เรียนการตลาด เรียนต่อ Marketing ภาษาอังกฤษ ทำงานการตลาด มาร์เก็ตติ้ง ศัพท์ภาษาอังกฤษ IELTS

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รวมศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนอยากเรียนต่อการตลาด (marketing) ต้องรู้ พร้อมแนะนำมหาวิทยาลัยสุดปังในสาขานี้

รวมศัพท์การตลาดที่ควรรู้ไว้ก่อนไปเรียนต่อหรือทำงานด้าน marketing และเปิดโผมหาลัยดีที่สุด 40

study marketing vocab

ถ้าจะให้ส่องรายชื่อสาขาที่มีคนอยากไปเรียนต่อกันเยอะที่สุด ขอบอกเลยว่า การตลาด หรือ marketing ต้องติดโผแน่นอน ไม่ว่าจะไปเรียนต่อประเทศไหน ระดับไหน ในแต่ละปีก็จะมีน้อง ๆ บินไปเรียนการตลาดกันแบบแน่นเอี้ยด สาเหตุหลักอย่างหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ marketing เป็นสาขาวิชาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพอื่น ๆ หรืองานอื่น ๆ ได้เยอะมาก เรียกว่าเรียนไปแล้วคุ้ม ได้ใช้แน่นอน 

ถ้าพูดถึงสาขา marketing หลาย ๆ คนที่สนใจด้านนี้อาจจะเคยเจอคำศัพท์การตลาดกันมาบ้าง บางคำก็สามารถเดาได้ แต่ได้บางคำได้ยินแล้วอาจจะเอียงคอว่า เอ๊ะ คำนี้คืออะไร ใช้ยังไงนะ วันนี้เรามาเจาะลึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าถ้าจะไปเรียนต่อการตลาด เรียนต่อ marketing หรือจะเริ่มทำงานในสายนี้กันค่ะ ขอกระซิบอีกนิดว่าคำศัพท์เหล่านี้อาจจะเจอในการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, TOEFL ในบางปีด้วยนะคะ มาเก็บศัพท์เข้าคลังกันค่า 

 

 

ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้ก่อนไปเรียนการตลาด (marketing)

 

branding guideline

  • Brand Guideline 

แบรนด์ไกด์ไลน์ คือเอกสารที่อธิบายรายละเอียดและองค์ประกอบทุกอย่างของแบรนด์ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะกลายมาเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นฟอนท์ โลโก้ สีที่ต้องใช้ แพคเกจจิ้ง การจัดวางดิสเพลย์ ข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ห้ามวางโลโก้สีนี้บนแบคกราวน์สีนั้น ควรใช้ฟ้อนท์นี้สำหรับ Header เท่านั้น เป็นต้น

Brand guideline มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะมาก จนหลาย ๆ คนเห็นแล้วอาจจะหน้ามืดก่อนอ่านจบ แต่ถึงจะดูเยอะ แต่ชาวมาร์เก็ตเทียร์หรือแบรนดิ้งควรต้องศึกษาและรู้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้เข้าใจแบรนด์และสามารถบรีฟกับเอเจนซี่ได้ต่อไปค่ะ 

 

  • Visibility 

คำนี้ใช้กันบ่อยมากๆในแวดวงมาร์เก็ตติ้งค่ะ ถ้าแปลตรงๆตัว visibility ก็คือการมองเห็น ซึ่งถ้าเค้าพูดถึง brand visibility นั่นหมายถึงการที่คนมองเห็นแบรนด์ของเรานั่นเองค่ะ และถ้าถามว่าคนจะเห็นแบรนด์ของเราได้ยังไง ก็ต้องบอกว่าเราต้องทำโฆษณา หรือแคมเปญการตลาดต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้คนมองเห็นแบรนด์ของเรานั่นเองค่ะ

 

campaign

 

  • Campaign Reach 

ทำแคมเปญโฆษณาออกไปทั้งที จะทำออกไปเฉยๆแล้วไม่ดูผลลัพธ์ไม่ด๊ายยย อย่างน้อยๆก็ควรต้องรู้ค่ะ ว่าแคมเปญของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากน้อยอย่างไร ตรงนี้นี่เองเลยเป็นจุดที่หลายๆคนควรจะตั้งเป้าหมายและเช็ค Campaign Reach หรือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญเราด้วยค่ะ เช่น เราลงทุนไป $1,000 Campaign reach เข้าถึงได้ 10,000 คน แสดงว่าแคมเปญของเราก็ตกแล้วอยู่ที่ 10 cents ต่อการเห็นหนึ่งคนค่ะ

