ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : ก่อนเดินทาง

เช็คเลย! 10 อย่างที่มหาวิทยาลัยมองหาจากตัวผู้สมัคร

share image

 

บทความนี้พูดถึงภาพรวมของสิ่งที่มหาวิทยาลัยมองหาจากตัวผู้สมัคร มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะกับนักเรียนนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่คนที่กำลังจะเรียนจบในปีนี้แล้ววางแผนจะเรียนต่อปริญญาตรีหรือโทก็ตามค่ะ 

 

แล้วอะไรคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยมองหาจากตัวผู้สมัครกันล่ะ? ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเราได้รวบรวมสิ่งเหล่านั้นมาให้เพื่อน ๆ ได้ทำความเข้าใจกันไว้ที่นี่แล้ว ซึ่งเป็น 10 สิ่งที่กรรมการของมหาวิทยาลัยยอมรับว่ามีผลต่อการคัดเลือกเข้าเรียนต่อเป็นอย่างมากค่ะ

 

 

 

1. คะแนนจากการทดสอบมาตรฐานต่าง ๆ

 

แน่นอนว่ามหาวิทยาลัยทั่วโลกหลายแห่งได้มีข้อกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีคะแนนสอบ SAT หรือ ACT โดยกรรมการจะมีเกณฑ์คะแนนมาตรฐานที่เทียบจากคะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาปัจจุบันค่ะ คะแนนสอบเหล่านี้นับเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญมากอันดับต้น ๆ ของการพิจารณาเข้าเรียนต่อ ส่วนมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่ไม่ได้ต้องการคะแนนสอบพวกนี้ก็จะใช้ตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น เกรดเฉลี่ยตอนม.ปลาย หรือ พอร์ตโฟลิโอ ที่จะสามารถแสดงถึงความสามารถและความสนใจของตัวเราได้ค่ะ

 

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ คลิ๊กเลยค่ะ >>> การสอบวัดระดับประเภทต่าง ๆ

 

 

 

2. GPA สวย ๆ

 

เพื่อน ๆ คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ข้อแรกก็คือคะแนนเฉลี่ยสะสมหรือ Grade Point Average (GPA) มหาวิทยาลัยที่เพื่อน ๆ ไปสมัครเรียนจะต้องถามถึง transcript ตอนม.ปลายของพวกเราอย่างแน่นอนค่ะ และยิ่งไปกว่านั้นเขาอาจนำเอาข้อมูลคะแนนของเราไปคำนวณเป็น GPA ใหม่ตามสูตรการคำนวณของมหาวิทยาลัยที่อาจมีการให้น้ำหนักคะแนนในแต่ละรายวิชาไม่เท่ากันอีกด้วยค่ะ ดังนั้นเป้าหมายสำคัญของเพื่อน ๆ ก็คือจะต้องรักษาเกรดให้อยู่สูงที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ ถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ บางคนอาจจะมีเกรดที่ไม่ค่อยสวยงามนักในปีแรก ๆ แต่ถ้าเพื่อน ๆ สามารถผลักดันตัวเองขึ้นมาได้ มันจะส่งผลที่ดีต่อการคัดเลือกเข้าเรียนต่ออย่างแน่นอนค่ะ เพราะกรรมการของมหาวิทยาลัยเขาจะมองถึงแนวโน้มการพัฒนาของตัวเราด้วย มันแสดงถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพภายในตัวของเราค่ะ 

 

 

 

3. การเลือกเรียนวิชาที่น่าสนใจ

 

สิ่งที่ถือเป็นความท้าทายในสายตาคณะกรรมการคงไม่ใช่แค่การที่เพื่อน ๆ จะสามารถทำเกรดดี ๆ ได้ แต่เพื่อน ๆ จะต้องทำเกรดดี ๆ ในวิชาที่น่าสนใจได้ด้วย เพื่อน ๆ อาจไม่จำเป็นต้องลำบากถึงขนาดไปลงเรียนวิชาหิน ๆ ในหลักสูตร International Baccalaureate (IB) แต่อย่างน้อยเราก็ควรจะใช้จุดแข็งหรือความสามารถของตัวเองเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมในหลักสูตร Honors หรือ Advanced Placement (AP) ค่ะ แน่นอนว่ากรรมการจะต้องให้ความสำคัญกับวิชาที่ “ถึกกว่า” วิชาทั่ว ๆ ไปค่ะ และถึงแม้ว่าเพื่อน ๆ จะได้เกรด B ในวิชาเหล่านี้ (IB, Honors, AP) แต่ในสายตาของคณะกรรมการ มันอาจดูเป็นเกรดที่สวยงามกว่าเกรด A ของรายวิชาทั่ว ๆ ไป

