6 เทคนิคพิชิตคณะบริหารฯ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

6 เทคนิคพิชิตคณะบริหารฯ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

share image

 

เพื่อน ๆ สนใจจะเรียนต่อ MBA ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกกันบ้างมั้ยคะ? วันนี้เราขอหยิบบทสัมภาษณ์ของคุณ Deepika Singh นักศึกษาชาวอินเดียที่เคยได้แชร์ประสบการณ์การสอบเข้าเรียนต่อที่ Kellogg School of Management ประเทศสหรัฐอเมริกา มาสรุปเป็น 6 เทคนิคพิชิตคณะบริหารฯ เพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

 

"ฉันสมัครเรียน MBA ที่มหาวิทยาลัยในอเมริกา 4 ที่ด้วยกัน (Harvard, Wharton, Kellogg, และ Duke Fuqua) และมีมหาวิทยาลัยที่ตอบรับถึง 2 ที่ และฉันก็กำลังจะเริ่มเรียนที่ Kellogg ในเทอมถัดไปแล้ว ดังนั้นฉันจะพยายามถ่ายทอดสิ่งที่อาจจะเป็นประโยชน์ในการสมัครเรียนให้กับทุกคนนะคะ

 

Business school หรือโรงเรียนธุรกิจหลายแห่งมักจะพิจารณานักศึกษาจากหลาย ๆ ปัจจัยประกอบกัน ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องทำทุก ๆ อย่างให้ดีที่สุดเสมอ"

 

เพื่อน ๆ ได้เห็นประวัติคร่าว ๆ ของเธอก็เริ่มจะสงสัยกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะว่าทำไมเธอถึงได้รับการตอบรับจาก Business school ชั้นนำของโลกถึงสองแห่งเลย ถ้าอย่างนั้นเราตามไปอ่านเทคนิคของเธอกันต่อข้างล่างกันเลยค่ะ

 

 

1. คะแนน GMAT 

 

ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ได้มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของคะแนนสอบ GRE แต่นักศึกษาชาวอินเดียและจีนก็มักจะทำในส่วนนี้ได้ดีมาก ๆ โดยเฉลี่ยคือ 720 คะแนนขึ้นไป ดังนั้นเพื่อน ๆ ก็ควรจะทำให้คะแนนให้เกินค่าเฉลี่ยนี้ด้วย และถ้ายิ่งเพื่อน ๆ ได้คะแนนต่ำกว่า 700 คะแนน เพื่อน ๆ ควรเตรียมตัวสอบใหม่เลยค่ะ สิ่งสำคัญก็คือเขาว่ากันว่าถ้าเราได้คะแนนมากกว่า 740 คะแนนก็จะช่วยให้การขอทุนเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ

 

 

 

2. ประวัติการเรียน

 

เป็นที่ทราบกันดีนะคะว่าประวัติการเรียนนับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญในการสมัครเรียนต่อ MBA ไม่ว่าจะเป็นเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX), ประกาศนียบัตร (Certificate) และรางวัลที่ได้รับ เพราะว่าสมรรถภาพที่ดีในอดีตสามารถเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในอนาคตได้ค่ะ

 

 

3. ประสบการณ์ทำงาน

 

เราเชื่อว่าข้อนี้อาจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มหาวิทยาลัยที่เพื่อน ๆ สนใจจะใช้พิจาณาในการรับนักศึกษาค่ะ Business school ทุกแห่งให้ความสำคัญกับผู้สมัครที่มีประสบการณ์ความเป็นผู้นำหรือการจัดการเสมอ ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรจะมองหาบทบาทที่เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้ลับคมทักษะในส่วนนี้ให้มาก ๆ ค่ะ ที่สำคัญก็คือเพื่อน ๆ อย่าลืมใส่ประสบการณ์ที่เพื่อน ๆ ได้เก็บเกี่ยวมาลงไปในเรียงความ (Essay) ของเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

 