 

  • Marketing Collateral 

อันนี้เห็นกันบ่อยมากเช่นกันค่ะ Marketing Collateral ก็คือตัวเอกสารหรือชิ้นงานมาร์เก็ตติ้งต่างๆทั้งหทดที่เรามี ที่ใช้สำหรับการขายงานหรือออกสื่อ เช่น พรีเซนเทชั่น โบร์ชัวร์ สติกเกอร์ เอกสารรายงานประจำปี เอกสารหรือสื่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับมาร์เก็ตติ้ง อยู่ในหมวดนี้หมดค่ะ

 

  • SEO 

ยุคนี้ไม่มีดิจิตัล มาร์เก็ตเทียร์คนไหนที่ไม่รู้จัก SEO ค่ะ คำนี้ย่อมาจาก Search Engine Optimisation หรือการปรับเนื้อหาในหน้าเพจของเว็บไซต์ เพื่อให้เข้ากับหลักการ search และช่วยให้เพจของเราแสดงผลใน search engine result ได้ดีขึ้นค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ เมื่อมีคนค้นคำว่า เสื้อผ้าเด็ก ใน Google ถ้าเราทำ SEO ได้ดี เว็บของเราก็จะขึ้นแสดงผลได้ตำแหน่งที่สูงค่ะ 

 

  • Big Data

แปลตรงๆตัวกันไปได้เลย ว่า Big data ก็คือการพูดถึงแหล่งดาต้าหรือข้อมูลที่ใหญ่มากๆ ส่วนใหญ่จะมาจากพฤติกรรมผู้บริโภค ที่นักการตลาดมักเอามาวิเคราะห์เพื่อหาไอเดียที่เป็นประโยชน์ในการทำแคมเปญค่ะ

 

click bait

 

  • Clickbait 

คลิกเบทคือการเขียนหัวข้อเฮดไลน์ที่จงใจให้คนคลิก ชนิดที่ว่าคนอ่านอ่านแค่หัวข้อแล้วต้องอยากคลิกเข้าไปอ่านบทความหรือคอนเทนท์นั้นๆทันที ตัวอย่างเช่น “This woman lost her dog. You’ll never believe what happened next”  เทคนิคนี้มักจะได้ผลในเรื่อง pageviews หรือกระตุ้น traffic ได้มากๆเลยค่ะ

 

  • Landing Page 

ศัพท์นี้น่าจะเป็นที่คุ้นเคยของชาวดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งอีกเช่นกัน เพราะ Landing page ก็คือหน้าเพจที่เราต้องการให้ลูกค้าคลิกหรือกดมาเจอจากโฆษณานั้นๆ เช่น เราอาจจะทำโฆษณาเกี่ยวกับลิปสติกรุ่นใหม่ ที่เมื่อกดแล้ว ก็มาที่ Landing page ที่รวมรายละเอียดและการสั่งซื้อลิปสติกรุ่นนั้นๆค่ะ

 

email blast

 

  • Email Blast

อีกหนึ่งเครื่องมือที่นักการตลาดชอบใช้ในยุคนี้ก็คือ Email blast ซึ่งก็คือการส่งอีเมล์การตลาดหาลูกค้าจำนวนมากในคราวเดียวกันนั่นเองค่ะ หลายๆธุรกิจอาจใช้ Email blast เพื่อส่งอีเมล์บอกโปรโมชั่นพิเศษกับลูกค้า หรือประกาศเมื่อมีสินค้าตัวใหม่ออกมาค่ะ

 

  • Native Advertising

โฆษณาที่มาในรูปแบบที่ไม่เหมือนโฆษณาค่ะ อันนี้คือเป็นการทำโฆษณาให้เนียนๆไปกับเนื้อหาหลักๆ หรือไม่แสดงออกโจ่งแจ้งว่าเป็นโฆษณานะ หลายๆธุรกิจเชื่อว่าทำให้โฆษณามีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น บิวตี้บล็อกเกอร์เขียนวิธีการกำจัดสิว 10 วิธี ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการโฆษณากลายๆให้กับบริษัทโฟมล้างหน้า เป็นต้น

