ถ้าให้บอกว่าประเทศไหนที่มีนักเรียนไทยอยากไปเรียนต่อเยอะมากที่สุด ขอบอกแบบมั่นใจ ตอบแบบตะโกนเลยว่า "ออสเตรเลีย" ติดท็อป 5 ประเทศที่มีคนอยากไปเรียนต่อเยอะที่สุดแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรียนต่อป.ตรี ป.โท หรือป.เอก ออสเตรเลียก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักทั้งนั้นค่ะ
และสำหรับใครที่ปักหมุดไว้แล้วว่า จะไปเรียนต่อออสเตรเลียแน่นอน แต่ยังไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ แล้วต้องทำอะไรต่อ จะไปเรียนต่อออส ค่าใช้จ่ายจะประมาณเท่าไหร่ มีทุนการศึกษาไหม ไม่ต้องนอยด์ไปค่ะ เพราะว่า Hotcourses Thailand สรุปขั้นตอนต่าง ๆ มาให้แบบเข้าใจง่ายเว่อร์ ทำตามทีละสเต็ปได้เลย ชนิดที่ว่าอ่านจบแล้วพร้อมสมัครเรียน เตรียมจองตั๋วเครื่องบินได้ล่วงหน้ายาว ๆ กันเลย
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
เรียนต่อออสเตรเลียดีไหม? ข้อดีของการเรียนต่อออสเตรเลีย
ทำไมหลาย ๆ คนถึงอยากไปเรียนต่อออสเตรเลียกันนะ? ถ้าจะให้พูดถึงข้อดีทั้งหมดแบบละเอียด เราอาจจะต้องพิมพ์จนนิ้วล็อคฉ่ำและคนอ่านอาจจะตาลายเอาได้ แต่ Hotcourses Thailand ไม่ยอมแพ้ค่ะ เราสรุปข้อดีของการไปเรียนต่อออส แบบย่อยง่ายมาให้แล้ว
- ระบบการศึกษาดีเยี่ยม
- ออสเตรเลียเป็นประเทศที่คุณภาพการเรียนการสอนดีติดอันดับต้น ๆ ของโลก หลักสูตรของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียนั้นจะมุ่งให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาการเรียนแบบรอบด้าน และยังเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับการเรียนในห้องเรียน เน้นความคิดสร้างสรรค์และการเปิดกว้างทางความคิด
- มหาวิทยาลัย ranking ดีและมีคุณภาพสูงติดอันดับโลก
- ในออสเตรเลียมีมาตรฐานสูงมาก การันตีคุณภาพระดับโลก มีมหาวิทยาลัยดัง ๆ ติด Top 100 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกหลายแห่ง
- เรียนไปทำงานไปได้ เก็บเงินได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
- สามารถเรียนไปและทำงานไปได้ด้วย เพราะรัฐบาลออสเตรเลียอนุญาตให้นักเรียนต่างชาติสามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ระหว่างเปิดเทอม หรือทำงานได้เต็มเวลาระหว่างปิดเทอม เก็บเงินได้สบาย
- อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนต่อออสเตรเลียได้ตรงนี้
- มีโอกาสอยู่ทำงานต่อได้หลังเรียนจบ
- หลังเรียนจบจากออสเตรเลียแล้ว น้อง ๆ ยังสามารถขอวีซ่าอยู่ทำงานหลังเรียนจบ (Post-study work visa) ได้อีกด้วย
- อ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ Post-study work visa ของออสเตรเลียที่นี่
- คุณภาพชีวิตดี ประเทศปลอดภัย มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ
- ใครไปเรียนต่อออสเตรเลียไม่ต้องห่วงเรื่องคุณภาพชีวิตเลยค่ะ ที่นี่เค้าดีสมมงฯ มีการจัดการกฎหมายต่าง ๆ ดูแลสภาพแวดล้อม และดูแลทั้งพลเมืองและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี
- นอกจากนี้ออสเตรเลียยังมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เยอะมาก ไม่ต้องกลัวไปแล้วจะแตกต่างหรือเหงาเลย
ข้อมูลน่าสนใจสำหรับใครที่อยากไปเรียนต่อออสเตรเลีย
-
ออสเตรเลียมีมหาลัยและสถาบันการศึกษาถึง 43 แห่ง
-
มหาลัยที่เก่าแก่ที่สุด ได้แก่ University of Sydney ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1850
-
จำนวนนักศึกษาต่างชาติ: 794,113 คน
-
ระยะเวลาของหลักสูตรโดยเฉลี่ย:
-
เรียนต่อปริญญาตรีที่อออสเตรเลีย ใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี
-
เรียนต่อปริญญาโทที่ออสเตรเลีย ใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี
-
เรียนต่อปริญญาเอกที่ออสเตรเลีย ใช้เวลาประมาณ 3 ปี
-
ขั้นตอนการเรียนต่อออสเตรเลีย อยากเรียนต่อออสเตรเลียเริ่มยังไงดี?
