วันนี้ฤกษ์งามยามดี ทาง Hotcourses Thailand อยากจะขอบอกข่าวดี๊ดีที่ส่งตรงมาจากสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับทุนการศึกษาที่ให้แบบเต็มที่มากๆ อย่างทุน British Chevening ที่ปีนี้เค้าก็จะเปิดให้นักเรียนไทยได้มาสมัครขอทุนกันแล้ว ในเดือนสิงหาคม 2025 ที่จะถึงนี้! แต่ก่อนที่จะรีบสมัครขอทุน เรามาอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับทุนนี้กันนิดนึงมะ
รู้จักทุน Chevening กันหน่อย
British Chevening มีขึ้นในปี 1983 โดยตั้งชื่อตามที่พักของรัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษในเคนท์ เป็นทุนการศึกษาของรัฐบาลประเทศอังกฤษที่ต้องการมุ่งเน้นการผลิตผู้นำในอนาคต, บุคคลผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง, นักคิด และผู้มีวิจารณญาณในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง โดยก่อตั้งขึ้นโดยกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ (FCO) และอยู่ภายใต้ความดูแลของ British council ซึ่งคอยสนับสนุนนักเรียนต่างชาติให้ไปศึกษาต่อในอังกฤษปีละกว่า 2,000 คนทั่วโลก
วัตถุประสงค์หลักของทุน British Chevening ในประเทศไทย คือ ให้การสนับสนุนและโอกาสแก่ที่ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในอังกฤษ เพื่อที่จะได้นำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาในอังกฤษกลับมาใช้ในการพัฒนาประเทศไทยต่อไปในอนาคต จึงทำให้ทุนนี้เป็นทุนที่ไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น ปัจจุบันโปรแกรมนี้ให้ทุนปีละ 2,300 ทุน สำหรับการศึกษาระดับปริญญาโทหรือการวิจัยค้นคว้าในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยในอังกฤษ
รวมๆ ตั้งแต่เปิดมา มอบทุนไปแล้วมากกว่า 50,000 ทุน
ทุน Chevening ครอบคลุมอะไรบ้าง
ทุนนี้เค้าให้แบบเต็มจำนวน ซึ่งครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักอาศัยไม่เกิน 12 เดือน ค่าเล่าเรียน ค่าทำวิทยานิพนธ์ ฯลฯ คือไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และเอาเวลาไปโฟกัสเรื่องเรียนได้อย่างเต็มที่จริงๆ
เรียนอะไรได้บ้างถ้าอยากจะขอทุน Chevening
จุดเด่นอีกอย่างของทุนนี้คือเค้าค่อนข้างให้อิสระในการเลือกคอร์สเรียนมาก เราสามารถเลือกคอร์สที่อยากเรียนได้จากคอร์สปริญญาโทที่มีมากว่า 1200 คอร์ส จาก 150 มหาลัยในอังกฤษเลยเชียว
แต่ขอกระซิบนิดนึงว่าทาง Chevening เค้ามักจะปลื้มคนที่เลือกคอร์สแบบที่สามารถต่อยอดในการเป็นผู้นำในอนาคตได้ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมืองการปกครอง ด้านการค้าและการลงทุน อะไรประมาณนี้
อ้อ อีกอย่างนึงคือทุนนี้สำหรับปริญญาโทที่มีระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน และไม่ต่ำกว่า 9 เดือนนะ และต้องเรียนแบบ Full-time ไม่สามารถเรียนคอร์สแบบ Online หรือ Part-time ได้
ใครสมัครขอทุน Chevening ได้บ้าง
- ต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 2 ปีในประเทศบ้านเกิด (งานนี่สามารถเป็นได้ทั้งงานแบบ full-time, part-time, งานอาสา หรือฝึกงานก็ได้นะ) ถ้านับเป็นชั่วโมงเท่ากับ 2,800 ชั่วโมง
- ผู้ที่ได้รับทุน ต้องกลับมาใช้ทุนและทำประโยชน์ให้ประเทศบ้านเกิดอย่างต่ำ 2 ปีหลังจากเรียนจบ
- ต้องได้คะแนนตามนี้
- ถ้าใช้ IELTS ต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 6.5 และต้องได้ 5.5 เป็นอย่างน้อยในทุกพาร์ท
