ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เผยเคล็ดลับชาวเน็ตอินเตอร์ อัพคะแนน IELTS Speaking

share image

    วันศุกร์อีกแล้วนะคะ กลับมาพบกับมิสอีกแล้ว

 

    มิส หรือ Miss Detective Diva เป็นนักสืบดิจิทัลที่คัดสรรคข้อมูล ย่อยข้อมูลและความคิดเห็นที่น่าสนใจของชาวเน็ต ในประเด็นการเรียนต่อนอก ประเด็นไหนเป็นเผือกร้อน มิสพร้อมลุยค่ะ ส่วนออฟฟิศมิสก็คือ Hotcourses Thailand นี่แหละ!

 

    วันนี้มิสกลับมาพร้อมกับรายงานที่เป็นประโยชน์มากสำหรับซิสๆ ที่อยากจะสอบ IELTS กันเพราะมิสได้ไปสืบมาแล้วว่าชาวเน็ตฝั่งอินเตอร์เค้ามีคำแนะนำอะไรบ้างหากจะสอบ IELTS จ้ะ!

 

    โดยพาร์ทแรกมิสขอโฟกัสไปที่การพูด (Speaking) ก่อนแล้วกัน ไปดูกันว่า Tips and tricks ที่ชาวเน็ตฝรั่งแนะนำจะมีอะไรบ้าง

 

    ในกระทู้แรก Regarding IELTS Speaking (IMPORTANT) โดยเจ้าของกระทู้บอกว่าตัวเองกำลังเตรียมสอบเพื่อไปเรียนต่อแคนาดา และคงไม่ทำงานเร็วๆ นี้ ระหว่างฝึกพูดก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าผู้คุมสอบถามว่าเรียนหรือทำงานอยู่จะตอบยังไง?

 

    คุณ gwei_nui ตอบได้อย่างน่าสนใจว่า

    “เอาจริงๆ นะ

  • สิ่งที่คุณตอบไม่ได้สำคัญอะไรเลย เพราะผู้คุมสอบไม่ได้สนใจในเนื้อหาที่คุณพูด แต่สนใจว่าคุณจะให้เหตุผลได้ดีและออกเสียงได้เป็นธรรมชาติแค่ไหนมากกว่า

 

    ตอนที่ผู้คุมสอบถามคำถามทำงานหรือเรียนอยู่ พอฉันตอบไปว่ากำลังเป็นครู เขาก็ถามคำถาม follow up ต่อทันที เช่นชอบงานที่ทำมั้ย? หรือรู้สึกว่างานยากรึเปล่า?’ ส่วนใหญ่ผู้คุมสอบจะมีคำถามต่อเนื่องแบบนี้ประมาณ 2-3 คำถาม และมันก็ขึ้นอยู่กับผู้คุมสอบแต่ละคนอีกว่าจะเลือกถามคำถามต่อหรือขึ้นคำถามใหม่ 

 

    แต่ส่วนใหญ่พวกเขาจะถามต่อนะ

  • ดังนั้นควรเลือกคำตอบที่เรารู้สึกสบายใจที่จะอธิบายและพูดถึงมันได้ 

 

    จำได้ว่าตอนที่ฉันสอบ เขาถามคำถามฉันที่ทำให้ต้องพูดว่าอืมมม ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยมากเลย จะตอบยังไงดี?’ แต่ก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเฮ้! พวกเขาไม่แคร์ว่าเธอจะเป็นใคร แค่พูดอะไรสักอย่างออกไปและพยายามอธิบายให้ได้ก็พอ!”

 

    ในกระทู้ Protips for you that are thinking of taking IELTS (From an examiner) บอกว่า

  • มันไม่มีคำตอบที่ถูกหรอก ... เพราะผู้คุมสอบไม่ได้มองหาคำตอบที่ถูกใจ แต่กำลังประเมินว่าเราสื่อสารความคิดเห็นต่อหัวข้อได้ดีและเป็นธรรมชาติแค่ไหน ทักษะที่ต้องมีตรงนี้ก็คือความมั่นใจในความคิดเรานั่นเอง 

 

  • ถ้าไม่เคยฝึกพูด/อธิบายในหัวข้อใดๆ มาก่อนเลย ก็ถึงเวลาแล้วที่จะทำการบ้าน หามุมมองของตัวเอง (และคนอื่นด้วยก็ได้) สักที การฝึกนี้ใช้ภาษาแม่ก่อนก็ได้ โดยฝึกพูดกับเพื่อนในหัวข้อที่มักจะออกสอบใน IELTS

