ขั้นตอนเรียนต่อ
ออสเตรเลีย: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รวมมหาลัยดีๆ ที่เข้าง่ายที่สุดในออสเตรเลีย

share image
232

พอพูดถึงเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ หลายๆ คนอาจจะขมคอขึ้นมาทันที เพราะนั่นหมายถึงความวุ่นวายแบบล้านแปด ไหนจะเรื่อง GPA, IELTS/TOEFL, เขียนจดหมายแนะนำตัว กรอกใบสมัคร ฯลฯ โอ้โห นี่ยังร่ายไม่จบก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาละ ยิ่งสเต็ปต่อมาที่ต้องเลือกมหาวิทยาลัยยิ่งไปกันใหญ่ เพราะสมัยนี้มหาวิทยาลัยเยอะเหลือเกิน ดูดีๆ ไปซะหมด กว่าจะเลือกได้ก็ตาแทบหลุด 

 

แต่ไฮไลท์ของการสมัครเรียนต่อก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการลุ้นว่ามหาวิทยาลัยจะ accept ยอมให้ที่เรียนแก่เรา หรือจะ reject แบบสะบัดบ๊อบไม่มีเยื่อใยให้กันบ้างเลย อันนี้ต้องบอกว่าลุ้นทุกครั้งที่เช็คอีเมลกันเลยทีเดียว

 

อ่านมาถึงตรงนี้อย่าเพิ่งถอดใจไปค่ะ เพราะวันนี้เรามีสิ่งดีๆ มานำเสนอ (เอ๊ะ ประโยคยังกะจะขายตรง) นั่นก็คือเรารวบรวม 10 มหาวิทยาลัยดีๆ ที่เข้าง่ายมาฝากให้ใจชื้นกันค่ะ 

 

เข้าง่ายในที่นี้หมายถึงเกณฑ์การรับสมัครของเค้าจะไม่โหดมากเหมือนมหาวิทยาลัยท๊อป 10-20 นั่นเองค่ะ หลายๆ คนอาจจะมองว่า เข้าง่าย ก็แปลว่าคุณภาพไม่ดีหรือเปล่า ต้องบอกว่าไม่ใช่เด้อ เพียงแต่มหาวิทยาลัยท๊อปๆ เนี่ย เค้ามีชื่อเสียงมาช้านาน ดังนั้นคนก็อยากเข้าเยอะ การแข่งขันสูง ทางมหาวิทยาลัยก็เลยมีสิทธิ์ปรับให้เกณฑ์การรับสมัครของเค้ายากเท่าไหร่ก็ได้ (ก็มีคนมาสมัครอยู่แล้วอ่ะเนอะ) ในขณะที่บางที่เค้าก็มีชื่อเสียงพอตัว แต่กฎเกณฑ์ของเค้าอาจจะเบากว่า เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาเรียนต่อในประเทศในฝันได้ค่ะ

 

ถ้ายังจำกันได้ เราเคยเสนอบทความนี้ไปแล้วในส่วนของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา มาวันนี้เราขอพูดถึงออสเตรเลียกันบ้างค่ะ

 

10 มหาลัยดีๆ ที่เข้าง่ายใน UK

รวม 10 มหาลัยดีๆ ที่เข้าง่ายใน USA

 

การรับเข้ากับคะแนน ATAR

 

อธิบายคร่าวๆ ก่อนว่าวิธีการรับนักศึกษา(ซึ่งจบมัธยมจากในประเทศ)ของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียเนี่ย เค้าจะใช้คะแนน Australian Tertiary Admission Rank (ATAR) มาตัดสินค่ะ คือคล้ายๆ กับคะแนน GPA ของเรานี่แหละ แต่คะแนนไม่ใช่แค่เน้นวิชาการอย่างเดียว แต่ยังมีคะแนนอื่นๆ รอบด้านมาผสมด้วย คนที่จบมัธยมก็จะต้องทำคะแนนตัวนี้ให้ดีๆ เพื่อจะได้มีสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยที่ตัวเองต้องการให้ได้

 

แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะตั้งคะแนนมาว่า นักเรียนต้องได้ ATAR เท่าไหร่ถึงจะได้เข้าเรียนต่อในสถาบันของเค้า แน่นอนว่ายิ่งคะแนนสูง ก็ยิ่งเข้ายาก ซึ่งมหาวิทยาลัยท๊อปๆ ส่วนใหญ่ก็จะขอคะแนน 80 เป็นต้นไปค่ะ ส่วนคะแนนเฉลี่ยก็อยู่ที่ 70 ค่ะ

 

ในเว็บไซต์ University Reviews เค้าก็ทำการรวบรวมมหาวิทยาลัยและเรียงตามคะแนน ATAR ไว้ค่ะ เราขอข้ามมาพูดถึง 10 มหาวิทยาลัยที่ขอคะแนน ATAR น้อยที่สุด หรือพูดอีกนัยก็คือ น่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการรับนักเรียนเข้าค่อนข้างสูง และสามารถเข้าได้แบบไม่ยากเว่อร์จนเกินไปค่า


