ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : Essentials

เก็บเงินยังไงให้ไปได้ไกลถึงเรียนต่างประเทศ

share image
95

 

ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของการจะไปเรียนต่อค่างประเทศคือที่ไหน สิ่งหนึ่งที่ต้องใช้(เยอะ)เหมือนกันทุกที่ก็คือ เงิน นั่นเอง พูดถึงแล้วบางคนอาจจะขนลุกเกรียว เพราะยังไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้ แต่ต้องขอบอกเลยว่าเราจะมองข้ามมันไปไม่ได้เน้อ เพราะนี่เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญมากๆ สำหรับการเรียนต่อเลยเชียว 

 

แน่นอนว่าเกริ่นมาเบอร์นี้ ก็ไม่ใช่ว่าเราจะมาพูดถึงให้เครียดกันเปล่าๆ ปลี้ๆ นะ แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับการเก็บตังค์ที่ได้ผลอย่างที่สุดมาให้ลองอ่านกันจ้า

 

★ ไปเรียนต่างประเทศ จะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนะ? 

วิธีที่ดีที่สุดคือการคำนวณมันให้หมดทุกอย่าง เอาให้ครอบคลุมไปทั้งหมด เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดนะจ๊ะ และค่าใช้จ่ายที่ควรนำมาคิดได้แก่

  • ค่าเทอม - ดูจากคอร์สและมหาลัยที่เราสนใจได้เลย อย่าลืมว่าหลายๆ ที่เค้าจะคิดค่าเทอมนักศึกษาต่างชาติแพงกว่านักศึกษาในประเทศหรือในกลุ่มประเทศของเค้า (เช่น EU) ดังนั้นดูให้ถูกนะ

  • ทุน - ถ้าได้รับทุนต่างๆ ก็เอามาหักลบค่าใช้จ่ายได้สวยๆ 

  • ค่าวีซ่าและหลักฐานทางการเงิน - อ่านระเบียบดีๆ นะจ๊ะ เพราะบางประเทศเค้ากำหนดว่าเราต้องมีเงินเก็บเท่านั้นเท่านี้ก่อนจะยื่นขอวีซ่าด้วยนะ

  • ค่าประกัน - ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ดูไปให้ครบจ้ะ

  • ค่าเดินทาง - อันนี้รวมตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าตั๋วสำหรับเผื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน ค่าเดินทางไปเรียนรายวัน ค่าเดินทางไปเที่ยวต่างๆ นาๆ ด้วยนะ

  • ค่ายาและค่ารักษาพยาบาล - บางประเทศก็รักษาฟรี เช่น สหราชอาณาจักร (แต่ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหลายร้อยปอนด์เพื่อครอบคลุมตรงนี้ด้วย) บางประเทศไม่ฟรี ก็คำนวณใส่ไปด้วยจ้ะ

  • ค่ากิน ค่าอยู่ - หลักๆ ก็ค่าบ้าน ค่าหอก่อนเลย จากนั้นตามมาด้วยค่าช้อป เที่ยว ดื่ม และอื่นๆ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของใครของมันเลยจ้ะ

  • ค่าหนังสือ - ซื้อมือสองก็ถูกหน่อย แต่ถ้าไม่สะดวกใจ ก็เอาแบบมือหนึ่งได้ อาจจะแพงหน่อยนะ

  • ค่าเรียนภาษา - ถ้าต้องไปเรียนคอร์สปรับพื้นฐานหรือคอร์สภาษาเพื่มเตืม ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะจ๊ะ (และอาจจะต้องจ่ายค่าบ้านหรือค่าหอเพิ่มด้วย เพราะระยะเวลาเรียนจะนานขึ้น)

  • ค่าสอบภาษา - IELTS, TOEFL, GMAT และอื่นๆ 

 

(อ้างอิงจาก leeds.ac.uk)

 

 

★ แล้วเราจะเก็บเงินได้ยังไงบ้าง?

 

 

1. ออมเงินที่ได้

    เชื่อว่าหลายๆ คนที่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษาน่าจะยังได้เงินจากคุณพ่อ คุณแม่กันอยู่บ้าง และนี่ก็เป็นแหล่งเงินออมชั้นดี เหลือเพียงแต่จะเก็บยังไงล่ะ

    Hotcourses Thailand ขอแนะนำว่าพอได้เงินมาปุ๊บ แบ่งไว้เป็น 3 ส่วนทันที ส่วนนึงคือใช้จ่ายตามปกติ ส่วนที่สองคือเงินเผื่อฉุกเฉิน และส่วนที่สามคือเงินออม ที่ต้องคอยบอกตัวเองว่า ห้ามแตะ หรือจะให้ดีก็เอาเข้าบัญชีแบบระยะยาวไปเลย ถอนออกมาไม่ได้แต่ดอกเบี้ยดีมากนะจ๊ะแบบนี้ ค่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาจะไปเรียนจริงๆ หันไปมองตัวเลขในบัญชี เราอาจจะกรี๊ดบ้านแตกไปเลยก็ได้ หรือจะเอาไปออมกับสลากออมสิน ที่จะได้ทั้งดอกเบี้ยและได้ลุ้นเงินรางวัลไปด้วยก็ดีนะ 

 

 

 

