ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

6 ประเทศที่ค่าเรียนถูกที่สุดสำหรับไปเรียนต่อ

share image

เวลาไปเรียนต่อนี่อะไรๆ ก็น่าตื่นเต้นไปหมด แต่พอพูดถึงเรื่องค่าเทอมนี่ก็ทำให้หน้ามืดไปได้ง่ายๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะในประเทศฮิตๆ ที่ตกแล้วปีละเป็นล้านอัพ เห็นแล้วอยากขายไตไปสมัครเรียนให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

วันนี้เราเลยขอพักจากค่าเทอมแสนแพง มาดูอะไรสบายตา สบายกระเป๋าตังค์มั่งดีกว่า อย่าง 6 ประเทศที่ว่ากันว่าค่าเทอมถูกและน่าไปเรียนที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติ มาเทียบกันเลยดีกว่า

 


 

 

นอร์เวย์

ไต้หวัน

เยอรมัน

ฝรั่งเศส

อินเดีย

มาเลเซีย

ค่าเทอมป.ตรี (ต่อปี)

ฟรี 

99,493-12,2105 บาท

ฟรี

6,029 บาท

12,059 - 90,448 บาท

120,598 บาท

ค่าเทอมป.โท

ฟรี

51,254 - 61,806 บาท

707,005 บาท

8,592 บาท

120,598 บาท

158,284-195,971บาท

ค่าครองชีพโดยรวมต่อปี

518,571 บาท

87,433 บาท

360,286 บาท

365,291-657,530 บาท

138,687 บาท

107,030 บาท


 

  • นอร์เวย์

 

เริ่มด้วยประเทศที่ค่าเรียนถูกม๊ากก (แต่ค่าครองชีพจะสวนทางหน่อยๆ) อย่างนอร์เวย์ ในส่วนของคุณภาพชีวิตที่นี่คือดีติดอันดับโลก ทั้งด้านความปลอดภัย การใช้ชีวิต รวมทั้งภูมิประเทศก็คือออกแนวกรีนๆ ธรรมชาติๆ ถึงแม้หน้าหนาวอาจจะหนาวไปหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ข้อด้อยอะไรเลยค่ะ

 

จุดเด่นของการเรียนที่นี่

  • เปิดให้นักเรียนเรียนฟรี และไม่จำกัดแค่คนในแถบยุโรปด้วย ดังนั้นชาวต่างชาติอย่างเราๆ ก็สามารถเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดส่วนใหญ่ของเค้าได้ค่ะ 

  • การศึกษาในทุกระดับชั้นมีการเรียนการสอนในภาษาอังกฤษด้วย ชาวต่างชาติไม่ต้องกังวลแม้จะพูด Nordic ไม่ได้

  • ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี-ดีมาก สำเนียงก็ฟังไม่ยากด้วย


 

  • ไต้หวัน

 

ประเทศเพื่อนบ้านที่หลายๆ คนคุ้นเคยกันอย่างดี ทั้งอาหารรสชาติถูกปาก ทั้งการเดินทางที่ไม่ไกลจากประเทศไทยมาก รวมถึงคุณภาพและระบบการศึกษาที่เริ่ดอยู่ นี่ก็นับเป็นเหตุผลที่น่าสนใจในการไปเรียนต่อที่นี่แล้วล่ะค่ะ 

 

จุดเด่นของการเรียนที่นี่

 

  • มีมหาวิทยาลัยติดอันดับโลกอย่าง National Taiwan University ที่ครองตำแหน่งมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกจาก QS World University Rankings® 2019

  • ถึงประเทศจะไม่ใหญ่แต่ก็มีมหาวิทยาลัยให้เลือกเยอะกว่า 40 แห่งและมีหลักสูตรมากกว่า 120 คอร์ส

  • ถ้าใครสนใจอยากฝึกภาษาจีน (แมนดาริน) เป็นภาษาที่สาม ที่นี่ช่วยได้แน่นอน

  • ค่าครองชีพต่อปีไม่แพงมาก เมื่อเทียบกับการไปเรียนต่อในประเทศอื่นๆ

 

 

  • เยอรมันนี

 

ประเทศสายสตรองจากฝั่งยุโรปที่แข็งแรงไปหมดซะทุกอย่าง ทั้งคุณภาพการศึกษา คุณภาพชีวิต ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยในระดับโลก นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็น เมืองแห่งความคิด (land of ideas) ที่เปิดกว้างให้กับทุกคนอีกด้วย แหม ฮอตจริงอะไรจริง

 