 

1. La Trobe University 



คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 53

 

  • ถึงจะเป็นมหาวิทยาลัยน้องใหม่ที่เพิ่งจะฉลองครบ 50 ปีไปเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา แต่เรื่องคุณภาพเค้าคือแน่นปึ้กค่ะ ติด 1 ใน 50 จากการจัดอันดับของ QS World University Rankings 2017 เลยนะคะคุ๊ณณณ

  • มีความโมเดิร์นสูงมาก สิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสุดๆ เช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์ด้านโมเลกุล ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า นี่ฐานทัพหรือมหาวิทยาลัยกันแน่คะเนี่ย!

  • ที่เราปลื้มมากๆ คือที่นี่เค้าใส่ใจนักศึกษาตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน คือดูแลหมดทั้งเรื่องวีซ่า ที่พัก การใช้ชีวิต และพอนักศึกษาจะเรียนจบ เค้าก็ให้คำปรึกษาต่อ ทั้งช่วยเรื่องหางาน การเขียน CV ดูแลแบบพิเศษมากจริงๆ

  • นักศึกษาต่างชาติเรียนที่นี่เยอะมากนะคะ มีมากว่า 110 ประเทศเลย เข้าไปเรียนแล้วได้เจอเพื่อนรอบโลกแน่นอน

 

2. University of the Sunshine Coast


 

คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 57

 

  • ที่นี่เค้าบอกเลยว่าคอร์สของเค้าเน้นด้านวิชาชีพเต็มๆ คือเอาให้จบไปวันนี้ พรุ่งนี้เข้าทำงานได้เลย ประมาณนั้น มีการฝึกสอนแบบเข้มข้นมาก

  • มีหน่วยงานคอยช่วยเหลือนักศึกษาในด้านต่างๆ ตั้งแต่เรื่องการเรียน การใช้ชีวิต สุขภาพกายและใจ ดูแลครบวงจร

  • สายวิทย์ สายหมอและพยาบาล น่าจะปลื้มที่นี่ไม่น้อย เพราะเค้ามีเทคโนโลยีในการช่วยสอนที่ทันสมัย ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้่จากประสบการณ์เสมือนจริง น่าตื่นเต้นดีค่ะ

 

3. CQ University 

 

 

คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 57

 

  • เปืดมาอย่างอลังการดาวล้านดวง เพราะที่นี่คือหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย มีแคมปัสอยู่ตามเมืองยอดฮิตต่างๆ ทั้งควีนส์แลนด์, ซิดนีย์, เมลเบิร์นและเพิร์ธ

  • เรื่องการหางานต้องยกให้เค้า เพราะเค้ามีบริการช่วยนักศึกษาเรื่องการสมัครงาน หางาน โดนนักศึกษากว่า 80% ที่จบไปสามารถหางานได้ภายใน 3 เดือนหลังเรียนจบ (ค่าเฉลี่ยทั่วประเทศตรงนี้แค่ 70% เองนะ คือคนจบที่นี่ได้งานเร็วกว่าคนอื่นๆ เยอะเลย)

  • ไม่ใช่แค่ว่าได้งานเร็วอย่างเดียวนะคะ ที่นี่ก็ยังขึ้นชื่อว่าคนจบไปแล้วมักจะได้เงินเดือนสูงซะด้วย เพอร์เฟ็คท์มากค่า

 

4. James Cook University 

 

 

คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 58

 

  • อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ที่คุณภาพแน่นเอี๊ยด การันตีโดยการติดอันดับ 1 ใน 30 มหาวิทยาลัยสมัยใหม่ที่อายุน้อยกว่า 50 ปี จาก Times Higher Education World University Rankings เลยค่ะ

  • มีหลักสูตรที่ค่อนข้างหลากหลายให้เลือก ทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม, สุขภาพศึกษา, แพทยศาสตร์, นิติศาสตร์ และสังคมวิทยา รวมไปถึงหลักสูตรช่วยปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับคนที่ภาษายังไม่แน่น ได้ลงเรียนก่อนที่จะเริ่มเข้าเรียนกันด้วย 

  • โลเคชั่นของที่นี่คือต้องให้ สิบ สิบ สิบ ไปเลยค่ะ เพราะเค้าตั้งอยู่ใกล้กับธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับโลก เช่น ป่าดงดิบของ Wet Tropics, แนวปะการัง Great Barrier Reef Marine Park และ ทุ่งหญ้าสะวันนาของ Cape York Peninsula เรียนไป ทำสารคดีไปได้เลยนะเนี่ย

 

5. Australian Catholic University 

 


 

คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 59

 

  • มหาวิทยาลัยสมัยใหม่ที่ประสบการณ์เพียบ เริ่ดถึงขนาดติดท๊อป 3% ของมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก และเป็นมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ชั้นนำด้วยนะจ๊า

  • นอกจากการเรียนการสอนที่เข้มข้นแล้ว ที่นี่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องการหางานให้กับนักศึกษาที่จบไป ก็แหม เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่นี่เนอะ อย่างช่วงที่นักศึกษายังเรียนอยู่ เค้าก็จะมีการสนับสนุนให้ไปฝึกงาน ทดลองงาน และมีการสอดแทรกการทำงานเหมือนจริงเข้ามาในหลักสูตร ทำให้นักศึกษาได้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์แบบเต็มๆ 

  • ส่วนเรื่องหางานเค้าก็ช่วยเต็มที่ค่ะ มีการตั้ง ACU CareerHub ช่วยเพิ่มคอนเนคชั่นและการประกาศหางานต่างๆ ให้นักศึกษาที่เรียนอยู่และที่จบไปแล้วได้เข้ามาดูด้วย

 

6. University of Canberra 

 

 

คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 60

 

  • ถึงจะเป็นมหาวิทยาลัยน้องใหม่วัยใสเพียงแค่ 30 ปี แต่คุณภาพเค้าไม่ด้อยไปกว่าใครค่ะ ถึงขนาดติด 1 ใน 100 มหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ชั้นนำของโลกจากการจัดอันดับ Times Higher Education Young University Rankings ปี 2018 เลยทีเดียวนะคะ

  • คลาสของที่นี่จะคนไม่เยอะ เน้นกลุ่มเล็กๆ ให้นักศึกษาได้เข้าถึงบทเรียนแบบลึกซึ้ง ไม่ต้องกลัวโดนมองข้าม สงสัยอะไรก็ถามได้เลย สะดวกมากๆ

  • ตั้งอยู่ในเมือง Canberra เมืองที่มีชีวิตชีวา ค่อนข้างทันสมัย และยังมีธรรมชาติสวยๆ ให้ได้ชื่นชมกันด้วย

 

7. Charles Darwin University 

 

 

 คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 60

 

  • แม้จะอายุน้อยกว่า 50 ปี แต่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ได้รับการยอมรับอย่างสูง ถึงขั้นติด 1 ใน 150 มหาวิทยาลัยดีเด่นของโลก จาก Times Higher Education rankings ประจำปี 2019 ฟังเผินๆ เหมือนอาจจะไม่สูง แต่พอคิดดูว่ามหาวิทยาลัยทั้งโลกมีกี่ที่ แล้วที่นี่เค้าติด 1 ใน 150 อันดับแรกนี่ก็ต้องบอกว่าเค้าไม่ได้มาเล่นๆ นะจ๊ะ

  • เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายสูงมาก ทั้งด้านของนักศึกษา คือมีทั้งต่างชาติ ชาวพื้นเมือง ฯลฯ เข้ามาเรียนกันเยอะ หันไปทางไหนก็เจอผู้คนใหม่ๆ เต็มไปหมด และอย่างเรื่องหลักสูตรการเรียนก็จัดว่าเยอะเช่นกัน มีทั้งหลักสูตรวิชาชีพ การเรียนในห้องเรียน เลือกได้เยอะมากค่ะ

  • เรื่องการดูแลเอาใจใส่นักศึกษาก็เพียบ เค้ามีศูนย์ให้บริการนักศึกษาประจำมหาวิทยาลัย (Student Central) ที่คอยช่วยเหลือนักศึกษาในหลากหลายด้าน ทั้งคำแนะนำในการเรียน การใช้ชีวิต การหางานและอื่นๆ

 

8. Deakin University


 

 

คะแนน ATAR ที่ขอโดยเฉลี่ย 62

 

  • ที่นี่เค้าภาคภูมิใจในเรื่องการส่งเสริมให้นักศึกษาได้โอกาสทำงานจริงๆ ในระหว่างที่เรียนเลยค่ะ ทั้งฝึกงานเอย ได้งานเอย มีแบบได้เงินด้วยเลยก็มี เพราะเค้ามี connection เยอะมาก พร้อมส่งนักศึกษาให้เลย 

  • มี mentor และติวเตอร์ให้ คอยช่วยทุกอย่างตั้งแต่เรื่องการเรียน ภาษา การเตรียมตัวสอบ 

  • นอกจากนี้ยังมีการ support เรื่องหางาน ทั้งในระหว่างเรียนและหลังเรียนจบ

  •  

 

 

Study in Australia

ฟรี

คู่มือเรียนออสเตรเลีย

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่อออสเตรเลียอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ ที่พลิกมาเรียนต่อด้านการตลาดที่ King’s College London ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน communication เต็มตัวในอังกฤษ