- ถ้าใช้ TOEFL iBT ต้องได้คะแนนรวมไม่ต่ำกว่า 79 โดยแต่ละหมวดต้องได้คะแนนอย่างต่ำดังนี้ listening 17, reading 18, speaking 20, writing 17
- ในการสมัครขอทุน ต้องเลือกคอร์สที่จะขอทุนไว้ 3 คอร์ส จะเป็นต่างมหาลัยหรือที่เดียวกันก็ได้ (แต่เค้าแนะนำให้เลือกคอร์สคล้ายๆ กันแต่ต่างมหาลัย น่าจะได้ทุนง่ายกว่าแบบอื่นจ้ะ) และได้รับการตอบรับเข้าเรียนอย่างน้อย 1 ที่เพื่อมีสิทธิรับทุน
- เรียนจบปริญญาตรี
อ่านรายละเอียดเพิ่มที่นี่
เอกสารที่ใช้ในการสมัครทุน Chevening
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในขั้นแรก จะต้องเตรียมเอกสารต่อไปนี้ก่อนการสัมภาษณ์
- สำเนาของวุฒิบัตร
- สำเนาเอกสารแสดงการจบการศึกษา หรือ transcript เป็นภาษาอังกฤษ และมีคำรับรองของสถานศึกษากำกับ (ถ้าเอกสารเป็นภาษาไทย จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และลงชื่อผู้สมัครและผู้แปลกำกับ)
- ประวัติย่อแสดงประสบการณ์ของผู้สมัคร
- จดหมายรับรอง 2 ฉบับ (ควรประกอบด้วยจดหมายรับรองจากอาจารย์ผู้สอน และหัวหน้างานปัจจุบัน)
- สำเนาผลการสอบ IELTS (ผลคะแนนไม่ต่ำกว่า 6.5)
- เอกสารเพิ่มเติม เช่น จดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยในอังกฤษ หรือประกาศนียบัตรอื่น ๆ (ถ้ามี)
ได้ offer จากมหาลัยที่สนใจแต่ต้องเรียน pre-sessional course - แบบนี้ขอทุน Chevening ได้มั้ย
เสียดายที่ต้องตอบว่าไม่ได้จ้า
ทุน Chevening เปิดและปิดรับสมัครเมื่อไหร่
เคล็ดลับการเตรียมตัวสมัครทุน Chevening
หนึ่งในขั้นตอนการสมัครทุน Chevening ก็คือการเขียนเรียงความแสดงเป้าหมายในการเรียนต่อของเรานั่นเอง ทุน Chevening จะให้ความสำคัญมากกับ ‘Leadership & Influence’ and ‘Networking’ ก็คือ ความเป็นผู้นำและเครือข่ายนั่นเอง เราในฐานะผู้สมัคร (หรือคนจะได้รับทุน) ต้องแสดงด้านนี้ให้เห็น เพราะนี่คือสิ่งที่ทุนจะเน้นมากจ้ะ
คุณ TOMMY S. CHAIYA ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเขียนทั้ง Personal Statement และ Essay ได้น่าสนใจมากๆ ว่า
“อ่านข้อมูล course syllabus ที่เราสมัครครับ อ่านให้ละเอียดมากๆ เพื่อจะได้นำมาร่าง Personal Statement ยื่นให้มหาวิทยาลัยได้ตรงเป้า (ผมจะ highlight ไว้ว่าวิชาไหนที่เราอยากเรียนมากและตรงตาม career path เราไว้ ตอนร่างจะได้เอามา refer ถึงได้ง่ายๆ)
ค้นคว้าในเน็ตว่าการเขียน Personal Statement ที่ดีมีอะไรบ้าง จดข้อที่ตนเองว่าจะนำมาใช้จริงๆ ไว้ ตอนเขียนจริงๆ จะได้เปิดดูนะครับ และเตรียมหา mentor มาช่วย review ดราฟท์ที่เราเขียน ผมเองเขียนไม่ต่ำกว่า 10 ดราฟท์ เพราะทุกครั้งที่แก้มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ และอย่าลืมหา second opinion นะครับ ช่วยกันดูหลายตาดีกว่าแต่สองตาเราครับ
อันนี้สำคัญ เช็ค word limit ให้ดีๆ ส่วนมาก Personal Statement จะให้เขียนไม่ยาวเกิน 300-500 คำ ซึ่งสั้นมากๆ ส่วนตัวคิดว่าการเขียนอะไรให้สั้นแต่ครอบคลุมและโดดเด่น นั้นยากกว่าการเขียนยาวๆ มากนักครับ”
ส่วนเทคนิคการเขียนนั้นคุณทอมมี่แชร์ไว้ว่า
“1. Understand the expectations เข้าใจคำสั่งและความคาดหวัง
ต้องอ่านโจทย์ให้ชัดเจน ว่าผู้อ่านต้องการรู้อะไรจากเราหรือไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเราไหม [...] เพราะว่าเรามีพื้นที่เขียนจำกัด อันนี้สำคัญมาก ให้รู้ด้วยว่า word limit เท่าไหร่เพราะเราไม่อยากเสียเวลามานั่งย่อความมากเกินไป
2. Know your audience รู้จักผู้อ่าน