1. เลือกคอร์สและมหาลัย
ออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัยให้เลือกเยอะมาก หลาย ๆ คนที่ตั้งเป้าว่าอยากจะไปเรียนต่อออส อาจจะยังไม่รู้จะเริ่มเลือกหลักสูตรและมหาวิทยาลัยยังไง ลองทำตามนี้ค่ะ
- เลือกก่อนว่าเราอยากเรียนหลักสูตรอะไร คอร์สเกี่ยวกับอะไร
- ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากอะไร ลองดูหน้าหลักสูตรแนะนำ หรือลองส่องดูสาขาที่เหมาะกับบุคลิกภาพของเรากันก่อนก็ได้
- อ่านรายละเอียดของแต่ละหลักสูตร ดูว่ามีรายวิชาอะไรบ้าง ข้อมูลตรงนี้สามารถหาได้จากหน้าเว็บไซต์ของหลักสูตรที่เราสนใจได้เลย อย่าลืมว่าแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีรายวิชาไม่เหมือนกัน เลือกดูดี ๆ นะคะ
- ดูคุณสมบัติของผู้สมัคร ต้องได้เกรดเท่าไหร่ GPA เท่าไหร่ รวมไปถึงคะแนน IELTS ที่ทางคณะกำหนด
- มหาวิทยาลัย ดูว่ามหาวิทยาลัย ranking เป็นอย่างไร เด่นในสาขาไหนบ้าง มีวิทยาเขตและสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง
- สามารถเช็คอันดับมหาวิทยาลัยได้จาก QS University ranking หรือ Times Higher Education ranking
- เมืองที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาเขตตั้งอยู่นั้นเป็นเมืองแบบไหน ถ้าชอบเมืองใหญ่ ๆ เราอาจจะเน้นไปที่ซิดนี่ย์ (Sydney) หรือเมลเบิร์น (Melbourne) แต่ถ้าชอบแบบชิลล์ ๆ เมืองไม่ใหญ่มาก ไม่วุ่นวาย เราขอแนะนำให้ไปเมืองขนาดกลาง ๆ อย่าง เพิร์ธ (Perth) หรือแคนเบอร์รา (Canberra) เป็นต้น
- ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อและใช้ชีวิตในเมืองนั้น ๆ จะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่
เรียนต่อออสเตรเลียที่มหาวิทยาลัยไหนดี?
มหาวิทยาลัยดัง ๆ ในออสเตรเลียมีอยู่เยอะมากค่ะ และหลาย ๆ แห่งก็ ranking ติดอันดับโลกด้วย ตัวอย่างมหาวิทยาลัยมีชื่อที่เราคุ้นหูกันดีก็เช่น
-
University of Melbourne อันดับที่ 19 ของโลก
-
University of New South Wales (UNSW Sydney) อันดับที่ 20 ของโลก
-
University of Sydney อันดับที่ 25 ของโลก
-
Australian National University (ANU) อันดับที่ 32 ของโลก
-
Monash University อันดับที่ 36 ของโลก
-
University of Queensland อันดับที่ 42 ของโลก
-
University of Western Australia อันดับที่ 77 ของโลก
ถ้ายังเลือกไม่ได้ ลองอ่านบทความข้างล่างประกอบการตัดสินใจดูได้ค่ะ
2. คำนวณค่าใช้จ่าย มีเงินเก็บพอครอบคลุมทุกอย่างไหม
เราต้องลองคำนวณดูว่าค่าใช้จ่ายในการไปเรียนต่อครั้งนี้จะตกอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ และเรามีเงินเก็บพอไหม อันนี้ลองหาข้อมูลด้วยตัวเองก็ได้หรือถ้าอยากให้ง่ายขึ้น ก็สามารถปรึกษาเอเจ้นท์อย่างพี่ ๆ Hotcourses Thailand ได้ค่ะ
ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ในการเรียนต่อออสเตรเลีย
ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ย:
- หลักสูตรป.ตรี ประมาณ AU$20,000 - AU$45,000 ต่อปี
-
หลักสูตรป.โทและป.เอก ประมาณ AU$22,000 - AU$50,000 ต่อปี
ค่าที่พัก
- ค่าที่พักสำหรับนักเรียนที่เรียนต่อออสเตรเลียอยู่ที่ประมาณ $450 - $2,000 ต่อเดือน
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
- ค่าอาหาร $400 - $780
- ค่าเดินทาง $150 - $170
- ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต $130
- ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส $200 (ส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายตรงนี้จะรวมค่าที่พักแล้ว แต่ถ้าไม่รวม เราต้องหารกับเพื่อนร่วมบ้าน/หอเพื่อจ่ายตรงนี้นะคะ)ค่าประกันสุขภาพ เริ่มต้นที่ $30 ต่อเดือน
- ค่าเที่ยว พักผ่อน ช้อปปิ้ง $200 - $400 ต่อเดือน
ตัวช่วย
-
ดูรีวิวเว็บคำนวณค่าใช้จ่ายสำหรับไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วเลือกใช้เว็บที่เราชอบได้เลย
-
ปรึกษาพี่ ๆ เอเจ้นท์ ถ้าคุยกับพี่ ๆ Hotcourses Thailand เราสามารถทักแชท แอดไลน์ หรือกรอกข้อมูลให้เค้าติดต่อกลับได้ด้วยนะ
-
หาข้อมูลเพิ่มจากในเว็บ เช่น Infographic อัพเดทค่าครองชีพออสเตรเลีย ไปเรียนออสใช้เงินเท่าไหร่ แบบม้วนเดียวจบ
3. เตรียมสอบ IELTS หรือการสอบวัดผลอื่น ๆ
-
ไปสอบ IELTS เอาผลให้ได้ตามที่มหาลัยเค้ากำหนด
-
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในออสเตรเลียกำหนดไว้ว่าต้องได้ IELTS 6.0 - 6.5 ขึ้นไป จึงจะสมัครเรียนต่อในระดับป.ตรีหรือป.โทได้
-
การสอบ IELTS นั้น เราจะสามารถเก็บผลสอบไว้ได้ 2 ปี หลังจากนั้นต้องสอบใหม่อีกรอบ
-
ค่าสอบประมาณ 8,210 บาท
ถ้า IELTS ไม่ถึง 6.5 จะเรียนต่อออสเตรเลียได้ไหม?
-
ได้ค่ะ แนะนำให้มองหามหาลัยที่มี pre-sessional program หรือ pathway program บางมหาลัยคือเรียนคอร์สภาษาของเค้าจบแล้วก็รับเราเข้าเรียนต่อเลยก็มี
-
ใครได้ IELTS น้อย แนะนำให้อ่านลิ้งค์นี้เลย รวมมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียที่ IELTS 5.0 - 5.5 ก็เข้าได้
ตัวช่วย
เรามีบทความเกี่ยวกับ IELTS เยอะมากค่ะ ลองค้นหาในช่อง search มุมบนขวาได้เลย (พิมพ์คำว่า IELTS) หรือลองดูคอนเท้นต์ข้างล่างนี้เป็นน้ำจิ้มไปก่อนก็ได้
4. เตรียมเอกสารสมัครเรียน
แต่ละมหาลัยอาจจะขอเอกสารไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราขอแนะนำให้อ่านรายละเอียดในเว็บของมหาลัยนั้น ๆ ให้ดีค่ะ (ถึงจะให้เอเจ้นท์ช่วยแล้วแต่เราก็ควรเช็คอีกรอบด้วยนะ) แต่ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะขอเอกสารประมาณนี้
-
Transcripts for bachelor’s degrees or equivalent ทรานสคริปต์ ใบปริญญา
-
Resume/CV
-
ผลสอบ IELTS หรือผลสอบวัดผลภาษาอังกฤษต่าง ๆ
-
Statement of Purpose
-
Passport พาสปอร์ต
-
Letters of Recommendation จดหมายแนะนำที่เราขอได้จากอาจารย์หรือหัวหน้าของเรา
-
Other academic transcripts ใบทรานสคริปต์อื่น ๆ (ถ้ามี)
เสร็จแล้วส่งใบสมัครไปตามมหาลัยที่เราเล็งไว้เลย
5. รอฟังผล + ตอบรับผล
ส่วนใหญ่แล้วมหาลัยจะใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ - 2 เดือนในการประเมินใบสมัคร แล้วแต่มหาลัย บางที่อาจจะเร็วกว่านั้น เมื่อรู้ผลแล้วเราก็ต้องตอบรับหรือปฏิเสธ offer ตามระยะเวลาที่เค้ากำหนด
6. ขอวีซ่า
สำหรับคนที่จะไปเรียนต่อป.โทในออสเตรเลีย ต้องขอวีซ่า Student Visa (subclass 500) ค่ะ วีซ่าตัวนี้จะอนุญาตให้เราอาศัยและเรียนอยู่ในออสเตรเลียได้ และจะเข้า-ออกกี่ครั้งก็ได้ (ถ้าเรียนแบบ full-time ก็มีสิทธิ์ทำงานได้ด้วย)