 

    ให้คิดถึงภาพรวมมากกว่าเจาะจึงหัวข้อไปเลย ให้ตั้วคำถามและลองฝึกอธิบาย ตอบโต้ดู ถ้าเราเคยฝึกพูดหัวข้อไหนมาแล้ว พอถึงเวลาสอบก็จะมีอะไรให้พูดถึงเอง

 

    กระทู้นี้สรุปว่า การเรียก IELTS พาร์ท Speaking ว่าการสอบนั้นไม่อาจถูกต้องนัก เพราะพาร์ทนี้เป็นการประเมินมากกว่า ถ้าคนสอบหยุดคิดได้ว่าต้องผ่านเกณฑ์ให้ได้ และตอบได้อย่างธรรมชาติ ก็จะเป็นแต้มต่อให้พาร์ทนี้ได้ 

 

    ในกระทู้ TIPS to get 8.5 overall, and 9.0 in speaking :) แนะนำไว้ว่า

 

  • อย่าตอบเป็นทางการเกินไป มันคือบทสนทนา ไม่ใช่สัมภาษณ์งาน
  • พยายามใช้ Idioms (สำนวน) ให้บ่อยเท่าที่ทำได้ แต่ห้ามทำแบบที่ฝืนทำ 
  • อย่าแสดงความกังวลออกไป ยิ้มตอนพูด อย่าพูดโทนเสียงเดียว ให้ใช้หลากหลายโทนเสียงสูงต่ำ
  • พยายามไม่พูด Uh หรือ Um แต่ให้พยายามหายใจลึกๆ และรวบรวมสติและความคิดแล้วพูดต่อ
  • การหยุดเพื่อพยายามหาไอเดียมาพูดต่อนั้นเป็นสิ่งที่รับได้ 
  • พูดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่าพูดออกจากหัวข้อเด็ดขาด เช่น ถ้าผู้คุมสอบถามวา ชอบสีอะไร? อย่าตอบแค่สีฟ้า (blue)” แต่ให้ตอบสีที่ฉันชอบคือสีฟ้าอย่างแน่นอน เพราะเป็นสีที่ดูสงบและช่วยขับสีผิว” (my favourite colour is definitely blue, because it's very calming and compliments my skin tone.)
  • อย่าจำบทเข้าไป!

 

    อีกหนึ่งกระทู้ที่ให้คำแนะนำได้น่าสนใจคือ Speaking tips for IELTS speaking ที่บอกว่า

 

  • พูดด้วยความมั่นใจพูดช้าๆ ไม่ต้องรีบ ให้ไอเดียไหลมาเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติ
  • พยายามฝึกพูดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้อัดเสียงตอนฝึกพูดไว้เพื่อดูทีหลังว่าเรามีข้อผิดพลาดตรงไหน ถ้าเป็นไปได้ก็หาเพื่อนฝึกเลย
  • ตอนที่พูด อย่าพูดซ้ำ หรือแม้กระทั่งแก้ไขสิ่งที่เราพูด ให้ใช้คำศัพท์ที่เรารู้และมั่นใจเท่านั้น อย่าใช้ศัพท์ที่คนไม่ค่อยพูดกัน ไม่งั้นจะดูไม่เป็นธรรมชาติ

 

    สรุปจากมิสนะ สิ่งที่ทุกคำแนะนำบอกว่ามีเหมือนกันหมดคือ

    1. ความมั่นใจ

    2. พูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด

    3. ไม่ตอบคำถามสั้นๆ ให้อธิบายคำตอบเราไปด้วย

    4. การใช้ Idioms จะทำให้เราได้เปรียบ เพราะฝรั่งก็ใช้กัน แต่การฝืนใช้ในบริบทที่ไม่เข้ากันจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นลองไปทบทวน Idiom และดูตัวอย่างการใช้ให้ดี 

    

    เรื่องที่ควรรู้ก่อนสอบ IELTS Speaking

    10 ประโยคช่วยชีวิตยามคับขันใน IELTS speaking test

    ต้องรอด! รวมคำถามสุดหินและวิธีตอบใน IELTS speaking

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

410.9K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

93.2K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

70.4K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

62.7K