้ถึง 3 ปี ทำให้มีเวลาหางานมากกว่าคนที่ไม่ได้เรียนสาย STEM ค่ะ
อีกหนึ่งกระทู้ที่มาบ่นเรื่องการหางาน Rant about finding work as an International Student โดยบอกเงื่อนไขการทำงานในฐานะนักเรียนต่างชาติในอเมริกาไว้ชัดเจนดีค่ะ ได้แก่
- ต้องทำงานในแคมปัสเท่านั้น
- แม้จะมี CPT แต่สาขาเราก็ต้องอนุญาตในการเทรนนิ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนด้วย
- OPT ก็ต้องหางานในสาขาที่ใกล้เคียงกับสาขาที่เราเรียน
- การทำงานอาสาบางครั้งก็ต้องใช้ SSN (Social Security Number) ซึ่งต้องมีเอกสารจากนายจ้างก่อน
คุณ ThePenistoneProblem บอกว่า “เรื่อง SSN นั้นช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะหลายแห่งที่ต้องการ SSN เพื่อยืนยันตัวตน เพราะแบบนี้ ในอนาคตถ้าคุณได้งานที่อยู่มหาลัย ให้ทำงานนั้นซะ (แม้จะเป็นงานฟู้ดคอร์ทก็ตาม) เพราะคุณจะได้ SSN หลังจากนั้นคุณก็สามารถไปหางานอื่นๆ ได้เพราะคุณก็ยังมี SSN อยู่”
คนนี้ยังอธิบายถึงการได้วีซ่าจ้างงาน หรือ H-1B อีกว่า “การที่หลายบริษัทลังเลที่จะจ้างพนักงานที่ต้องใช้ H-1B นั้นเพราะมีค่าใช้จ่ายสูง แค่ค่าธรรมเนียมเริ่มเต้นก็ปาไปหลายพันเหรียญแล้ว นี่ยังไม่รวมค่าจ้างด้านกฎหมายอีก นี่เป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นทุกๆ สามปี”
สุดท้ายเค้าแนะนำสถานที่อย่างแคนาดา ที่สามารถอพยพไปอยู่ด้วยระบบ point-based system
ย้ายมาฝั่งออสเตรเลียบ้างค่ะ International student struggling to find a job here :(
คุณ aviatorcathay บอกว่าตัวเองก็เป็นนักเรียนต่างชาติเช่นกัน “คุณจะหางานได้นั่นแหละ ต้องพยายามหน่อยนะ”
เค้าแนะนำว่า “ให้ทำ resume ให้เรียบง่าย ชัดเจนที่สุด ไม่ต้องเกิน 1 หน้า ข้อมูลเกินจำเป็นจะทำให้ resume เสียเปล่าๆ นอกจากนี้พยายามเช็ค Gumtree และ seek.com บ่อยๆ ด้วย”
ในกระทู้ “Is anyone else worried about finding a job after graduation?” ที่จขกท. และคนที่มตอบกระทู้เจอประสบการณ์คล้ายๆ กันคือเจอพิษโควิด-19 หลังเรียนจบ ทำให้หางานยาก
คุณ Jo5h96 ที่ใช้เวลาหลายเดือนหลังจากสำเร็จการศึกษากว่าจะได้งาน ซึ่งก่อนหน้าได้สมัครงานไป 35 ที่ ถูกเรียกสัมภาษณ์ทั้งหมด 3 ครั้งและได้งาน 1 ครั้ง พร้อมทั้งให้คำแนะนำว่าให้ใช้ LinkedIn และเสิร์ช Google สำหรับหางาน
ส่วนคุณ HokieNation456 ผู้จบการศึกษาธันวา 2019 และก็ประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคทันที เขาสมัครงานเป็นร้อยที่และก็ถูกปฏิเสธทุงาน แต่ก็ต้องมีความหวังว่าจะต้องได้สักงาน และนอกจากใช้ LinkedIn ยังสามารถติดต่อคนรู้จักโดยตรงที่ทำงานในสายงานเดียวกันเพื่อสอบถามข้อมูลด้วยก็ได้
กระทู้นี้พบว่าบางคนก็ใช้เวลาเป็นปี แต่ก็สุดท้ายก็ได้งาน คำแนะนำคือการสมัครงานออนไลน์หรือสอบถามจากบุคคลที่รู้จัก
มิสขอสรุปสั้นๆ เลยแล้วกัน ต้องยอมรับว่าการเป็นนักเรียนต่างชาติที่หางานหลังเรียนจบนั้นไม่ง่าย เพราะต้องแข่งกัน citizen ของเค้าและนักเรียนต่างชาติคนอื่นๆ อีก แต่คำแนะนำที่ปรากฎมาให้เห็นหลายครั้งก็คือ “อย่าเพิ่งยอมแพ้” ให้สมัครไปเรื่อยๆ หว่านไปเลย
พยายามใช้เว็บหางานในประเทศนั้นๆ อย่าไปยึดติดกับบริษัทชั้นนำอย่างเดียว เอาให้ได้งานก่อนหลังจากนั้นก็ค่อยขยับขยายไป
ขอให้ซิสๆ ทุกคนโชคดีค่ะ
วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ ช่วยให้ฝันการทำงานต่างประเทศเป็นจริงหรือไม่