ใครกำลังเล็งไปทำงาน เก็บเงินที่ออสเตรเลียด้วยโครงการ Work and Holiday ต้องอ่าน!
Work and Holiday Visa คืออะไร
Work and Holiday คือ โครงการแลกเปลี่ยนที่สนับสนุนให้เยาวชนได้ออกไปเรียนคอร์สระยะสั้น ทำงานชั่วคราว และท่องเที่ยวในออสเตรเลียเพื่อเปิดโลกทัศน์ หาประสบการณ์ชีวิต ฝึกฝนการใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทาง โดยจะเป็นการให้วีซ่าถูกกฎหมายเป็นระยะเวลา 1 ปี
ข้อกำหนดการเรียนและการทำงานภายใต้วีซ่า Work and Holiday คือ
- สามารถเรียนคอร์สระยะสนั้นได้สูงสุด 4 เดือน (17 สัปดาห์)
- สามารถทำงานประเภทใดก็ได้ แต่สามารถทำงานกับนายจ้างที่หนึ่งได้ไม่เกิน 6 เดือน
โครงการ Working Holiday จะใช้ชื่อวีซ่า subclass 462
คุณสมบัติของผู้สมัคร
- สัญชาติไทย
- อายุ 18-30 ปี
- ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่สามารถพาผู้ติดตามไปด้วย)
- มีสุขภาพแข็งแรง
- ต้องมีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัคร มูลค่าอย่างน้อย 5,000 AUD
- มีหลักฐานแสดงทักษะภาษาอังกฤษ (คนส่วนใหญ่นิยมใช้ IELTS หรือ TOEFL)
- IELTS ประเภทใดก็ได้ คะแนนไม่ต่ำกว่า 4.5 ในทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี
- TOEFL iBT มีอายุไม่เกิน 1 ปี คะแนนover all ไม่ต่ำกว่า 32
- PTE Academic คะแนน over all ไม่ต่ำกว่า 30
- Cambridge English: CAE คะแนน over all ไม่ต่ำกว่า 147
ขั้นตอนการสมัคร
สมัครผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ของกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ที่ http://161.82.213.251/opp/home/
ขั้นตอนการสมัครผ่านออนไลน์เรียกกันว่า ‘การกดโควต้า’ ต้องขอบอกว่าโหดหินมาก เพราะคนแย่งกันสมัครจนเต็มภายในไม่กี่นาทีเป็นประจำทุกปี เทคนิคที่พอจะช่วยได้คือ การเตรียมพิมพ์ข้อมูลทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วก็อปปี้ไปวางอย่างรวดเร็ว หาเพื่อนมาช่วยกดโควต้าจากคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และตั้งสติทำสมาธิให้ดี โควต้านี้การแข่งขันสูงมาก ช้าไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว
หลังจากผ่านด่านการกดโควต้าได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการสัมภาษณ์กับทางกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ซึ่งสำคัญคือต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วนถูกต้อง
ค่าสมัครวีซ่า
ค่าสมัครวีซ่า Work and Holiday ตอนนี้อยู่ที่ AUD635 หรือประมาณ 11,700 บาท โดยค่าวีซ่าจะจ่ายหลังจากเรากดโควต้าได้และขอวีซ่าที่สถานทูต ก่อนหน้านี้ราคาวีซ่าอยู่ที่ A$510
อยู่ต่อออสเตรเลียด้วยวีซ่า Work and Holiday ปีที่ 2 และ 3
สำหรับใครที่ได้ไปทำงานที่ออสเตรเลียด้วยวีซ่า Work and Holiday (First) หรือวีซ่าออสเตรเลียครั้งแรก แล้วอยากทำงานในออสเตรเลียต่อเป็นปีที่ 2 หรือ 3 โดยใช้วีซ่า second (and third) Work and Holiday visa ก็สามารถทำได้!
