ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

อัพเดทวีซ่านักเรียนใน 3 ประเทศฮอต ที่หลายๆ คนอยากไปเรียนต่อ

share image

ตอนนี้สถานการณ์ในหลายๆประเทศเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายๆคนเริ่มหันมาดูเรื่องการเรียนต่อกันอีกครั้งหลังจากที่หยุดพักกันไปนาน แต่รู้มั๊ยคะว่า ตอนนี้มีกฎวีซ่าสำหรับนักเรียนต่างชาติออกมาใหม่มากมายเพื่อตอบรับกับสถานการณ์โควิด-19 ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีทั้งข่าวดีและข่าวไม่ดีค่ะ เพราะมีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ แต่บางประเทศก็หินขึ้นไปอีก วันนี้ Hotcourses Thailand เลยพาน้องๆมาอัพเดทสถานการณ์วีซ่านักเรียนใน 3 ประเทศสุดฮิตกันค่ะ ว่าแล้วก็ไปดูกันเล้ย

 

ประเทศออสเตรเลีย

 

เริ่มกันที่ประเทศยอดฮิตอย่างออสเตรเลีย ที่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ทางรัฐบาลออกมาประกาศการเปลี่ยนแปลงเรื่องวีซ่าสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนในประเทศออสเตรเลียค่ะ ข้อเปลี่ยนแปลงก็มีตามนี้ค่ะ

 

  • รัฐบาลจะกลับมาออกวีซ่าให้กับนักเรียนต่างชาติที่อาศัยอยู่นอกประเทศออสเตรเลียค่ะ ซึ่งหมายความว่าเมื่อออสเตรเลียเปิดประเทศให้บินเข้าได้เมื่อไหร่ นักเรียนต่างชาติที่ได้วีซ่าแล้วก็สามารถจัดแจงเรื่องการเดินทางแล้วเดินทางเข้ามาได้เลยค่ะ

  • สำหรับนักศึกษาที่อยากสมัคร post-study work visa หรือวีซ่าทำงานหลังจากเรียนจบ ทางรัฐบาลจะมีการผ่อนปรนเรื่องข้อกำหนดขั้นต่ำของผู้ที่ยื่นวีซ่าประเภทนี้ผ่านทางสถานศึกษาของออสเตรเลีย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆตามข้างล่างนี้ค่ะ

    • สำหรับนักศึกษาปัจจุบันหรือนักศึกษาใหม่ที่ถือวีซ่านักเรียน (Student visa) และกำลังเรียนออนไลน์หรือสมัครเรียนแบบออนไลน์ อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ทางรัฐบาลจะพิจารณานับเป็นกรณีเดียวกับนักศึกษาที่เรียนในประเทศออสเตรเลียค่ะ 

    • นักศึกษาที่เรียนจบแล้ว และได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ก็จะสามารถยื่นสมัครวีซ่าประเภทนี้ได้ และมีสิทธิ์จะได้วีซ่าแบบนักศึกษาที่เรียนจบแล้วชั่วคราว (Temporary Graduate subclass 485) ด้วยค่ะ

  • รัฐบาลจะยื่นเวลาให้กับนักเรียนต่างชาติที่ต้องยื่นผลการเรียนภาษา สำหรับนักเรียนต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้มีความล่าช้าหรือติดขัดในการยื่นผลการเรียนภาษา ทางรัฐบาลจะยืดเวลาเพิ่มให้กับนักศึกษาเหล่านี้ค่ะ ตรงนี้รวมไปถึงนักศึกษาที่โดนผลกระทบในระหว่างที่ีทำ biometric หรือการตรวจสุขภาพด้วยนะคะ 


 

ประเทศอังกฤษ

 