หลังจากเราตอบรับ offer แล้ว เราก็จะได้ Confirmation of Enrolment (CoE) จากทางมหาลัยมา ซึ่งจดหมายนี้สำคัญมาก และต้องเอาไปใช้สมัครวีซ่าด้วย เอกสารส่วนใหญ่ที่ต้องใช้ในการสมัครวีซ่า คือ
-
พาสปอร์ต
-
Confirmation of Enrolment (CoE) หรือเอกสารตอบรับ/ยืนยันการรับเข้าเรียนจากมหาลัย
- Genuine Student (GS) requirement โดยการตรวจสอบตัวนี้จะมาแทนที่การขอเอกสาร Genuine Temporary Entrant (GTE) ในระบบเก่า
Genuine Student (GS) requirement คืออะไร?
- Genuine Student (GS) requirement คือกลุ่มคำถามที่น้อง ๆ ต้องเขียนตอบในฟอร์มยื่นขอวีซ่านักเรียน โดยเค้าจะมีชุดคำถามให้ตามข้างล่างนี้ ซึ่งคำตอบต้องเป็นภาษาอังกฤษและคำตอบของแต่ละคำถามต้องยาวไม่เกิน 150 คำ
- ให้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของนักเรียน โดยต้องระบุชัดเจนเกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ที่ทำงานหรือสถานะการทำงาน รวมไปถึงสถานะที่เกี่ยวกับการเงินของนักเรียน/ครอบครัวนักเรียนเอง
- อธิบายว่าทำไมถึงสนใจเรียนต่อในหลักสูตรและมหาวิทยาลัยที่สมัครไป ในส่วนนี้ต้องแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะเรียนอย่างละเอียด รวมถึงเข้าใจระบบการศึกษาของออสเตรเลีย และการใช้ชีวิตทั่วไปในออสเตรเลียด้วย
- อธิบายว่าหลังจากเรียนจบหลักสูตรแล้ว นักเรียนจะได้ประโยชน์อย่างไรบ้าง การได้วุฒินี้จะช่วยต่อยอดทางอาชีพได้อย่างไร
- สามารถเขียนรายละเอียดสำคัญอื่น ๆ เพิ่มเติมได้
นอกจากตอบคำถามแล้ว นักเรียนจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญอื่น ๆ หรือข้อมูลที่จำเป็นด้วย ได้แก่
- เอกสาร/ข้อมูลที่แสดงประวัติการศึกษา
- ทรานสคริปต์
- ใบปริญญา (ถ้ามี)
- ระบุชื่อมหาวิทยาลัยหรือสถาบันศึกษาที่เรียนมา
- ระบุระยะเวลาของหลักสูตรที่เรียนมา
- ใบประกาศนียบัตร (ถ้ามี)
- เอกสาร/ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการศึกษาในออสเตรเลีย
- เอกสาร/ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานปัจจุบัน
- ระบุชื่อและที่อยู่ของบริษัทหรือองค์กรที่ทำงานอยู่
- ระยะเวลาการจ้างงาน (เริ่มทำงานตั้งแต่วันที่เท่าไหร่ ถึงวันที่เท่าไหร่)
- ระบุตำแหน่งการทำงาน
- ระบุชื่อผู้ร่วมงาน/ฝ่ายบุคคลและรายละเอียดที่ติดต่อได้สำหรับใช้อ้างอิง (ทางรัฐอาจมีการติดต่อไปเพื่อขอตรวจสอบข้อเท็จจริง)
- เอกสาร/ข้อมูลเกี่ยวกับการเงินของนักเรียน
- เอกสารแสดงการจ้างงานหรือกิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ที่ครอบคลุมระยะเวลา 12 เดือนก่อนวันที่ยื่นสมัครขอวีซ่า
- เอกสารรับเข้าทำงาน/เสนอตำแหน่งงาน โดยต้องระบุตำแหน่ง เงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ ที่นักเรียนจะได้รับหลังเรียนจบหลักสูตรนี้
- หลักฐานบัญชีการเงิน เช่น ภาษีรายได้หรือ bank statement
- เอกสาร/ข้อมูลที่แสดงสถานะปัจจุบันของนักเรียน
- เหตุผลว่าทำไมจึงไม่สามารถเรียนในหลักสูตรที่คล้ายกันในประเทศของเราหรือประเทศใกล้เคียงได้
- ผู้สมัครมีพันธะอะไรกับครอบครัวในประเทศไทยบ้าง
- สถานการณ์ทางการเงินของผู้สมัคร
- รายละเอียดอื่น ๆ สามารถดูได้ที่นี่
-
หลักฐานทางการเงินว่าเรามีเงินเก็บครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่เรียน
-
ขอวีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ต้องแสดงเงินเก็บเท่าไหร่?
