ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของการจะไปเรียนต่อค่างประเทศคือที่ไหน สิ่งหนึ่งที่ต้องใช้(เยอะ)เหมือนกันทุกที่ก็คือ เงิน นั่นเอง พูดถึงแล้วบางคนอาจจะขนลุกเกรียว เพราะยังไม่อยากคิดถึงเรื่องนี้ แต่ต้องขอบอกเลยว่าเราจะมองข้ามมันไปไม่ได้เน้อ เพราะนี่เป็นปัจจัยหลักที่สำคัญมากๆ สำหรับการเรียนต่อเลยเชียว
แน่นอนว่าเกริ่นมาเบอร์นี้ ก็ไม่ใช่ว่าเราจะมาพูดถึงให้เครียดกันเปล่าๆ ปลี้ๆ นะ แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับการเก็บตังค์ที่ได้ผลอย่างที่สุดมาให้ลองอ่านกันจ้า
★ ไปเรียนต่างประเทศ จะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนะ? ★
วิธีที่ดีที่สุดคือการคำนวณมันให้หมดทุกอย่าง เอาให้ครอบคลุมไปทั้งหมด เผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาดนะจ๊ะ และค่าใช้จ่ายที่ควรนำมาคิดได้แก่
-
ค่าเทอม - ดูจากคอร์สและมหาลัยที่เราสนใจได้เลย อย่าลืมว่าหลายๆ ที่เค้าจะคิดค่าเทอมนักศึกษาต่างชาติแพงกว่านักศึกษาในประเทศหรือในกลุ่มประเทศของเค้า (เช่น EU) ดังนั้นดูให้ถูกนะ
-
ทุน - ถ้าได้รับทุนต่างๆ ก็เอามาหักลบค่าใช้จ่ายได้สวยๆ
-
ค่าวีซ่าและหลักฐานทางการเงิน - อ่านระเบียบดีๆ นะจ๊ะ เพราะบางประเทศเค้ากำหนดว่าเราต้องมีเงินเก็บเท่านั้นเท่านี้ก่อนจะยื่นขอวีซ่าด้วยนะ
-
ค่าประกัน - ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ดูไปให้ครบจ้ะ
-
ค่าเดินทาง - อันนี้รวมตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าตั๋วสำหรับเผื่อกลับมาเยี่ยมบ้าน ค่าเดินทางไปเรียนรายวัน ค่าเดินทางไปเที่ยวต่างๆ นาๆ ด้วยนะ
-
ค่ายาและค่ารักษาพยาบาล - บางประเทศก็รักษาฟรี เช่น สหราชอาณาจักร (แต่ก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหลายร้อยปอนด์เพื่อครอบคลุมตรงนี้ด้วย) บางประเทศไม่ฟรี ก็คำนวณใส่ไปด้วยจ้ะ
-
ค่ากิน ค่าอยู่ - หลักๆ ก็ค่าบ้าน ค่าหอก่อนเลย จากนั้นตามมาด้วยค่าช้อป เที่ยว ดื่ม และอื่นๆ แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของใครของมันเลยจ้ะ
-
ค่าหนังสือ - ซื้อมือสองก็ถูกหน่อย แต่ถ้าไม่สะดวกใจ ก็เอาแบบมือหนึ่งได้ อาจจะแพงหน่อยนะ
-
ค่าเรียนภาษา - ถ้าต้องไปเรียนคอร์สปรับพื้นฐานหรือคอร์สภาษาเพื่มเตืม ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนะจ๊ะ (และอาจจะต้องจ่ายค่าบ้านหรือค่าหอเพิ่มด้วย เพราะระยะเวลาเรียนจะนานขึ้น)
-
ค่าสอบภาษา - IELTS, TOEFL, GMAT และอื่นๆ
(อ้างอิงจาก leeds.ac.uk)
★ แล้วเราจะเก็บเงินได้ยังไงบ้าง?★
1. ออมเงินที่ได้
เชื่อว่าหลายๆ คนที่ยังเป็นนักเรียน นักศึกษาน่าจะยังได้เงินจากคุณพ่อ คุณแม่กันอยู่บ้าง และนี่ก็เป็นแหล่งเงินออมชั้นดี เหลือเพียงแต่จะเก็บยังไงล่ะ