แต่ๆๆ เราต้องวางแผนการทำงานด้วยวีซ่าครั้งแรกให้ดี เพราะ การจะสมัคร second (and third) Work and Holiday visa ได้ต้องทำงานใน sector และภูมิภาคที่รัฐกำหนดในวีซ่าครั้งแรก ได้แก่
- งานด้านการท่องเที่ยวและการบริการทางภาคเหนือของออสเตรเลีย หรือในพื้นที่ห่างไกล หรือห่างไกลมากของออสเตรเลียเท่านั้น
- งานเกษตรกรรม ปศุสัตว์ (Plant and animal cultivation)
- งานประมง งานเก็บไข่มุก (Fishing and pearling)
- งานฟาร์มต้นไม้ (Tree farming and felling)
- งานก่อสร้าง (Construction)
- งานฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกไฟป่า (Bushfire recovery work)
- งานในระบบสาธารณะสุขหรือการแพทย์ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับโควิด-19 (Critical COVID-19 work in the healthcare and medical sectors)
- งานฟื้นฟูน้ำท่วม (Flood recovery work)
โดยต้องทำงานในงานที่กำหนด ข้างต้น เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน ถึงจะสมัครวีซ่า Work and Holiday ครั้งที่ 2 ได้ และต้องทำงานที่กำหนด อย่างน้อย 6 เดือน ถึงจะสมัครวีซ่า Work and Holiday ครั้งที่ 3 ได้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานที่กำหนดและการนับเวลาทำงานได้ที่นี่
Working Holiday Scheme ที่ นิวซีแลนด์
นอกจากออสเตรเลียแล้ว นิวซีแลนด์ก็ยังมีโครงกานลักษณะเดียวกันด้วย! โดยเปิดโอกาสให้ทำงานอยู่นิวซีแลนด์เป็นเวลา 1 ปี
คุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่า Working Holiday Scheme - New Zealand
- สัญชาติไทย
- อายุ 18-30 ปี
- ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่สามารถพาผู้ติดตามไปด้วย)
- มีสุขภาพแข็งแรง
- ต้องมีหลักฐานทางการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัคร มูลค่าอย่างน้อย 7,000 NZD หรือ 150,000 บาท
- มีหลักฐานแสดงทักษะภาษาอังกฤษ (คนส่วนใหญ่นิยมใช้ IELTS หรือ TOEFL)
- IELTS ประเภทใดก็ได้ คะแนนไม่ต่ำกว่า 4.5 ในทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี
- TOEFL iBT มีอายุไม่เกิน 1 ปี คะแนนover all ไม่ต่ำกว่า 32
- PTE Academic คะแนน over all ไม่ต่ำกว่า 30
- Cambridge English: CAE คะแนน over all ไม่ต่ำกว่า 147
ประสบการณ์เตรียมตัวสำหรับการกดวีซ่า Work and Holiday ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
สำหรับคนที่ต้องการจะไปโครงการ Work and Holiday ของออสเตรเลียและ Working Holiday Visa ของนิวซีแลนด์
1. ติดตามข่าวสาร Work and Holiday เรื่อยๆ เช่น ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หรือเข้ากลุ่มไลน์ที่อัพเดตข่าวสารเรื่อยๆ
- โดยส่วนใหญ่จะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน ของทุกปี
2. สิ่งที่ท้าทายสำหรับหลายๆ คนก็คือการอ่าน IELTS โดยใครที่ยังไม่มั่นใจก็ควรใช้เวลาเตรียมตัวกับพาร์ทนี้ให้ดีๆ เพราะต้องมีคะแนน IELTS ก่อนวันกดรับสมัครโควต้าตัวจริง
3. ระหว่างนี้ใครทำงาน ก็ควรเก็บเงินไว้ด้วย เพราะในการยื่นเอกสาร ต้องมีหลักฐานด้านการเงินให้ถึงที่กำหนดด้วย
4. เตรียมอินเทอร์เน็ต วอร์มนิ้วไว้ให้ดีในวันกดโควต้าตัวจริง หรือใครไม่มั่นใจ ก็สามารถหาคนมาช่วยได้เช่นกัน
ฟิต IELTS ก่อนสมัคร Work and Holiday Visa
ielts คือ อะไร ข้อมูลครบจบทุกเรื่องการสอบ IELTS
Speaking
- รวมศัพท์ตัวตึงที่คนมักจะออกเสียงผิดกันบ่อย ๆ เอาไว้ใช่อัพคะแนน IELTS พาร์ท speaking กัน!
- แจกศัพท์ตัวตึง เอาไว้ใช้ใน IELTS speaking ให้ได้ band 7+ ไปเลยสวยๆ
- ฝึก IELTS Speaking ตอบยังไงให้สุดปังแบบมิลลิบนเวทีโลก
- เผยเคล็ดลับชาวเน็ตอินเตอร์ อัพคะแนน IELTS Speaking
Writing
- แจกศัพท์ที่ออกเสียงเหมือนกันแต่สะกดไม่เหมือนกัน เขียนให้ถูก อัพคะแนนสอบ IELTS, TOEFL
- แจกลิสท์ศัพท์ นามนับได้ - นับไม่ได้ ที่เจอบ่อย ๆ ใน IELTS TOEFL
- เผยเคล็ดลับชาวเน็ตอินเตอร์ อัพคะแนน IELTS Writing
- แจกคำศัพท์ที่น่าใช้ใน IELTS writing task 1
Listening
- รวมศัพท์ IELTS พาร์ท Listening ที่สะกดผิดกันเยอะที่สุด
- เผยเคล็ดลับชาวเน็ตอินเตอร์ อัพคะแนน IELTS Listening
Reading
- เผยเคล็ดลับชาวเน็ตอินเตอร์ อัพคะแนน IELTS Reading
- แจกศัพท์เจอบ่อยใน IELTS แยกตามหัวข้อที่มาแล้วมาอีกเกือบทุกปี!
IELTS by IDP: แอปช่วยการเตรียมตัวสอบ IELTS
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Work and Holiday Visa