พอพูดถึงเรื่องเรียนต่อต่างประเทศ หลายๆ คนอาจจะขมคอขึ้นมาทันที เพราะนั่นหมายถึงความวุ่นวายแบบล้านแปด ไหนจะเรื่อง GPA, IELTS/TOEFL, เขียนจดหมายแนะนำตัว กรอกใบสมัคร ฯลฯ โอ้โห นี่ยังร่ายไม่จบก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาละ ยิ่งสเต็ปต่อมาที่ต้องเลือกมหาวิทยาลัยยิ่งไปกันใหญ่ เพราะสมัยนี้มหาวิทยาลัยเยอะเหลือเกิน ดูดีๆ ไปซะหมด กว่าจะเลือกได้ก็ตาแทบหลุด
วันนี้ IDP Hotcourses Thailand จะมาขอเป็นตัวช่วยค่พ ด้วยการรวมมหาวิทยาลัยชื่อดังของออสเตรเลียที่ไม่ใช่แค่ ranking ดีอย่างเดียว แต่ยังได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีอัตราการตอบรับผู้สมัครเข้าเรียนสูงสุด ๆ หรือพูดอีกอย่างก็คือ นักเรียนที่สมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ มีโอกาสได้ offer สูงมาก ๆ และหลาย ๆ ที่ยังมีเอเจ้นท์คนไทยที่จะช่วยดูแลเรื่องการสมัครเรียนต่อให้ได้อีก สิบ สิบ สิบ ไม่หักอะไรทั้งนั้นค่ะ!
สารบัญ เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจได้เลย
เรียนต่อออสเตรเลีย ใช้คะแนนอะไรบ้าง ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ส่วนใหญ่แล้วถ้าอยากไปเรียนต่อออสเตรเลีย เราจะต้องใช้คะแนนและเอกสารต่าง ๆ ตามนี้
-
Transcripts for bachelor’s degrees or equivalent ทรานสคริปต์ ใบปริญญา
-
Resume/CV
-
ผลสอบ IELTS หรือผลสอบวัดผลภาษาอังกฤษต่าง ๆ (นักเรียนต้องได้คะแนน IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.0 เพื่อขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย)
-
ต้องแสดงให้เห็นว่าน้อง ๆ ตั้งใจมาเรียนต่ออย่างแท้จริง ไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง โดยน้อง ๆ จะต้องตอบคำถาม Genuine Student Requirement 4 ข้อในแบบฟอร์มการสมัครวีซ่านักเรียนออนไลน์
-
Statement of Purpose
-
Passport พาสปอร์ต
-
Letters of Recommendation จดหมายแนะนำที่เราขอได้จากอาจารย์หรือหัวหน้าของเรา
-
Other academic transcripts ใบทรานสคริปต์อื่น ๆ (ถ้ามี)
-
สำหรับการขอวีซ่า ต้องมีเอกสารสำคัญเพิ่มเติมคือ
-
เอกสารยืนยันการรับเข้าเรียน (Confirmation of Enrolment หรือ CoE)
-
ประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติ (Overseas Student Health Cover หรือ OSHC)
-
เรียนต่อออสเตรเลีย เมืองไหนดี มหาวิทยาลัยไหนดี
นอกจากเรื่องคอร์สเรียน ตัวเมือง และค่าครองชีพต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ของการสมัครเรียนต่อก็คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากการลุ้นว่ามหาวิทยาลัยจะ accept ยอมให้ที่เรียนแก่เรา หรือจะ reject แบบสะบัดบ๊อบไม่มีเยื่อใยให้กันบ้างเลย อันนี้ต้องบอกว่าลุ้นทุกครั้งที่เช็คอีเมลกันเลยทีเดียว ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับมหาลัยแต่ละแห่งว่าเค้าจะพิจารณาจากอะไรบ้าง และเราจะผ่านเกณฑ์ของเค้ารึเปล่า ซึ่งมหาลัยในออสเตรเลียก็มีอัตราการรับนักเรียนเข้าเรียน (อัตราการให้ offer) แตกต่างกันออกไป อัตราที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ประมาณ 30% เอง (เข้ายากเชียว) แต่ข่าวดีก็คือมีอีกหลายมหาลัยที่มีอัตราการให้ offer สูงเกิน 70%-80% เลยนะ มีที่ไหนบ้าง มาดูกัน
มหาวิทยาลัยดังในออสเตรเลียที่เข้าไม่ยากอย่างที่คิด
เข้าง่ายในที่นี้หมายถึงเค้ามีอัตราการให้ offer สูงมาก ๆ นั่นเองนะคะ หลายๆ คนอาจจะมองว่า เข้าง่าย ก็แปลว่าคุณภาพไม่ดีหรือเปล่า ต้องบอกว่าไม่ใช่เด้อ เพราะมหาลัยเหล่านี้เค้ามีชื่อเสียงพอสมควร แต่กฎเกณฑ์การรับสมัครจะไม่โหดหินเว่อร์ ทั้งนี้ก็เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาเรียนต่อในประเทศในฝันได้ค่ะ
ถ้ายังจำกันได้ เราเคยเสนอบทความนี้ไปแล้วในส่วนของ UK และสหรัฐอเมริกา มาวันนี้เราขอพูดถึงออสเตรเลียกันบ้างค่ะ
คู่มือเตรียมตัวไปเรียนต่อออสเตรเลีย เจาะลึกทั้งเมือง ความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย วีซ่า และอื่น ๆ
Step-by-step guide รวมขั้นตอนการไปเรียนต่อออสเตรเลียแบบละเอียดยิบ อัพเดทล่าสุด
ทำงาน part-time ระหว่างเรียนต่อออสเตรเลีย ได้เงินเดือนเท่าไหร่?
