ถ้าจะให้ส่องรายชื่อสาขาที่มีคนอยากไปเรียนต่อกันเยอะที่สุด ขอบอกเลยว่า การตลาด หรือ marketing ต้องติดโผแน่นอน ไม่ว่าจะไปเรียนต่อประเทศไหน ระดับไหน ในแต่ละปีก็จะมีน้อง ๆ บินไปเรียนการตลาดกันแบบแน่นเอี้ยด สาเหตุหลักอย่างหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ marketing เป็นสาขาวิชาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพอื่น ๆ หรืองานอื่น ๆ ได้เยอะมาก เรียกว่าเรียนไปแล้วคุ้ม ได้ใช้แน่นอน
ถ้าพูดถึงสาขา marketing หลาย ๆ คนที่สนใจด้านนี้อาจจะเคยเจอคำศัพท์การตลาดกันมาบ้าง บางคำก็สามารถเดาได้ แต่ได้บางคำได้ยินแล้วอาจจะเอียงคอว่า เอ๊ะ คำนี้คืออะไร ใช้ยังไงนะ วันนี้เรามาเจาะลึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้าถ้าจะไปเรียนต่อการตลาด เรียนต่อ marketing หรือจะเริ่มทำงานในสายนี้กันค่ะ ขอกระซิบอีกนิดว่าคำศัพท์เหล่านี้อาจจะเจอในการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, TOEFL ในบางปีด้วยนะคะ มาเก็บศัพท์เข้าคลังกันค่า
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
ศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้ก่อนไปเรียนการตลาด (marketing)
-
Brand Guideline
แบรนด์ไกด์ไลน์ คือเอกสารที่อธิบายรายละเอียดและองค์ประกอบทุกอย่างของแบรนด์ ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะกลายมาเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจนและเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นฟอนท์ โลโก้ สีที่ต้องใช้ แพคเกจจิ้ง การจัดวางดิสเพลย์ ข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น ห้ามวางโลโก้สีนี้บนแบคกราวน์สีนั้น ควรใช้ฟ้อนท์นี้สำหรับ Header เท่านั้น เป็นต้น
Brand guideline มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะมาก จนหลาย ๆ คนเห็นแล้วอาจจะหน้ามืดก่อนอ่านจบ แต่ถึงจะดูเยอะ แต่ชาวมาร์เก็ตเทียร์หรือแบรนดิ้งควรต้องศึกษาและรู้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้เข้าใจแบรนด์และสามารถบรีฟกับเอเจนซี่ได้ต่อไปค่ะ
-
Visibility
คำนี้ใช้กันบ่อยมากๆในแวดวงมาร์เก็ตติ้งค่ะ ถ้าแปลตรงๆตัว visibility ก็คือการมองเห็น ซึ่งถ้าเค้าพูดถึง brand visibility นั่นหมายถึงการที่คนมองเห็นแบรนด์ของเรานั่นเองค่ะ และถ้าถามว่าคนจะเห็นแบรนด์ของเราได้ยังไง ก็ต้องบอกว่าเราต้องทำโฆษณา หรือแคมเปญการตลาดต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้คนมองเห็นแบรนด์ของเรานั่นเองค่ะ
-
Campaign Reach
ทำแคมเปญโฆษณาออกไปทั้งที จะทำออกไปเฉยๆแล้วไม่ดูผลลัพธ์ไม่ด๊ายยย อย่างน้อยๆก็ควรต้องรู้ค่ะ ว่าแคมเปญของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากน้อยอย่างไร ตรงนี้นี่เองเลยเป็นจุดที่หลายๆคนควรจะตั้งเป้าหมายและเช็ค Campaign Reach หรือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญเราด้วยค่ะ เช่น เราลงทุนไป $1,000 Campaign reach เข้าถึงได้ 10,000 คน แสดงว่าแคมเปญของเราก็ตกแล้วอยู่ที่ 10 cents ต่อการเห็นหนึ่งคนค่ะ
-
Marketing Collateral