จุดเด่นของการเรียนที่นี่

  • ไม่เสียค่าเรียน ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก ในมหาวิทยาลัยเปิดทั้งหมด ยกเว้นมหาวิทยาลัยใน Baden-Württemberg 

  • ส่วนใครที่อยากไปต่อโท แต่ไม่ได้จบตรีจากเยอรมัน เค้าคิดค่าเทอมประมาณ $23,450 ต่อปี (ลองหาทุนดู มีเยอะอยู่ค่ะ)

  • ถึงผู้คนจะพูดภาษาเยอรมันเป็นหลัก แต่คนที่นี่ก็คล่องภาษาอังกฤษกันมาก และมีคอร์สสอนเป็นภาษาอังกฤษเยอะมากค่ะ

 

  • ฝรั่งเศส

 

เมืองแห่งความโรแมนติคที่ไม่ว่าจะไปมุมไหนมันก็สวยไปซะหมด (ยกเว้นใน Metro และในบางถิ่นที่น่ากลัวหน่อยๆ) เหมาะกับสายอาร์ตที่ชอบไปเสพความงดงามของบ้านเมืองและสถาปัตยกรรมต่างๆ นี่ยังไม่รวมอาหารที่อร่อยมากๆ และขนมที่กินได้ไม่เบื่อทุกวันอีกนะ พูดแล้วอยากจะไปขอเรียนเลยซะเดี๋ยวนี้

 

จุดเด่นของการเรียนที่นี่

  • ค่าเทอมสำหรับนักเรียนในประเทศและนักเรียนต่างชาติเท่ากัน ไม่คิดต่างชาติแพงกว่า //ไหว้ย่อขอบคุณ

  • ค่าครองชีพจะค่อนข้างสูงหน่อย ต้องคำนวนเงินกันดีๆ

  • แม้ว่าหลายๆ คอร์สจะสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่คนฝรั่งเศสจะพูดภาษาของเค้าเป็นหลัก ถ้าจะไปก็ขอให้ไปฝึก Bonjour กันให้คล่องก่อนนะคะ ไม่งั้นอาจจะใช้ชีวิตเหนื่อยนิดส์

 

  • อินเดีย

 

แดนภารตะที่อบอวลไปด้วยสเน่ห์นี่ไม่ใช่แค่ฮอตในด้านท่องเที่ยวอย่างเดียวนะคะ แต่ในสายตาชาวต่างชาติหลายๆ คนเค้าก็อยากไปลองใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน ถึงอินเดียจะยังไม่เป็นแหล่งยอดฮิตในการไปเรียนต่อของบ้านเราเท่าไหร่นัก แต่ประเทศนี้เค้าก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ

 

จุดเด่นของการเรียนที่นี่

  • การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ของประเทศ

  • ค่าครองชีพถูกมากถึงมากๆๆๆ 

  • โดดเด่นด้านไอทีมากๆ หลายๆ คนจบจากมหาวิทยาลัยในอินเดียแล้วไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยด้านไอทีแบบท็อปๆ ในอเมริกาและอังกฤษได้ด้วยนะคะ

 

  • มาเลเซีย

 

วกกลับมาที่ประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เรากันสุดๆ อย่างมาเลเซียกันบ้าง นอกจากภูมิประเทศ สภาพอากาศและอาหารการกินจะไม่แตกต่างจากบ้านเรามากเกินไปแล้ว ค่าเล่าเรียนที่นี่ยังถูกมากๆๆ อีกต่างหาก และค่าครองชีพก็ไม่แพงเลยด้วย อย่างเช่นถ้าจะไปอยู่ในเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ ว่ากันว่าใช้เงินแค่ราวๆ $3,550 ต่อปีก็อยู่ได้สบายๆ แล้วค่ะ

 

จุดเด่นของการเรียนที่นี่

  • มีหลายๆ มหาวิทยาลัยระดับโลกเค้ามีสาขาในประเทศมาเลเซียค่ะ อย่างเช่น  University of Nottingham ของอังกฤษ หรือ Monash University ของออสเตรเลีย ซึ่งก็แปลว่าเราไม่ต้องบินไปไกลถึงอังกฤษหรือออสเตรเลีย แต่ก็ได้ดีกรีจากมหาวิทยาลัยเหล่านั้นได้เหมือนกัน เก๋ไปอีก

  • ค่าครองชีพดีต่อใจมาก และคุณภาพชีวิตค่อนข้างดี


 

Credit: https://www.topuniversities.com/student-info/studying-abroad/10-most-affordable-places-study-abroad

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K