 

 

 

4. อันดับคะแนนระดับต้น ๆ 

 

อันดับคะแนนในชั้นก็มีผลต่อการพิจารณาเข้าศึกษาต่อเช่นกันค่ะ ถึงแม้ว่าในขณะนี้มันจะถูกลดความสำคัญลงบ้างแล้วในหลายมหาวิทยาลัยก็ตาม ส่วนหนึ่งก็เพราะความเลื่อมล้ำของคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนต่าง ๆ กัน ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อนักเรียนเก่ง ๆ ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนชื่อดังที่มีการแข่งขันสูงมาก ๆ ค่ะ ดังนั้นอันดับคะแนนในชั้นเรียนอาจใช้เป็นตัวชี้วัดได้ไม่ดีเท่าเกรดเฉลี่ยสะสมค่ะ เราก็ขอเอาใจช่วยให้มหาวิทยาลัยที่เพื่อน ๆ สมัครไม่เอาอันดับคะแนนมาเป็นตัวตัดสินละกันนะคะ

 

 

 

5. ตำแหน่งหัวหน้าในองค์กรต่าง ๆ

 

มหาวิทยาลัยส่วนมากกำลังมองหาภาวะความเป็นผู้นำจากตัวผู้สมัครอยู่ค่ะ เพื่อน ๆ สามารถทำให้ใบสมัครของตัวเองโดดเด่นกว่าคนอื่นได้ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่เรามีตำแหน่งที่แสดงถึงความเป็นผู้นำในองค์กรใด ๆ สัก 1-2 องค์กรเท่านั้นเองค่ะ เพื่อน ๆ เชื่อหรือไม่คะว่าการเป็นหัวหน้าเพียงไม่กี่ชมรม มันมีความหมายมากกว่าการเป็นสมาชิกของสิบชมรมอีกค่ะ เพราะไม่เพียงแต่มันจะแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเรา แต่มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับนักศึกษาที่จะมาช่วยพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยในอนาคตอีกด้วยค่ะ เพื่อน ๆ อาจไม่จำเป็นต้องเป็นถึงประธานนักเรียน ประธานกีฬา หรือประธานชมรม แค่เพื่อน ๆ สามารถเป็นผู้นำของกลุ่มคนทำงานกลุ่มหนึ่งได้ก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ

 

 

 

 

 

 

6. การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม

 

ถึงแม้ว่ามหาวิทยาลัยจะไม่ได้มีข้อกำหนดว่าผู้สมัครต้องเคยผ่านงานกิจกรรมเพื่อสังคม แต่เพื่อน ๆ ก็ควรจะเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ในชุมชนใกล้เคียงบ้างค่ะ  เพราะกิจกรรมที่ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับนี้มันสามารถแสดงได้ว่ายิ่งผู้สมัครเข้าร่วมมากเท่าไหร่ เขาก็มีโอกาสจะกลายเป็นกำลังหลักสำหรับกิจกรรมในมหาวิทยาลัยได้มากเท่านั้น นอกจากนี้กรรมการผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากยังยอมรับอีกด้วยว่ากิจกรรมเหล่านี้ได้สร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างมากมายและทำให้เราเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอีกด้วยค่ะ 

 

 

 

7. เรียงความ (Essay) ที่ดี

 