Hotcourses Thailand ขอแนะนำว่าพอได้เงินมาปุ๊บ แบ่งไว้เป็น 3 ส่วนทันที ส่วนนึงคือใช้จ่ายตามปกติ ส่วนที่สองคือเงินเผื่อฉุกเฉิน และส่วนที่สามคือเงินออม ที่ต้องคอยบอกตัวเองว่า ห้ามแตะ หรือจะให้ดีก็เอาเข้าบัญชีแบบระยะยาวไปเลย ถอนออกมาไม่ได้แต่ดอกเบี้ยดีมากนะจ๊ะแบบนี้ ค่อยๆ เก็บไปเรื่อยๆ พอถึงเวลาจะไปเรียนจริงๆ หันไปมองตัวเลขในบัญชี เราอาจจะกรี๊ดบ้านแตกไปเลยก็ได้ หรือจะเอาไปออมกับสลากออมสิน ที่จะได้ทั้งดอกเบี้ยและได้ลุ้นเงินรางวัลไปด้วยก็ดีนะ
2. ทำงานกันเถอะ
อย่างที่เค้าบอกว่างานคือเงิน เงินคืองาน อยากได้เงินเพิ่มขึ้นเยอะๆ ก็ต้องทำงานแลกนี่แหละจ้ะ เอ๊ะ แต่ว่าเราจะทำงานอะไรล่ะ ต้องบอกว่าสมัยนี้มีตัวเลือกเยอะมากค่ะ
-
ทำงาน full-time สำหรับคนที่เรียนจบแล้วหรือพร้อมจะออกสู่โลกแห่งการทำงานแล้ว ทำงานไปเต็มๆ เลยค่า นอกจากจะได้เงินเดือนประจำทุกเดือนแล้ว ยังจะได้ประสบการณ์การทำงาน และเราสามารถเอาประสบการณ์ตรงนี้ไปเขียนใน SOP, CV/resume ได้อีกด้วยนะ บางคอร์ส บางมหาลัยนี่เค้าจะระบุมาเลยว่าถ้ามีประสบการณ์การทำงานจะพิจารณาเป็นพิเศษ อ่ะ เริ่ด
-
ทำงาน part-time, freelance สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ยังเรียนอยู่ อาจจะยังไปทำงานแบบเต็มตัวไม่ได้ แต่เราก็เลือกทำงานตามที่เราถนัด และเหมาะกับตารางเรียนของเราได้นะ เช่น
-
เป็นพนักงานขาย พนักงานเสิร์ฟ (ถ้าชอบงานบริการ ลองดูคอร์สการท่องเที่ยวของเราที่นี่)
-
ขายของออนไลน์ (หัวการค้าแบบนี้ สนใจเรียนคอร์สทำของน่ารักกุ๊กกิ๊กขาย (สายศิลป์ สายคราฟท์ คอร์สกราฟฟิคหรือสถาปัตยกรรม อาจจะเหมาะนะ)
-
เขียนรีวิว เขียนบทความ (ถ้าถนัดแนวนี้ ลองดูคอร์สแนวนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ และอักษรศาสตร์กัน)
-
ทำขนมหรืออาหารขาย (อยากเรียนคอร์สด้านการทำอาหารเพิ่มเติม ดูตรงนี้จ้ะ)
-
นี่แค่ตัวอย่างเท่านั้นเอง เดี๋ยวนี้มีงานให้เราเลือกทำอีกเยอะแยะมากมาย หาได้ตามถนัดเลยจ้ะ
3. ลงทุน
โอ้โห พูดคำว่าลงทุนนี่ฟังดูเป็นเถ้าแก่น้อยร้อยล้านมาก จริงๆ ลงทุนอันนี้เราหมายถึงลงเงินในกองทุน หุ้นหรือกิจการที่มันมั่นคงเพื่อให้เงินมันงอกเงยขึ้นมาแบบทันใจ ขอแนะนำว่าถ้าอยากจะลงทุนหรือเล่นหุ้น ให้ปรึกษาคนที่ไว้ใจได้ก่อนนะจ๊ะ
4. ขายของที่มี
ของเยอะแยะเต็มบ้านบางทีเราก็ไม่ทันได้ใช้ หรือเก็บไว้ก็รกบ้าน เอาออกไปเปลี่ยนให้เป็นเงินกันดีกว่าจ้ะ จะเปิดท้ายขายของ ขายออนไลน์ หรือขายผ่านเว็บที่น่าเชื่อถือต่างๆ ก็ดีเหมือนกัน บ้านโล่งขึ้น แถมเงินก็เพิ่มขึ้น ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจริงเลย
เก็บเงินไม่ถึงซักที ทำไงดีนะ?
ลองดูคอร์สที่ราคาไม่แพงแต่มหาลัยมีชื่อ รวมมหาลัยค่าเทอมถูกสุดตรงนี้ หรือ /คอร์สที่เรียนใกล้ๆ อย่างมาเลเซียแต่ได้ปริญญาจากออสเตรเลีย)
ถึงทั้ง 4 วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีที่หลายๆ คนคงเคยได้ยินกันจนเบื่อ แต่อยากจะบอกว่านี่เป็นวิธีที่ได้ผลมาทุกยุคทุกสมัยเลยนะจ๊ะ และพวกเรา Hotcourses Thailand ก็ขอให้ทุกคนเก็บเงินได้ตามที่หวังนะค้า