-
กฏล่าสุดจากเว็บไซต์รัฐบาลของออสเตรเลีย ระบุว่าผู้ที่จะยื่นขอวีซ่านักเรียนเพื่อเรียนต่อในออสเตรเลียหลังจากวันที่ 23 มีนาคม 2567 เป็นต้นไป จะต้องแสดงหลักฐานทางการเงินเป็นจำนวน $29,710
-
-
-
Evidence of your Overseas Student Health Cover (OSHC) หลักฐานว่าเราซื้อประกันสุขภาพสำหรับนักเรียนต่างชาติไว้แล้ว
-
Resume/CV
-
Certified copies of your academic transcripts ทรานสคริปต์ ใบปริญญา
อย่าลืมเตรียมเงิน AUD$2,000 สำหรับค่าสมัครวีซ่าไว้ด้วยนะคะ ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่าก็อาจไม่เหมือนกันในแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1 - 4 เดือนจึงจะรู้ผลค่ะ
ตัวช่วย
-
ในเว็บทางการของออสเตรเลีย เค้ามี checklist ไว้ให้แล้ว เข้าไปดูได้เลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง
-
หรือถ้าจะเตรียมเอง เราก็มีข้อมูลให้เยอะมาก
หาที่พัก + แพ็คของ + วางแผนเดินทาง
พอได้วีซ่ามานอนกอดให้โล่งใจแล้ว เราก็สามารถวางแผนการใช้ชีวิตที่นู่นได้เลย หลัก ๆ ก็คือ
-
ต้องจองที่พักก่อน อันนี้สามารถให้พี่ ๆ เอเจ้นท์ช่วยได้ หรือจะติดต่อกับ student advisor ของมหาลัยโดยตรงเลยก็ได้ ส่วนใหญ่ทางมหาลัยเค้าจะมีที่พักให้ เราสามารถจองแบบที่เราชอบได้
-
ซื้อตั๋วเครื่องบินให้เรียบร้อย
-
วางแผนเดินทาง จัดกระเป๋าได้แล้ว
-
เตรียมบินจ้า
ทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนต่อที่ออสเตรเลียและโอกาสเรียนต่อหลังเรียนจบ
- น้อง ๆ สามารถทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนที่ออสเตรเลียได้
- ทำงาน part-time ได้สูงสุด 48 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ระหว่างเปิดเทอม หรือทำงานได้เต็มเวลา (full-time) ระหว่างปิดเทอม
- อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียนต่อออสเตรเลียได้ตรงนี้
- มีโอกาสอยู่ทำงานต่อได้หลังเรียนจบ
- สามารถขอวีซ่าอยู่ทำงานหลังเรียนจบ (Post-study work visa) ได้อีก
- อ่านรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับ Post-study work visa ของออสเตรเลียที่นี่
ขั้นตอนสำคัญ ๆ ก็จะประมาณนี้ค่ะ ใครอยากได้รายละเอียดแบบเจาะลึก คอร์สไหนดี เริ่มสมัครที่ไหน เมื่อไหร่ และอื่น ๆ แนะนำให้ปรึกษาพี่ ๆ Hotcourses Thailand ดูนะคะ ถามได้หมดทุกอย่าง ฟรี ไม่เสียเงินด้วยเด้อ
ขอให้ทุกคนโชคดีกับการไปเรียนต่อต่างประเทศนะคะ
เครดิท