ลองหาดูว่า Chevening หรือ UK government เค้ามาทำอะไรอยู่ในประเทศไทย อะไรคือประเด็นหลักที่เค้าให้ความสำคัญอยู่ หรือใครที่เค้ารู้จักหรือให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างนะครับ ทุน Chevening จะให้ความสำคัญกับ leadership และ networking ถึงแปลว่าเค้าจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เราควรสามารถ convince ให้เค้าฟังได้ว่าสถานะหรือการงานปัจจุบัน การเรียนหรืออาชีพในอนาคตของเราจะเสริม leadership และ networking ของเค้าได้อย่างไร
3. Assess your assets รู้จัก ‘ของดี’ ของตัวเอง
วิธีการของผม brain-writing ครับ วิธีการนี้อาจจะทำคนเดียวหรือให้เพื่อนๆ ที่รู้จักเราดีช่วยได้ครับ วิธีการคือให้ใช้ post-it และปากกาครับ แล้วก็เขียนข้อดี จุดแข็ง ความ unique ของเรา และความสำเร็จของเราทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิต หนึ่งอย่างต่อหนึ่งแผ่น เขียนไปให้จนหมดเลยครับ หลักจากนั้นให้เรียงครับ เอาที่ดีที่สุดไว้ข้างบน ตรงนี้ให้เพื่อนช่วยด้วยยิ่งดีนะครับ แล้วเรียงลงมาเรื่อยๆ เวลาผมเขียน essay ผมจะได้กลับมานั่งดึง content เข้าไปใส่ไว้ได้ง่ายๆ ครับ สิ่งที่ผมทำก็คือผมเอา post-it นั้นมาเแตกออกมาเป็นประโยค 2-3 ประโยค (เรียกว่า strings) สุดท้ายผมจะเอาแต่ละ string มาเชื่อมต่อกันอีกทีจนกลายออกเป็น paragraph ใน essay ของเราได้ครับ
4. Know globally, act locally and relate internally รู้จักในระดับโลก ทำในระดับท้องถิ่น และเข้าใจจากภายใน
Chevening เป็นเครือข่ายผู้นำระดับโลกครับ มุมมองแบบมองไปข้างนอกของเราต้องมีและแสดงให้เห็นให้ชัด ลองดูว่า trend ของโลก มีประเด็นที่คนให้ความสนใจ หรือปัญหาอะไรที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่ แม้กระทั่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสายงานของเรา เรามองว่าในระดับโลกเราไปเกี่ยวข้องอะไรได้บ้าง เมื่อมองระดับโลกแล้วต้องกลับมามองในระดับประเทศของเราให้ได้ว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไร มันมีผลกระทบ หรือประเทศเรามี influence ในประเด็นนั้นได้อย่างไรบ้าง
การวิพากษ์ถึงประเด็นและปัญหาอย่างเดียวก็ฟังดูไม่ดีครับ เพราะเราเองก็ part of the problem เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็ควรจะแสดงความเห็นถึง solution ด้วย
5. Compose now and condense later เขียนไปก่อน ค่อยตัดทีหลัง
เวลาลงมือเขียนให้เขียนไปเรื่อยๆ เลยครับ ไม่ต้องกังวลว่าคิดคำไม่ออก รูปประโยคไม่สวย หรือสะกดผิด การเขียนครั้งแรก คือการกลั่นความคิดออกมา ความคิดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ความสวยงามของภาษาเป็นเรื่องรองและเราสามารถหาคนมาช่วยดูทีหลังได้ [...] โดยที่เราห้ามเล่าซ้ำเรื่องเดิมๆ นะครับ อะไรที่พูดไปแล้ว ไม่ควรมาเล่าซำ้ซาก ถ้าอยากเล่าให้เขียนในอีกมุมได้ครับ
6. Review, revise, re-angle and repeat อ่าน แก้ ปรับมุมใหม่ วนไป
โดยสิ่งที่ควรเช็ค มีดังนี้ โครงร่างของ essay โดยรวม, โทน, การสะกดและแกรมม่า, ความซ้ำซากหรือซ้ำซ้อน, ผลกระทบทางความรู้สึกที่ผู้อ่านมี”
เปิด mind map รวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ถ้าจะขอทุน
Keyword ที่ช่วยให้เรียงความขอทุนเรียนต่อปังขึ้น
สืบเทคนิคจากประสบการณ์จริง ทำอย่างไรให้ได้ ‘ทุน’ ! (มีบอกเทคนิคการเขียนเรียงความเพื่อขอทุน Chevening ด้วย!)
ielts คือ อะไร ข้อมูลครบจบทุกเรื่องการสอบ IELTS
Fastlane ตัวช่วยใหม่สำหรับนักล่าทุนเรียนต่อ