อันนี้เห็นกันบ่อยมากเช่นกันค่ะ Marketing Collateral ก็คือตัวเอกสารหรือชิ้นงานมาร์เก็ตติ้งต่างๆทั้งหทดที่เรามี ที่ใช้สำหรับการขายงานหรือออกสื่อ เช่น พรีเซนเทชั่น โบร์ชัวร์ สติกเกอร์ เอกสารรายงานประจำปี เอกสารหรือสื่ออะไรที่เกี่ยวข้องกับมาร์เก็ตติ้ง อยู่ในหมวดนี้หมดค่ะ
-
SEO
ยุคนี้ไม่มีดิจิตัล มาร์เก็ตเทียร์คนไหนที่ไม่รู้จัก SEO ค่ะ คำนี้ย่อมาจาก Search Engine Optimisation หรือการปรับเนื้อหาในหน้าเพจของเว็บไซต์ เพื่อให้เข้ากับหลักการ search และช่วยให้เพจของเราแสดงผลใน search engine result ได้ดีขึ้นค่ะ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราขายเสื้อผ้าเด็กออนไลน์ เมื่อมีคนค้นคำว่า เสื้อผ้าเด็ก ใน Google ถ้าเราทำ SEO ได้ดี เว็บของเราก็จะขึ้นแสดงผลได้ตำแหน่งที่สูงค่ะ
-
Big Data
แปลตรงๆตัวกันไปได้เลย ว่า Big data ก็คือการพูดถึงแหล่งดาต้าหรือข้อมูลที่ใหญ่มากๆ ส่วนใหญ่จะมาจากพฤติกรรมผู้บริโภค ที่นักการตลาดมักเอามาวิเคราะห์เพื่อหาไอเดียที่เป็นประโยชน์ในการทำแคมเปญค่ะ
-
Clickbait
คลิกเบทคือการเขียนหัวข้อเฮดไลน์ที่จงใจให้คนคลิก ชนิดที่ว่าคนอ่านอ่านแค่หัวข้อแล้วต้องอยากคลิกเข้าไปอ่านบทความหรือคอนเทนท์นั้นๆทันที ตัวอย่างเช่น “This woman lost her dog. You’ll never believe what happened next” เทคนิคนี้มักจะได้ผลในเรื่อง pageviews หรือกระตุ้น traffic ได้มากๆเลยค่ะ
-
Landing Page
ศัพท์นี้น่าจะเป็นที่คุ้นเคยของชาวดิจิตัลมาร์เก็ตติ้งอีกเช่นกัน เพราะ Landing page ก็คือหน้าเพจที่เราต้องการให้ลูกค้าคลิกหรือกดมาเจอจากโฆษณานั้นๆ เช่น เราอาจจะทำโฆษณาเกี่ยวกับลิปสติกรุ่นใหม่ ที่เมื่อกดแล้ว ก็มาที่ Landing page ที่รวมรายละเอียดและการสั่งซื้อลิปสติกรุ่นนั้นๆค่ะ
-
Email Blast
อีกหนึ่งเครื่องมือที่นักการตลาดชอบใช้ในยุคนี้ก็คือ Email blast ซึ่งก็คือการส่งอีเมล์การตลาดหาลูกค้าจำนวนมากในคราวเดียวกันนั่นเองค่ะ หลายๆธุรกิจอาจใช้ Email blast เพื่อส่งอีเมล์บอกโปรโมชั่นพิเศษกับลูกค้า หรือประกาศเมื่อมีสินค้าตัวใหม่ออกมาค่ะ
-
Native Advertising
โฆษณาที่มาในรูปแบบที่ไม่เหมือนโฆษณาค่ะ อันนี้คือเป็นการทำโฆษณาให้เนียนๆไปกับเนื้อหาหลักๆ หรือไม่แสดงออกโจ่งแจ้งว่าเป็นโฆษณานะ หลายๆธุรกิจเชื่อว่าทำให้โฆษณามีความน่าสนใจมากขึ้น เช่น บิวตี้บล็อกเกอร์เขียนวิธีการกำจัดสิว 10 วิธี ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการโฆษณากลายๆให้กับบริษัทโฟมล้างหน้า เป็นต้น
รวมศัพท์เจอบ่อยใน IELTS reading part
ชี้เป้าหลักสูตรป.โทด้านการตลาด ธุรกิจและบริหาร ค่าเรียนไม่ถึงล้าน
รวมค่ากินอยู่ก็ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท
5 อาชีพการตลาดแห่งอนาคต เงินเดือนแรง ไม่กลัวตกงาน
-
A/B Testing
การทำ A/B Testing ในงานมาร์เก็ตติ้งถือเป็นเครื่องมือสำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยค่ะ เพราะก็คือการทดลองทำแคมเปญในแบบต่างๆ เพื่อเทียบผลว่าแบบไหนได้ผลดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในงานดิจิตัลมาร์เก็ตติ้ง เช่น Search campaign และทำ A/B Testing เปรียบเทียบ keywords ที่ใช้ เพื่อดูว่าแบบไหนคนจะสนใจคลิกมากกว่านั่นเองค่ะ