2. ทำงานกันเถอะ

    อย่างที่เค้าบอกว่างานคือเงิน เงินคืองาน อยากได้เงินเพิ่มขึ้นเยอะๆ ก็ต้องทำงานแลกนี่แหละจ้ะ เอ๊ะ แต่ว่าเราจะทำงานอะไรล่ะ ต้องบอกว่าสมัยนี้มีตัวเลือกเยอะมากค่ะ

นี่แค่ตัวอย่างเท่านั้นเอง เดี๋ยวนี้มีงานให้เราเลือกทำอีกเยอะแยะมากมาย หาได้ตามถนัดเลยจ้ะ

 

 

3. ลงทุน

โอ้โห พูดคำว่าลงทุนนี่ฟังดูเป็นเถ้าแก่น้อยร้อยล้านมาก จริงๆ ลงทุนอันนี้เราหมายถึงลงเงินในกองทุน หุ้นหรือกิจการที่มันมั่นคงเพื่อให้เงินมันงอกเงยขึ้นมาแบบทันใจ ขอแนะนำว่าถ้าอยากจะลงทุนหรือเล่นหุ้น ให้ปรึกษาคนที่ไว้ใจได้ก่อนนะจ๊ะ 

 

 

 

4. ขายของที่มี

ของเยอะแยะเต็มบ้านบางทีเราก็ไม่ทันได้ใช้ หรือเก็บไว้ก็รกบ้าน เอาออกไปเปลี่ยนให้เป็นเงินกันดีกว่าจ้ะ จะเปิดท้ายขายของ ขายออนไลน์ หรือขายผ่านเว็บที่น่าเชื่อถือต่างๆ ก็ดีเหมือนกัน บ้านโล่งขึ้น แถมเงินก็เพิ่มขึ้น ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงเลย

 

เก็บเงินไม่ถึงซักที ทำไงดีนะ? 

 

ลองดูคอร์สที่ราคาไม่แพงแต่มหาลัยมีชื่อ รวมมหาลัยค่าเทอมถูกสุดตรงนี้ หรือ /คอร์สที่เรียนใกล้ๆ อย่างมาเลเซียแต่ได้ปริญญาจากออสเตรเลีย)

 

ถึงทั้ง 4 วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันจนเบื่อ แต่อยากจะบอกว่านี่เป็นวิธีที่ได้ผลมาทุกยุคทุกสมัยเลยนะจ๊ะ และพวกเรา Hotcourses Thailand ก็ขอให้ทุกคนเก็บเงินได้ตามที่หวังนะค้า

 
 

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ ที่พลิกมาเรียนต่อด้านการตลาดที่ King’s College London ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน communication เต็มตัวในอังกฤษ

MUST READ

ข้อมูลครบจบทุกเรื่องการสอบ IELTS

IELTS คืออะไร?   IELTS (International English Language Testing System)  เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษไว้สำหรับประเมินว่าเรามีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพียงพอกับการเอาตัวรอดในการเรียนหรือเปล่า และ เช่นเดียวกับ TOEFL  การสอบก็จะวัดสี่สกิลหลักๆ  คือ Listening, Reading, Writing, และ Speaking   การสอบ IELTS แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ เพื่อการศึกษาต่อ (Academic

194226

สอบ TOEFL

สอบ TOEFL internet-based test (iBT) สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวจะไปเรียนต่ออเมริกา ที่จำเป็นจะต้องใช้ผลคะแนน TOEFL ยื่น ก่อนสอบควรจะมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสอบนะคะ วันนี้ Hotcourses Editor ขออนุญาตนำประสบการณ์และเทคนิคที่น่าสนใจจาก คุณมุตตา มานำให้ชาว Hotcourses Thailand ได้อ่านกันนะคะ เพราะคิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ TOEFL อยู่ค่ะ ขอพูดถึงการสอบ TOEFL internet-based test (iBT) ก่อนนะคะ เราเคยสอบทั้งหมด 2 ครั้ง

64305

การสอบวัดระดับประเภทต่างๆ

ATAS The National Board of Dental Examination (NBDE) คือ การทดสอบสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนด้านทันตกรรมในประเทศอเมริกา แบบทดสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นคำถามแบบ multiple choice ประมาณ 400 ข้อ เกี่ยวกับจุลชีววิทยา, ทันตกรรม และคัพภวิทยา (Embryology) ส่วนที่ 2 เป็นการประเมินผลด้านวิชาชีพ และส่วนที่ 3 เกี่ยวกับการจัดการสุขอนามัยด้านทันตกรรมในด้านต่างๆ MCAT The Medical College Admission Test (MCAT)

11631

การเขียนใบสมัคร

ทาง hotcourses ได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ใบสมัครของเราพร้อมที่สุดเท่าที่จะพร้อมได้ • ถึงตอนนี้เราคงตัดสินใจไปแล้วว่าอยากจะเรียนหลักสูตรไหน เพราะอะไร แต่คนที่จะสมัครหลักสูตรเดียวกับเราก็คงคิดเหมือนกัน นอกจากจะต้องแสดงความมุ่งมั่นของเราให้ทางมหาวิทยาลัยเห็นในใบสมัครแล้ว เท่านี้ยังไม่พอ เราจะต้องนึกถึงข้อกำหนดที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการจากนักศึกษาในอนาคตของทางมหาวิทยาลัยด้วย ลองคิดดูว่าเราเหมาะสมกับข้อกำหนดนี้หรือเปล่า

10122