Hi y’alllll เป็นไงกันบ้างคะ ศุกร์นี้ เหนื่อยกันมั้ยยย มิสกลับมาอีกแล้ว
สัปดาห์ที่แล้วมิสพูดแตะๆ เกี่ยวกับการสอบ IELTS ไปนิดหน่อย วันนี้มิสจะมาเจาะลึกการเลือกสถานที่สอบ IELTS กันค่ะ เพราะรู้ว่ามาหลายคนถามจะไปสอบ IELTS ที่ไหนดี? มีเมืองในบ้างที่เปิดสอบ ชาวเน็ตว่าไงบ้าง มาดูกัน!
เกริ่นก่อนว่าในประเทศไทยนั้นมีสองเจ้าที่เปิดให้สอบ IELTS นั่นคือ IDP และ British Council โดยสามารถดูรายละเอียดของทั้งสองเจ้าได้ที่
IDP - https://www.ielts.idp.co.th/index_th.aspx
British Council - https://www.britishcouncil.or.th/exam/ielts
โดยทั้งสองที่ราคาสอบเท่านั้น อยู่ที่ 6,900 บาทสำหรับการสอบแบบ academic
เอาล่ะ มาดูกันว่าเสียงชาวเน็ตจะเป็นยังไง เริ่มจาก สอบ IELTS ที่ไหนดีคะ ระหว่าง British และ IDP โดยคุณ jojokang บอกว่า ตัวเองนั้นเลือกสอบกับ IDP แต่จากการหาข้อมูลมาพบว่า
“1 ข้อสอบมีการเช็คมาตรฐานแล้ว สอบที่ไหนก็เหมือนกัน
2 listening ของ IDP เป็นห้องรวม ของ British เป็นหูฟัง
3 speaking ขึ้นกับว่าจะเจอฝรั่งคนไหน สำเนียงแบบไหน เค้าถูกชะตาจะใส่คะแนนให้เราขนาดไหน (อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัว)
4 บางคนบอกว่า British ยากกว่า แต่ก็ข้อ 1. เค้าว่ากันแบบนั้น เพื่อนที่สอบ 2 ที่แอบบอกว่า IDP ดูง่ายกว่า แต่ข้อ 1. เค้าว่าแบบนั้น”
คุณสมาชิกหมายเลข 1181564 บอกว่า
“ตอนผมสอบ IELTS ผมเลือกสอบ British ครับ Listening หูฟังปกติครับ เท่าที่ผมสังเกต ไม่มีใครยกมือเปลี่ยนหูฟังเลย ยกเว้นแต่ว่า จะมีปัญหาที่ตัวกระจายเสียง(มีครั้งนึง ยกมือกันพรึ่บ เพราะตัวกระจายเสียง มีเสียงรบกวน) แฟนผมสอบ IDP เค้าบอกว่า Listening ขึ้นอยู่กับที่นั่งด้วยครับ ถ้าต้องฟังให้ชัดจริงๆ ผมว่าที่นั่งก็มีผลนะ”
คุณ DarKZodiarK บอกว่า
“ข้อสอบถูกจัดมาจากส่วนกลางครับไม่มีได้เปรียบเสียเปรียบแน่นอน มาตรฐานเดียวกัน
จะไม่มาตรฐานมีเบี่ยนเบนก็ writing กับ listening ที่การให้คะแนนมาจากความเห็นส่วนตัวของ examiner ครับ ต่างกันแค่ Listening เพราะว่า IDP ใช้ลำโพงกระจายเสียง ส่วน British มีหูฟังให้ครับ(อาจจะทำให้มีสมาธิมากกว่าและfocus ได้เยอะกว่า)”
มาดูประสบการณ์ของคุณ ruxxy ไปสอบสองที่กันค่ะ แชร์ประสบการณ์สอบไอเอล British Council และ IDP ขอเริ่มจากที่ IDP ก่อน
“สถานที่สอบคือ Sherton Grand Sukumvit BTS อโศก มีที่จอดรถ ... ที่นี่จะอนุญาติให้เอาเครื่องเขียนและนาฬิกาข้อมือเข้าห้องสอบได้ ยกเว้นนาฬิกาดิจิตอล ขวดน้ำเอาเข้าไปได้แต่ให้แกะสลากออก ฝากกระเป๋าแล้วก็ออกมาต่อแถวลงทะเบียนซึ่งแอบวุ่นวายและช้าเพราะต้องหาชื่ออีกรอบ จากนั้นถ่ายรูปแล้วก็เข้าห้องสอบ แปลกที่ไม่มีผังห้องให้ดูว่าเรานั่งตรงไหน ทำให้ต้องเดินหาที่นั่งกันหลายคน”
“สอบเสร็จเก็บกระดาษบนโต๊ะของตัวเองไว้ดูเวลาสอบพูดในช่วงบ่าย ควรถามพนักงานดีๆนะคะว่าต้องสอบพูดตรงจุดไหน เพราะมีสองจุด ของเราได้สอบที่ Business Center ของโรงแรมซึ่งต้องลงมาอีกชั้นนึง และทางเข้าดูจะสลับซับซ้อนนิดหน่อย พนักงานรออยู่ด้านในอาจจะหาไม่เจอ แต่ที่นั่งรอสบาย”
ส่วนที่ British Council เป็นแบบนี้
“สถานที่สอบคือโรงแรม Landmark BTS สถานี ... เวลาสอบจริงเริ่ม 9โมง นัดเวลา 8 โมงแต่ควรไปถึงก่อนเวลา ซัก 7โมงครึ่งเพื่อลงทะเบียน พอใกล้เวลา ก่อนลงทะเบียนเราจะต้องไปดูบอร์ดเพื่อหาชื่อตัวเอง (ที่มีคนมุงๆนั่นแหละ) ชื่อจะเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ หาไม่ยาก ...ต้องฝากกระเป๋าค่ะ ที่นี่ไม่อนุญาติให้เอาเครื่องเขียน นาฬิกาข้อมือ กำไลข้อมือเข้าห้องสอบเลย ดินสอ ยางลบเนื่องจากมีเตรียมไว้ในห้องสอบหมดแล้ว แต่ถ้าขี้หนาวจะเอาผ้าพันคอ เสื้อหนาวเข้าห้องสอบก็ได้นะ”
“เข้าไปถึงจะมีเครื่องเล่นเสียงพร้อมหูฟังวางรอเลย ระหว่างนี้ไม่รู้ทำอะไรก็ซ้อมฟังไปเลย จะได้ชิน ตรงนี้บอกเลยเราชอบหูฟังมากๆ ทำสมาธิกับการสอบได้ดีทีเดียวเพราะไม่มีเสียงรบกวน ... ห้ามเปิดจนกว่าจะเริ่ม ถ้าหูฟังมีปัญหาก็ให้รีบบอก ห้องน้ำเข้าได้หลังจากสอบฟังเสร็จ”
มิสขอสรุปโดยใช้ความเห็นคุณ มันโฉบไปแล้ว บอกในกระทู้นี้ว่า “มาตรฐานการให้คะแนนทั้งสองที่ไม่ต่างกัน เลือกอันที่เดินทางสะดวก และก็สำเนียงผู้คุมสอบพูด ของบริติชจะสำเนียงอังกฤษ ของidpจะเป็นออสเตรเลีย ถนัดอันไหนก็เอาอันนั้นจ้า” ... ตรงใจมิสค่ะ
สืบผลเฉลี่ย IELTS นักเรียนไทย สอบไม่ผ่านยังได้เรียนไหม