นอกจากนั้นหากเพื่อน ๆ มีประสบกาณ์การทำงานมาแล้ว มหาวิทยาลัยยังมักจะต้องการจดหมายแนะนำ (Letter of recommendation) 1-2 ฉบับเพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ เพื่อน ๆ อาจต้องลองขอความช่วยเหลือจากเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้าดูนะคะ

 

 

 

4. กิจกรรมนอกหลักสูตร

 

เป็นที่รู้กันนะคะว่ามหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนการบริหารธุรกิจจะชื่นชอบผู้สมัครที่มีความสามารถในหลาย ๆ ด้าน ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรจะเข้าร่วมกิจกรรมอืื่น ๆ ที่นอกเหนือจากการเรียนหรืองานด้วยค่ะ กิจกรรมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นดนตรี การเต้น กีฬา หรืออื่น ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อการสมัครเรียนของเพื่อน ๆ แน่นอนค่ะ นอกจากนั้นกิจกรรมยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกับผู้อื่นอีกด้วยนะคะ และยิ่งถ้าเพื่อน ๆ ได้รับหน้าที่ที่แสดงถึงความเป็นผู้นำก็จะยิ่งดีเลยทีเดียวค่ะ แต่ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่สนใจกับการเรียนและการทำงานมากจนไม่ค่อยมีเวลามาทำกิจกรรมในส่วนนี้ก็ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ มหาวิทยาลัยยังต้องการคนหลากหลายแบบในชั้นเรียน MBA ของเขาค่ะ

 

 

5. วิสัยทัศน์ต่อเส้นทางการทำงาน

 

เพื่อน ๆ จะต้องคิดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนต่อ MBA ของเพื่อน ๆ ให้ดีและชัดเจนในทุก ๆ ด้านเลยนะคะ ตัวอย่างเช่น ทำไมเพื่อน ๆ ถึงอยากเรียนต่อ MBA ?, อะไรเป็นสิ่งที่ดึงดูดคุณ ?, คุณอยากเปลี่ยนไปทำงานในวงการใด ๆ หรือเปล่า เช่น งานที่ปรึกษา (consulting) ?, คุณอยากย้ายไปทำงานต่อที่ประเทศหรือเมืองใดหรือเปล่า ?, งานที่เพื่อน ๆ จะทำหลังเรียนจบต้องการทักษะอะไรที่เพื่อน ๆ ไม่มีบ้างไหม ? คำถามเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงถึงทัศนวิสัยของเพื่อน ๆ ที่มีต่อการเรียน MBA ค่ะ คุณ Deepika ใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเต็มในการค้นหาตัวเอง เธอได้เข้าไปพูดคุยกับผู้คนในวงการที่เธออยากจะไปต่อ และหาข้อมูลประกอบอีกนับไม่ถ้วน และนั่นก็ทำให้ตัวตนของเธอชัดเจนมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

6. เหตุผลที่เขาควรเลือกคุณ

 

เพื่อน ๆ จะต้องอธิบายให้ชัดเจนไปในใบสมัตรเลยค่ะว่าทำไมมหาวิทยาลัยถึงต้องเลือกรับคุณเข้าไปเรียน

 

เพื่อน ๆ ควรจะค้นคว้าข้อมูลของมหาวิทยาลัยที่เพื่อน ๆ สนใจ พูดคุยกับนักศึกษาปัจจุบันและศิษย์เก่า นี่ไม่เพียงทำให้เพื่อน ๆ เข้าใจแนวทางของมหาวิทยาลัยได้ดียิ่งขึ้น แต่ยังช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถรับรู้ความสนใจของตัวเราในด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยและเหตุผลที่เพื่อน ๆ เหมาะกับที่แห่งนี้ได้ดีด้วยค่ะ ซึ่งขอบอกตรงนี้เลยนะคะว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของอันดับ (Ranking) เช่น Kellogg และ Duke ถือว่าการทำงานเป็นทีมเป็นรากฐานที่สำคัญของกระบวนการเรียนรู้ ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับการทำงานกับคนอื่น สองมหาวิทยาลัยนี้ก็อาจไม่ใช่เป้าหมายของคุณค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K