ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบเทคนิคจากประสบการณ์จริง ทำอย่างไรให้ได้ ‘ทุน’ !

how to get a scholarship

     TGIF กันอีกแล้ว!

     ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ใครสังเกตบางครั้งคะว่า Hotcoures Thailand โพสต์แต่เรื่องทุนๆ ไม่ว่าจะเป็น

 

     ULTIMATE SCHOLARSHIPS GUIDE 2019 : รวมทุนรัฐบาลจากประเทศทั่วโลก! VOL.1

     ULTIMATE SCHOLARSHIPS GUIDE 2019 : รวมทุนจากประเทศทั่วโลก! VOL.2

 

     วันนี้มิสเลยขอจับกระแสเล่นเรื่องนี้กันบ้าง แต่แน่นอนว่ามิสต้องมาแบบไม่ธรรมดา (โฮะๆๆ) เพราะมิสจะเอาประสบการณ์คนได้ทุนจริงๆ มาบอกเล่าเก้าสิบกันจ้า! หลายๆ คน คงรู้สึกว่าการได้ทุนนั้นมันช่างยากเย็นเหลือเกิน แต่แน่นอนมันต้องมีคนที่ทำได้สิ! มิสเลยขนมาให้หมดแล้วว่าเค้าทำยังไงกันบ้างเพื่อพิชิตทุนในฝันกัน เทคนิคจะเป็นยังไง ไปอ่านกันเลย!

 

    INFOGRAPHIC 4 สเต็ปหาทุนการศึกษาสำหรับมือใหม่

    การเขียน CV สำหรับสมัครเรียนและขอทุนการศึกษา

 

 [WARNING บทความย๊าวยาว แต่ใครอ่านจบ รับรองได้แรงบันดาลใจไปในการล่าทุนแน่นอน]

 

       ก่อนอื่นมิสขอเริ่มจากกระทู้นี้เลย ฝน-ปยุต สองนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง บอกเล่าเส้นทางสู่นักเรียนทุนก่อนอื่นมิสขออธิบายก่อนว่าอะไรคือ ‘ทุนเล่าเรียนหลวง’ ทุนนี้หลายๆ คนคงรู้จักในชื่อ ‘ทุนคิง’ ซึ่งย่อมาจาก King’s Scholarship นั่นเอง โดยเป็นทุนรัฐบาลไทย ให้นักเรียนมัธยมปลายไปศึกษาต่อปริญญาตรีในต่างประเทศ เมื่อศึกษาจบจะต้องกลับมาทำงานในหน่วยงานรัฐของประเทศไทยเป็นระยะเวลาที่ไปศึกษา ในแต่ละปีจะมีจำนวน 9 ทุน โดยจะแบ่งเป็น 3 สายการเรียน คือ วิทย์-คณิต 5 ทุน, ศิลป์-คำนวณ 2 ทุนและศิลป์-ภาษา 2 คน จ้ะ

 

       โดยคุณฝน-วรรณวิรัช วิรัชนิภาวรรณ สอบได้ทุนเล่าเรียนหลวง เลือกเข้าศึกษาที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Harvard ควบโทสาขาจิตวิทยา เมื่อเรียบจบปริญญาตรีก็เข้าต่อหลักสูตรปริญญาเอก 5 ปี เรียนเรื่องพฤติกรรมองค์กร (Organizational Behavior) ในมหาลัยเดียวกันต่อเลย  ส่วนคุณปยุต-ปยุต พันธวงศ์เดชา เลือกเรียนต่อที่ MIT (Massachusetts Institute of Technology) ในสาขาคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ ทั้งสองคนพูดถึงเคล็ดลับการพิชิตทุนไว้ ดังนี้

 

         คุณฝน “สมองเป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่เรื่องทั้งหมด ในมุมมองของฝนมองว่าความใฝ่รู้ใฝ่เรียน คือถูกสอนมาตั้งแต่เด็กแล้วเราก็มาจากต่างจังหวัดด้วยเพราะฉะนั้นแต่ละก้าวที่ก้าวไปยิ่งก้าวต้นๆ มันก็ลำบากกว่าเด็กที่มาจากกรุงเทพ [...] เราต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่เป้าหมายว่าจะได้เกรดอย่างเดียวแต่เรียนแล้วเราอยากกลับมาช่วยคนอื่น เรียนแล้วจะให้มาสอนคนอื่นเพราะฉะนั้นตั้งแต่เด็กก็คือ เวลาเรียนจะเป็นติวเตอร์ด้วยคือติวให้เพื่อนในห้อง เขียนชีท ทำอะไรฟรีไม่เก็บเงินอยู่แล้วเพราะฉะนั้นคนที่จะทำอย่างนั้นได้ ก็ต้องเข้าใจลึกซึ้งถูกไหมคะ ไม่ใช่แค่เรียนแล้วสอบได้ เรียนแล้วคุณต้องสอนได้เพราะฉะนั้นความคิดเราก็จะเป็นระบบ

 