เพื่อน ๆ อาจสงสัยว่าทำไมเราถึงจัดเรื่องการเขียนเรียงความไว้ในอันดับที่ 7 คงต้องอธิบายกันตรงนี้เลยนะคะว่าจริงอยู่ที่หลักสูตรที่เพื่อน ๆ ต้องการเข้าเรียนต่อส่วนจะให้ความสำคัญกับเรียงความเป็นอันดับหนึ่ง แต่บางหลักสูตรนั้นเรียงความไม่มีความจำเป็นต่อการสมัครเรียนเลยค่ะ เรียงความถือเป็นเครื่องที่ดีที่จะทำให้กรรมการรู้จักตัวผู้สมัครมากยิ่งขึ้น รวมถึงเหตุผลที่ผู้สมัครอยากเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยของเขาอีกด้วย ดังนั้นหากมหาวิทยาลัยในฝันของเพื่อน ๆ มีข้อกำหนดให้ต้องส่งเรียงความด้วย เพื่อน ๆ จะต้องอ่านและตอบคำถามให้ละเอียด ตรวจสอบและทำการแก้ไขให้ถี่ถ้วนนะคะ เรียงความที่ดีจะสามารถเปิดเผยถึงเรื่องราวและทัศนคติของผู้เขียนได้ค่ะ กรรมการบางท่านได้ออกมายอมรับว่าถึงแม้ว่าคุณสมบัติอื่น ๆ ของผู้สมัครอาจจะยังไม่สมบูรณ์ที่สุด แต่เรียงความที่ยอดเยี่ยมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราได้รับพิจารณาเข้าเรียนต่อค่ะ 

 

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ คลิ๊กเลยค่ะ >>> 10 ข้อผิดพลาดซ้ำๆที่ของการเขียนเรียงความเพื่อสอบเข้าเรียนต่อ

 

 

 

8. จดหมาย Recommendation ที่สมบูรณ์แบบจากอาจารย์

 

จดหมาย Recommendation ที่สมบูรณ์แบบจะต้องบอกเล่าเรื่องราว จุดแข็ง หรือความสำเร็จของเราได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งจดหมายนี้เองจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ช่วยให้เราได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกได้ค่ะ เพื่อน ๆ จะต้องขอให้คุณครูหรืออาจารย์ที่ใกล้ชิดกับเพื่อน ๆ ช่วยเขียนจดหมายฉบับนี้ให้กับเราค่ะ แต่ก็อย่าลืมเผื่อเวลาให้กับคุณครูเยอะ ๆ ด้วยนะคะ โดยเฉพาะกับคนที่ป๊อปมาก ๆ ในหมู่นักเรียน เพื่อจดหมายการแนะนำของเราจะได้ออกมาสมบูรณ์มากที่สุดนั่นเองค่ะ 

 

 

 

9. จดหมาย Recommendation จากบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

เพื่อน ๆ สามารถลองไปขอให้หัวหน้าแผนกของบริษัทที่เพื่อน ๆ เคยฝึกงานด้วยเขียนจดหมาย Recommendation ให้ได้นะคะ เพราะเขาจะอธิบายตัวเราจากมุมมองของคนทำงานได้ดีค่ะ กรรมการมหาวิทยาลัยจะได้เห็นว่าเราสามารถนำเอาสิ่งที่เราได้เรียนมามาประยุกต์ใช้กับการทำงานได้จริงค่ะ หรืออาจจะเป็นหัวหน้าโครงการที่เราไปเข้าร่วมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมอาสาของชุมชน หรือแม้แต่กระทั่งโค้ชผู้ฝึกสอนในชมรมกีฬาก็ยังได้ค่ะ และยิ่งถ้าเพื่อน ๆ มีธุรกิจเป็นของตัวเองเช่นว่าเคยเปิดร้านขายของต่าง ๆ เราก็สามารถขอให้ลูกค้าของเราช่วยเขียนจดหมายให้ด้วยก็ได้ค่ะ แต่ก็อย่าลืมว่าจดหมายที่น่าเชื่อถือจะต้องมาจากบุคคลที่น่าเชื่อถือนะคะ

 

 

 

10. ประสบการณ์ทำงาน

 

ประสบการณ์ทำงานจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในตัวเราให้กับคณะกรรมการได้เป็นอย่างดี แต่หากเพื่อน ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์ ฝึกงานช่วงปิดเทอม หรือทำธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองเลย ก็อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เราเชื่อว่าเพื่อน ๆ จะต้องมีประสบการณ์แปลก ๆ ที่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเรียงความดี ๆ เพื่อเสนอให้กับกรรมการอย่างแน่นอน เรื่องราวของเราควรจะบอกเล่าถึงความเป็นมืออาชีพและทักษะการบริหารจัดการเวลาที่ดีค่ะ กรรมการจะชื่นชอบคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หากเราเคยเปิดธุรกิจหรือรับจ๊อบทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรก็บอกเขาด้วยความภาคภูมิใจไปเลยค่ะ ไม่ต้องสนใจนะคะว่าสิ่งที่เราทำมันจะดูไม่ยิ่งใหญ่มากพอ แค่เพื่อน ๆ แสดงให้เขาว่าเราทำได้และสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ

 

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ คลิ๊กเลยค่ะ >>> ารฝึกงาน

 

 

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

คอร์สแมทเชอร์
มีแพลนคิดที่จะเรียนต่อ แต่เหนื่อยหาข้อมูลเยอะๆหรือเปล่า?
"คอร์สแมทเชอร์" ช่วยได้ เพียงไม่กี่คลิ๊ก เราแมทช์คุณกับคอร์สทั่วโลก
เริ่มหาและแมทช์เลย

MUST READ

article Img

นิสัย 8 อย่างที่ควรทำถ้าอยากประสบความสำเร็จ

เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านมาถึงเกือบจะกลางเดือนสี่แล้ว ยังจำเป้าหมายที่เราตั้งใจจะทำไว้ในช่วงปีใหม่เมื่อสามเดือนกว่าๆ ที่แล้วได้มั้ย? ไอ้ความตั้งใจที่จะทำนู่นทำนี่เยอะแยะไปหมด สุดท้ายสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง ผ่านไปหนึ่งปีก็มาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายกันใหม่ ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวละก็ ลองนำนิสัย 8 อย่างที่คนประสบความสำเร็จระดับโลกมีเหมือนกันไปปรับใช้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กหรือใหญ่แค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ทำอะไรเพื่อตัวเองเนอะ :)  

351.8K
article Img

10 สำนวนภาษาพูดอังกฤษแบบเจ้าของภาษา

1) What's up?  มี 3 รูปแบบการใช้ คือ ใช้แทนคำทักทาย (Hi) ใช้ถามว่าสบายดีไหม (How are you?) หรือใช้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่ (What is happening here?)     2) Your fly is undone. ใช้เวลาแอบกระซิบเพื่อนว่า "แกๆ แกลืมรูดซิปอะ"       3) To wolf down To wolf (something) down หมายถึง กินอย่างตะกละ กินอย่างรวดเร็ว  How   did   you   wolf

214K
article Img

ตอบคำถาม How are you? ยังไง ที่ไม่ใช่แค่ I'm fine, thank you. And you?

ถ้าจะเริ่มต้นประโยคทักทายเป็นภาษาอังกฤษ หลายๆคนก็อาจจะนึกถึง Hi How are you? เป็นอันดับแรกใช่มั๊ยล่ะคะ ซึ่งก็ไม่แปลกเลย เพราะคำทักทายแบบนี้เป็นคำที่ได้ยินทั่วไปแทบทุกวัน และก็ใช้กันในวงกว้างมากๆ แต่เอ.. เคยสงสัยกันมั๊ยคะว่า เราเจอคนเดิมๆทุกวัน พูดทักซ้ำๆทุกวัน มันจะน่าเบื่อรึเปล่านะ และจะมีคำอื่นๆให้ใช้รึเปล่า มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand แวะเอาคำทักทายหลายๆแบบมาฝากกัน จะได้นำไปใช้กันได้นะคะ     คำทักทายแบบไม่เป็นทางการ

8.3K
article Img

รวมคำถามสุดฮิตสำหรับคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศในช่วงCOVID-19

ในภาวะโรคระบาดรุนแรงแบบนี้ น้องๆหลายๆคนก็คงจะมีคำถามในใจกันใช่มั๊ยคะว่าแผนการเรียนต่อต่างประเทศของเราจะโดนผลกระทบอะไรรึเปล่า? ช่วงนี้ยังควรดูเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? และถ้าตกลงเรื่องคอร์สเรียนไปแล้วล่ะ จะทำยังไง? และอีกมากมายหลายคำถาม มาค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand รวบรวมคำถาม-คำตอบยอดฮิตเกี่ยวกับการเรียนต่างประเทศในช่วงสถานการณ์โควิทระบาด ตามไปอ่านกันได้เลยค่า   ช่วงนี้ยังควรดูหรือเตรียมตัวเรื่องเรียนต่ออยู่มั๊ย? ตอบ : ยังควรอยู่ค่ะ

2.6K