มากันที่ประเทศอังกฤษบ้างค่ะ ตอนนี้ Home Office ของประเทศอังกฤษก็ได้ออกมาประกาศว่า นักศึกษาที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศของตัวเองได้ เนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 จะได้รับการยืดเวลาวีซ่าของตัวเองให้อาศัยอยู่ต่อที่ประเทศอังกฤษได้ค่ะ โดยมีข้อแม้ว่า ต้องเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษอย่างถูกกฎหมาย และวีซ่าหมดอายุระหว่างวันที่ 24 มกราคม - 31 กรกฎาคม 2020 และไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เพราะโควิด-19 แต่เค้าก็เตือนไว้ด้วยนะคะ ว่าสำหรับใครที่ไม่เข้าข่ายนี้ แต่ยังอยู่เกินวันที่วีซ่าหมดอายุ ก็จะโดนส่งกลับประเทศทันที่ค่ะ 

สำหรับใครที่เข้าข่ายที่จะได้รับการต่ออายุวีซ่า ก็ขอให้ติดต่อไปที่ทีมอิมมิเกรชั่นของประเทศอังกฤษด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้อัพเดทข้อมูลได้อย่างถูกต้องค่ะ

 

 

ประเทศอเมริกา

 

ปิดท้ายกันด้วยประเทศที่ขาดไม่ได้อย่างอเมริกาค่ะ ช่วงนี้อเมริกาค่อนข้างจะเข้มงวดหนักซักหน่อย เพราะณ ตอนนี้ ถ้าคอร์สที่นักศึกษาเรียนอยู่เปลี่ยนมาเป็นคอร์สออนไลน์แบบเต็มตัว ทางรัฐบาลจะไม่อนุญาตให้นักศึกษาอยู่พำนักต่อในประเทศอเมริกาได้ค่ะ นอกจากว่าทางนักศึกษาจะทำการเปลี่ยนคอร์สและสมัครเรียนแบบคลาสเรียนในมหาวิทยาลัยแทน กฎใหม่อันนี้ยังครอบคลุมไปถึงผู้ที่ถือวีซ่าประเภท F-1 และ M-1 อีกด้วย

ทางอิมมิเกรชั่นของอเมริกาเอง (US Immigration and Customs Enforcement) ก็ได้ออกมาย้ำเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดค่ะว่า ถ้าใครฝ่าฝืนกฎตรงนี้ มีสิทธิ์ที่จะโดนส่งกลับประเทศได้ทันทีค่ะ ซึ่งกฎนี้ รวมไปถึงคนที่กำลังสมัครเรียนและอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกาด้วยนะคะ นั่นหมายความว่า ถ้านักศึกษาไม่ได้ตอบรับเข้าเรียนแบบในมหาวิทยาลัย ก็ต้องโดนส่งกลับเช่นกันค่ะ

ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีตัวเลขออกมาอย่างแน่ชัดว่ามีนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีนี้กี่คน แต่ก็เชื่อกันว่าน่าจะโดนผลกระทบกันมาก เพราะหลายๆมหาวิทยาลัย หลายๆคอร์สก็ได้เปลี่ยนมาสอนแบบออนไลน์กันอย่างเต็มรูปแบบแล้วค่ะ อย่างเช่น Harvard University ก็ได้ออกมาประกาศว่าคอร์สทั้งหมดของทางมหาวิทยาลัย จะเปลี่ยนไปเป็นแบบออนไลน์ค่ะ ซึ่งตรงนี้จะกระทบทั้งนักศึกษาใหม่และนักศึกษาที่พักอยู่ในมหาวิทยาลัยในตอนนี้ด้วยค่ะ

ในส่วนของโปรแกรมนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ดำเนินการโดย ICE ข้างต้น ก็ยังอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศต่อได้ในขณะที่เรียนคอร์สของปี 2020 นี้ค่ะ 

 

 

Credit: https://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-53315651https://www.studyinaustralia.gov.au/news/covid-19-student-visas-update, https://warwick.ac.uk/study/international/connect/updates/?newsItem=8a17841b732855ad017328641923009f

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.7K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K