 

 

  • A/B Testing

การทำ A/B Testing ในงานมาร์เก็ตติ้งถือเป็นเครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยค่ะ เพราะก็คือการทดลองทำแคมเปญในแบบต่างๆ เพื่อเทียบผลว่าแบบไหนได้ผลดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในงานดิจิตัลมาร์เก็ตติ้ง เช่น Search campaign และทำ A/B Testing เปรียบเทียบ keywords ที่ใช้ เพื่อดูว่าแบบไหนคนจะสนใจคลิกมากกว่านั่นเองค่ะ

 

  • Call-to-action (CTA)

หนึ่งในสิ่งสำคัญสุดๆของแคมเปญการตลาด ก็คือการที่เราต้องกำหนดว่าอยากให้กลุ่มเป้าหมายทำอะไรเมื่อเห็นแคมเปญของเรา เช่น อยากให้กลุ่มเป้าหมายคลิกเข้าไปอ่านต่อ หรือกดสั่งซื้อ หรือดูวิดิโอ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่เรียกว่า Call-to-action นั่นเอง ดังนั้น เวลาทำแคมเปญอะไร ควรคิดให้ดีว่าเราอยากได้ผลลัพธ์แบบไหนค่ะ

 

เรียนต่อ marketing ที่ไหนดี? รวมมหาวิทยาลัยที่ดังด้านการตลาด 40 อันดับแรกของโลก

อยากเรียนการตลาดในต่างประเทศ ควรเลือกเรียนที่ไหนดี มาดูมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านการตลาด 50 อันดับแรกของโลกกันค่ะ อันนี้เป็นผล ranking จาก QS Universitiy Ranking by Subject 2025: Marketing ค่ะ 

*หลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่ติดชาร์ตนี้มีพี่ ๆ เอเจ้นท์คนไทยเป็นตัวแทนตรงของทางสถาบันด้วยนะคะ พูดง่าย ๆ คือถ้าเราสนใจ สามารถติดต่อพี่ ๆ เอเจ้นท์ได้ แล้วพี่ ๆ จะสามารถช่วยให้คำปรึกษา รวมไปถึงช่วยทำเรื่องสมัครเรียนให้ได้ด้วย อันนี้แนะนำเลย 

 

อันดับ มหาวิทยาลัย Note
1 University of Cambridge  
2 University of Pennsylvania  
3 Massachusetts Institute of Technology (MIT)  
4 Stanford University  
5 Northwestern University  
6 National University of Singapore  
7 Bocconi University  
8 London Business School  
9 HEC Paris Business School  
10 INSEAD  
11 Columbia University  
12 Erasmus University Rotterdam  
13 Nanyang Technological University, Singapore (NTU Singapore)  
14 University of California, Berkeley (UCB)  
15 New York University (NYU)  
16 Yale University  
17 The University of Hong Kong  
=18 The London School of Economics and Political Science (LSE)
and
University of St.Gallen (HSG)
 
=20 Duke University
and
The University of New South Wales (UNSW Sydney)**
**The University of New South Wales (UNSW Sydney) มหาวิทยาลัยแนะนำ (ติดต่อพี่ ๆ เอเจ้นท์ได้เลย)
22 The Hong Kong Polytechnic University  
=23 Copenhagen Business School
and
Universitat Ramon Llull
 
25 Tecnológico de Monterrey  
26 Tsinghua University  
27 The University of Manchester  
28 Korea University  
29 The Hong Kong University of Science and Technology  
30 University of British Columbia  
=31 The University of Melbourne
and
The University of Warwick
ทั้งสองแห่งเป็นมหาวิทยาลัยแนะนำ (ติดต่อพี่ ๆ เอเจ้นท์ได้เลย)
33 University of California, Los Angeles (UCLA)  
34 Seoul National University  
35 University of Leeds  
=36 Monash University
and
University of Toronto
 
38 Fudan University  
39 The University of Sydney  
40 Shanghai Jiao Tong University  

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K