ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

10 ข้อผิดพลาดซ้ำๆที่ของการเขียนเรียงความเพื่อสอบเข้าเรียนต่อ

ข้อผิดพลาดสำคัญของการเขียนเรียงความเพื่อสอบเข้าเรียนต่อ

1654

 

การเขียนเรียงความ (essay) นับเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อการแข่งขันเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก ถ้าเพื่อน ๆ ไม่สามารถเขียนมันออกมาให้ดีได้ เพื่อน ๆ ก็อาจพลาดโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ชื่นชอบได้นะคะ

ก่อนที่เพื่อน ๆ จะเริ่มคิดว่าจะเขียนอะไรลงไป เราก็อยากจะพาเพื่อน ๆ มาดู 10 ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อต้องเขียนเรียงความ รวมถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขด้วยค่ะ

 

1. ไม่เขียนเรื่องราวตามความเป็นจริง

เพื่อน ๆ คงทราบกันดีว่าในแต่ละปี มหาวิทยาลัยได้อ่านเรียงความมาเป็นพัน ๆ เรื่อง ดังนั้นใครที่เขียนอะไรที่ไม่เป็นความจริง ถึงจะเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยอยากจะได้ยินแต่กรรมการจะรู้ได้ในทันทีค่ะว่ามันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรเขียนแต่ประสบการณ์จริงของตัวเองลงไปนะคะ

 

2. เขียนเรื่องจริงแต่เป็นเรื่องที่อยู่ใน resume หรือเอกสารอื่นอยู่แล้ว

เรียงความเป็นสิ่งที่จะทำให้กรรมการรู้จักตัวตนของเรามากยิ่งขึ้น ดังนั้นอย่าเสียเขียนเรียงที่เขาสามารถหาอ่านได้จากเอกสารอื่น ๆ ที่เราแนบไปอยู่แล้วค่ะ เพื่อน ๆ จะต้องอธิบายความสามารถและความมุ่งมั่นของตัวเองให้ชัดเจน เพื่อให้กรรมการมั่นใจได้ว่าถ้าเขารับเราเข้าไปเรียน เราจะทำได้ดีในที่สุดค่ะ

 

3. ใช้เรียงความฉบับเดียวสำหรับทุกมหาวิทยาลัย

 

อย่าคิดว่าเราสามารถใช้เรียงความหนึ่งฉบับเพื่อสมัครทุกมหาวิทยาลัยได้ เพื่อน ๆ จะต้องเขียนมันใหม่ทุกครั้งไม่ว่าจะสมัครถึง 10 ที่ก็ตามค่ะ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีจุดเด่นที่ดึงดูดเราต่างกันออกไป การเขียนให้เขารับรู้ว่าเราสนใจจะต้องใช้ความสร้างสรรค์และมันก็ไม่ง่ายเลยค่ะ แต่ผลที่ได้รับรองว่าจะต้องคุ้มค่ากับแรงกายที่เราทุ่มเทลงไปอย่างแน่นอนค่ะ

 

4. พยายามใช้ภาษาที่สละสลวยแต่ทำความเข้าใจยาก

หลาย ๆ คนอยากให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประทับใจในทักษะการเขียนของเราโดยการประดิษฐ์ถ้อยคำที่สละสลวยจนเกินไป ซึ่งบอกเลยนะคะว่ามันทำให้เขาเข้าถึงเราได้ยากค่ะ! เรียงความของเราไม่ใช่วิทยานิพนธ์ ดังนั้นเพื่อน ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาที่หรูหรา ลองจินตนาการว่าเรากำลังนำเสนอตัวเองให้เพื่อน ๆ ฟังในภาษาที่สุภาพก็เพียงพอค่ะ

 

5. ทำผิดข้อบังคับต่าง ๆ

เพื่อน ๆ จะต้องอ่านข้อบังคับการเขียนเรียงความที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ กำหนดให้ดีนะคะ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็อาจมีความแตกต่างกันออกไปค่ะ เช่น ถ้าเขากำหนดให้เขียนเพียง 500 คำ เพื่อน ๆ ก็ต้องพยายามเขียน 500 คำนั้นให้มีความสมบูรณ์และตรงประเด็นที่สุด กรรมการหลาย ๆ ท่านได้เริ่มทำการประเมินตั้งแต่จุดนี้เพื่อดูว่าเราจะสามารถทำตามข้อปฏิบัติได้หรือไม่ ซึ่งก็นับเป็นสิ่งสำคัญในการเป็นนักเรียนที่ดีค่ะ

 

 

6. ตอบไม่ครบทุกคำถามตามที่โจทย์สั่ง

ในใบสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอาจมีโจทย์ให้เราเขียนคำตอบ ซึ่งโจทย์บางข้อก็อาจถามมากกว่าหนึ่งคำถาม เพื่อน ๆ จะต้องแน่ใจว่าคำตอบของเพื่อน ๆ ได้ครอบคลุมทุกคำถามแล้วค่ะ นี่ถือเป็นการวัดทักษะของนักเรียนที่คณะกรรมการมักจะใช้เพื่อดูว่าเรามีคุณสมบัติของนักเรียนที่ดีที่จะทำตามข้อบังคับหรือเปล่าค่ะ

 

7. ลืมตรวจสอบการสะกดคำและไวยกรณ์

หากเพื่อน ๆ มีไอเดียยอดเยี่ยม แต่ดันลืมเช็คการสะกดคำหรือไวยกรณ์ (grammar) ผู้อ่านอาจรู้สึกหงุดหงิดกับรูปแบบประโยคที่ฟังดูแปลก ๆ ได้ค่ะ เราต้องตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ให้ละเอียดทุกครั้งก่อน หรืออาจให้คนอื่นช่วยดูซ้ำอีกครั้งก่อนส่งด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ

 

8. เขียนชมมหาวิทยาลัยจนเกินจริง

แน่นอนว่าทุกคนต่างก็มีมหาวิทยาลัยในฝันของตัวเองกันทั้งนั้น แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องเขียนเรียงความในสิ่งที่เกินความเป็นจริงจนอาจดูเหมือนการประจบประแจง เราแสดงความสนใจได้แต่ต้องมีขอบเขตค่ะ อย่าทำให้มหาวิทยาลัยดูเหมือนเป็นสิ่งของที่เราอยากได้จนมากเกินไปค่ะ

 

 

DP UK
โบรชัวร์มหาวิทยาลัยอังกฤษ +FREE

 

9. เขียนเรื่องราวจำเจที่คนอื่น ๆ ก็เขียนกัน

บางเรื่องราวก็ถูกหยิบมาใช้ซ้ำ ๆ จนน่าเบื่อ กรรมการบางท่านอาจอ่านเรื่องภาวะโลกร้อนที่ครั้งนึงเคยเป็นกระแสที่น่าสนใจจนรู้ทุกซอกทุกมุมไปแล้วก็ได้ค่ะ คณะกรรมการมักชอบเรื่องราวของความพยายามของเรา มันเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความสำเร็จ เช่น ถ้าเพื่อน ๆ เขียนการเดินทางไปต่างประเทศโดยใช้เงินพ่อแม่ มันอาจดูธรรมดาเกินไป ไม่ได้ใช้ความสามารถหรือความพยายามใด ๆ เพื่อน ๆ ต้องค้นหาบางสิ่งที่มีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ ลองใช้โอกาสนี้เรียกคะแนนพิเศษโดยการเติมมุกตลกลงไปด้วยนะคะ เรียบเรียงเรื่องราวของเราและตัวละครที่ทำให้ผู้อ่านจดจำขึ้นมาให้ได้ค่ะ

เพื่อน ๆ สามารถศึกษาวิธีการเลือกหัวข้อในการเขียนเรียงความเพิ่มเติมได้ ที่นี่

 

10. เขียนเรียงความในนาทีสุดท้าย

เพื่อน ๆ ควรให้เวลากับการเขียนเรียงความมากที่สุดเพื่อให้ผลงานออกมาดีค่ะ เรียงความจะต้องสะท้อนความเป็นตัวเราและเหตุผลที่เราอยากเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย การมีเวลาปรับแต่งเรียงความบ่อย ๆ จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้เรียงความออกมาครบถ้วนสมบูรณ์ การเร่งทำในนาทีสุดท้ายนอกจากจะทำให้เพื่อน ๆ หงุดหงิดกับความกดดันแล้วยังทำให้อาจพลาดหรือลืมใส่บางสิ่งที่น่าสนใจในตัวเราอีกด้วยค่ะ

 

คำแนะนำสุดท้ายก่อนเริ่มเขียนเรียงความ

หากเพื่อน ๆ ต้องการตัวช่วยที่จะทำให้เรียงความมีลำดับการอธิบายที่ดีและเนื้อหาที่ครบถ้วน เพื่อน ๆ อาจจะลองเขียนเป็นแผนผังดูก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ตกหล่นข้อมูลสำคัญใด ๆ

ถ้าเพื่อน ๆ สามารถหลีกเลี่ยง 10 ข้อผิดพลาดในการเขียนเรียงความเหล่านี้ได้ ขอรับรองว่าโอกาสนี้ที่เพื่อน ๆ จะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในฝันก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ!

รู้จักกับ 3 สถานบันที่เปิดสอนการเขียนเรียงความ คลิกที่นี่

เว็บไซต์ช่วยเขียนเรียงความ "ฟรี" มันมีอยู่จริง ๆ หรือ!? ตามมาหาคำตอบได้ ตรงนี้ เลยค่ะ

 

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาตรี
เกี่ยวกับผู้เขียน

จบการศึกษาด้านสื่อสารการแสดง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยลัย เคยทำงานด้านอีเว้นท์และงานโฆษณา ปัจจุบันเป็นนักเรียนและนักเขียนอิสระ

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

319585

เปรียบเทียบ IELTS TOEFL สอบอันไหนดี ไปเรียนอังกฤษสอบอันไหน

ระบบคะแนน ระดับคะแนนของ IELTS จะอยู่ระหว่าง 1 ถึง 9 ในทุกทักษะ​(ฟัง พูด อ่าน เขียน) โดยระดับ 1 คือระดับต่ำสุดและระดับ 9 คือระดับสูงสุด หมายความว่าใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก ในขณะเดียวกันคะแนน TOEFL จะแบ่งตามทักษะ และนำคะแนนรวมของทุกทักษะมาใช้เป็นคะแนนสุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น TOEFL iBT 120 คะแนน จะแบ่งเป็นทักษะละ 30 คะแนน คะแนนรวมของทุกทักษะจะบอกถึงความถนัดทางภาษาของเราว่าได้กี่คะแนน ดูการเปรียบเทียบระบบคะแนนด้านล่าง   รูปแบบการสอบ

247876

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

71655

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตนเอง

>>> การสอบ IELTS คืออะไร >>> รู้จักกับ IELTS แบบใหม่ IELTS UKVI สำหรับขอวีซ่าอังกฤษ เริ่มใช้ 2558    ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ในการสอบฟังของ IELTS เราจะได้ยินการสนทนาที่ตัดมาจาก 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยอาจจะเป็นเพื่อนคุยกับเพื่อน อาจารย์คุยกับนักเรียน หรือรายงานข่าวทางวิทยุ ดังนั้นเราควรจะปรับนิสัยการดูข่าวของเรา ดูรายการเกมส์โชว์ หรือฟังเพลงในรายการต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสำเนียงต่างๆ

47489