-
Call-to-action (CTA)
หนึ่งในสิ่งสำคัญสุดๆของแคมเปญการตลาด ก็คือการที่เราต้องกำหนดว่าอยากให้กลุ่มเป้าหมายทำอะไรเมื่อเห็นแคมเปญของเรา เช่น อยากให้กลุ่มเป้าหมายคลิกเข้าไปอ่านต่อ หรือกดสั่งซื้อ หรือดูวิดิโอ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่เรียกว่า Call-to-action นั่นเอง ดังนั้น เวลาทำแคมเปญอะไร ควรคิดให้ดีว่าเราอยากได้ผลลัพธ์แบบไหนค่ะ
เรียนต่อ marketing ที่ไหนดี? รวมมหาวิทยาลัยที่ดังด้านการตลาด 40 อันดับแรกของโลก
อยากเรียนการตลาดในต่างประเทศ ควรเลือกเรียนที่ไหนดี มาดูมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านการตลาด 50 อันดับแรกของโลกกันค่ะ อันนี้เป็นผล ranking จาก QS Universitiy Ranking by Subject 2025: Marketing ค่ะ
*หลาย ๆ มหาวิทยาลัยที่ติดชาร์ตนี้มีพี่ ๆ เอเจ้นท์คนไทยเป็นตัวแทนตรงของทางสถาบันด้วยนะคะ พูดง่าย ๆ คือถ้าเราสนใจ สามารถติดต่อพี่ ๆ เอเจ้นท์ได้ แล้วพี่ ๆ จะสามารถช่วยให้คำปรึกษา รวมไปถึงช่วยทำเรื่องสมัครเรียนให้ได้ด้วย อันนี้แนะนำเลย
| อันดับ | มหาวิทยาลัย | Note |
| 1 | University of Cambridge | |
| 2 | University of Pennsylvania | |
| 3 | Massachusetts Institute of Technology (MIT) | |
| 4 | Stanford University | |
| 5 | Northwestern University | |
| 6 | National University of Singapore | |
| 7 | Bocconi University | |
| 8 | London Business School | |
| 9 | HEC Paris Business School | |
| 10 | INSEAD | |
| 11 | Columbia University | |
| 12 | Erasmus University Rotterdam | |
| 13 | Nanyang Technological University, Singapore (NTU Singapore) | |
| 14 | University of California, Berkeley (UCB) | |
| 15 | New York University (NYU) | |
| 16 | Yale University | |
| 17 | The University of Hong Kong | |
| =18 | The London School of Economics and Political Science (LSE) and University of St.Gallen (HSG) |
|
| =20 | Duke University and The University of New South Wales (UNSW Sydney)** |
**The University of New South Wales (UNSW Sydney) มหาวิทยาลัยแนะนำ (ติดต่อพี่ ๆ เอเจ้นท์ได้เลย) |
| 22 | The Hong Kong Polytechnic University | |
| =23 | Copenhagen Business School and Universitat Ramon Llull |
|
| 25 | Tecnológico de Monterrey | |
| 26 | Tsinghua University | |
| 27 | The University of Manchester | |
| 28 | Korea University | |
| 29 | The Hong Kong University of Science and Technology | |
| 30 | University of British Columbia | |
| =31 | The University of Melbourne and The University of Warwick |
ทั้งสองแห่งเป็นมหาวิทยาลัยแนะนำ (ติดต่อพี่ ๆ เอเจ้นท์ได้เลย) |
| 33 | University of California, Los Angeles (UCLA) | |
| 34 | Seoul National University | |
| 35 | University of Leeds | |
| =36 | Monash University and University of Toronto |
|
| 38 | Fudan University | |
| 39 | The University of Sydney | |
| 40 | Shanghai Jiao Tong University |