อัพเดทข่าวสำหรับคนอยากทำงานไปเรียนไป
เรียนต่อออสเตรเลียด้านไหนดี? เจาะลึกรายได้ตามวุฒิและสาขาในออสเตรเลีย
La Trobe University
อัตราการสมัครแล้วได้ offer (Acceptance rate) = 100%
ค่าเล่าเรียนระดับป.โท: 39,845 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย
-
ถึงจะเป็นมหาวิทยาลัยน้องใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 60 เร็ว ๆ นี้ แต่เรื่องคุณภาพเค้าคือแน่นปึ้กค่ะ ติดอันดับมหาลัยที่ดีที่สุดในโลก 250 อันดับแรกจาก QS Universities ranking 2025 (ไต่อันดับขึ้นมาเร็วมาก)
-
มีความโมเดิร์นสูงมาก สิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสุดๆ เช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์ด้านโมเลกุล ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่า ฉากหนังฮอลลีวู้ดคือต้องเข้าละนะ ครบขนาดนี้
-
จุดเด่นอีกอย่างคือที่นี่เค้าใส่ใจนักศึกษาตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน คือดูแลหมดทั้งเรื่องวีซ่า ที่พัก การใช้ชีวิต และพอนักศึกษาจะเรียนจบ เค้าก็ให้คำปรึกษาต่อ ทั้งช่วยเรื่องหางาน การเขียน CV ดูแลแบบพิเศษมากจริง ๆ
-
นักศึกษาต่างชาติเรียนที่นี่เยอะมากนะคะ มีมากว่า 110 ประเทศเลย เข้าไปเรียนแล้วได้เจอเพื่อนรอบโลกแน่นอน
University of Canberra
อัตราการสมัครแล้วได้ offer (Acceptance rate) = 88%
ค่าเล่าเรียนระดับป.โท: 35,960 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย
-
ถึงจะเป็นมหาวิทยาลัยน้องใหม่วัยใสเพียงแค่ 35 ปี แต่คุณภาพเค้าไม่ด้อยไปกว่าใครค่ะ มีสาขาให้เลือกเรียนเยอะ และมีหลากหลายสาขาที่ติด ranking ระดับโลก เช่น สาขาการกีฬาติด 100 อันดับแรกของโลก
-
คลาสของที่นี่จะคนไม่เยอะ เน้นกลุ่มเล็กๆ ให้นักศึกษาได้เข้าถึงบทเรียนแบบลึกซึ้ง ไม่ต้องกลัวโดนมองข้าม สงสัยอะไรก็ถามได้เลย สะดวกมาก ๆ
-
ตั้งอยู่ในเมือง Canberra เมืองที่มีชีวิตชีวา ค่อนข้างทันสมัย และยังมีธรรมชาติสวย ๆ ให้ได้ชื่นชมกันด้วย
แนะนำฟีเจอร์ใหม่ สมัครปุ๊บ รู้ผลปั๊บ แถมมีพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ช่วยสมัครให้ด้วย
James Cook University
อัตราการสมัครแล้วได้ offer (Acceptance rate) = 79%
ค่าเล่าเรียนระดับป.โท: 35,279 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย
-
อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ที่คุณภาพแน่นเอี๊ยด ติดโผมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดอันดับที่ 440 ของโลก
-
มีหลักสูตรที่ค่อนข้างหลากหลายให้เลือก ทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม, สุขภาพศึกษา, แพทยศาสตร์, นิติศาสตร์ และสังคมวิทยา รวมไปถึงหลักสูตรช่วยปูพื้นฐานภาษาอังกฤษให้กับคนที่ภาษายังไม่แน่น ได้ลงเรียนก่อนที่จะเริ่มเข้าเรียนกันด้วย
-
โลเคชั่นของที่นี่คือต้องให้ สิบ สิบ สิบ ไปเลยค่ะ เพราะเค้าตั้งอยู่ใกล้กับธรรมชาติที่สวยงามติดอันดับโลก เช่น ป่าดงดิบของ Wet Tropics, แนวปะการัง Great Barrier Reef Marine Park และ ทุ่งหญ้าสะวันนาของ Cape York Peninsula เรียนไป ทำสารคดีไปได้เลยนะเนี่ย
Charles Stuart University
อัตราการสมัครแล้วได้ offer (Acceptance rate) = 64%
ค่าเล่าเรียนระดับป.โท: 34,404 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย
-
มีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากกว่า 100 สาขา อยากเรียนอะไรมีครบหมดค่ะ
-
มีหลักสูตรที่ส่งเสริมความแข็งแกร่งด้านงานวิจัยและเน้นเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก่อนเรียนจบและก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน
-
นักศึกษาที่เรียนจบจาก Charles Stuart University ได้งานเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยของรัฐอื่น ๆ ในออสเตรเลีย
เครดิท
Edvoy
Uniacco
La Trobe University
Universities Australia
Eminent Edu