[...] อีกวิธีหนึ่งในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษคือมีปัญหาตั้งแต่เข้ามากรุงเทพเข้ามาไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร คุณแม่สนับสนุนก็ใช้วิธีการทำให้มันสนุกไปด้วย เพื่อลดความเครียด เช่น ดูหนังฟังเพลงเรียนภาษาอังกฤษจากร้องเพลงภาษาอังกฤษและดูหนัง Soundtrack เริ่มจากไม่มีซับไทยเป็นภาษาไทยก่อนตอนหลังก็เป็นภาษาอังกฤษและตัดออกไป แล้วก็เราต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติมด้วย”

 

      คุณปยุต “ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมสามารถมาถึงจุดนี้ได้เพราะว่าชอบศึกษาเพิ่มเติมและตามความชอบตัวเอง ผมจะแนะนำอย่างเดียวว่าต้องฝึกฝนเองแต่ว่าถ้ามันไม่ชอบมันก็ไม่ชอบอยู่แล้วตรงนี้ จับมานั่งฝึกอะไรอย่างนี้ก็ทรมาน”

 

       สิ่งหนึ่งที่มิสคิดว่าทั้ง 2 คน ก็คือความใฝ่รู้ ชอบศึกษาในสิ่งตัวเองรักและสนใจนั่นแหละ เพราะฉะนั้นนี่คือ Key สำคัญในการสร้างความมุ่งมั่นในการอ่านหนังสือเลย เมื่อมีสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันแล้วเป้าหมายทุนก็ไม่ไกลเกินเอื้อมเลยค่ะ

     

       ต่อมามิสจะเอาทุนนอกมาบ้าง เป็นทุนรัฐบาลอังกฤษ หรือ British Chevening Scholarship เรียกง่ายๆ ว่า ‘ทุนชีฟนิ่ง’ เรื่องที่มิสจะเอาเล่าให้ฟังเป็นของคุณ TOMMY S. CHAIYA ที่มาเขียนแชร์ประสบการณ์การสมัครทุนชีฟนิ่งและได้รับการตอบรับในเฟซบุ๊กส่วนตัว มิสขอขอบคุณมาก ณ ทีนี้ด้วยค่ะ เป็นประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่อยากได้คำแนะนำในการสมัครทุน

 

        ทุน Chevening เป็นทุนที่มีการแข่งขันสูงมากๆ ด้วยความที่แพ็คเกจทุนมันพรีเมี่ยมเลยทีเดียว ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอด 1 ปี พอจบแล้วก็จะมีเครือข่ายนักเรียนทุนชีพนิ่งทั่วโลกอีก เรียกได้ว่าคุ้มยิ่งว่าคุ้ม นอกเหนือจากเอกสารทั่วๆ ไป ในการสมัครแล้ว สิ่งที่จะทำให้เราแตกต่างจากคนอื่นก็คือ Personal Statement และเขียน Essay ตอบคำถามของทุนจ้ะ

 

การเขียน PERSONAL STATEMENT

เคล็ดลับการเขียน PERSONAL STATEMENT สำหรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัย

รวมหลากหลายวิธีเขียน PERSONAL STATEMENT พิชิตใจคนอ่านได้ตั้งแต่พารากราฟแรก

 

      ขออธิบาย Essay ของทุนก่อน ทุนชีพนิ่งจะให้ความสำคัญมากกับ ‘Leadership & Influence’ and ‘Networking’  ก็คือ ความเป็นผู้นำและเครือข่ายนั่นเอง เราในฐานะผู้สมัคร (หรือคนจะได้รับทุน) ต้องแสดงด้านนี้ให้เห็น เพราะนี่คือสิ่งที่ทุนจะเน้นมากจ้ะ

 

     คุณทอมมี่ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเขียนทั้ง Personal Statement และ Essay ได้น่าสนใจมากๆ เข้าไปอ่านกันเต็มๆ ได้ที่ รีวิวขั้นตอนและเทคนิคในการสมัครทุน Chevening (ตอนที่ 1) และ รีวิวขั้นตอนและเทคนิคในการสมัครทุน Chevening (ตอนที่ 2) - การเขียน Personal Statement และ Chevening Essays

 

“อ่านข้อมูล course syllabus ที่เราสมัครครับ อ่านให้ละเอียดมากๆ เพื่อจะได้นำมาร่าง Personal Statement ยื่นให้มหาวิทยาลัยได้ตรงเป้า (ผมจะ highlight ไว้ว่าวิชาไหนที่เราอยากเรียนมากและตรงตาม career path เราไว้ ตอนร่างจะได้เอามา refer ถึงได้ง่ายๆ)

 

ค้นคว้าในเน็ตว่าการเขียน Personal Statement ที่ดีมีอะไรบ้าง จดข้อที่ตนเองว่าจะนำมาใช้จริงๆ ไว้ ตอนเขียนจริงๆ จะได้เปิดดูนะครับ และเตรียมหา mentor มาช่วย review ดราฟท์ที่เราเขียน ผมเองเขียนไม่ต่ำกว่า 10 ดราฟท์ เพราะทุกครั้งที่แก้มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ และอย่าลืมหา second opinion นะครับ ช่วยกันดูหลายตาดีกว่าแต่สองตาเราครับ

 

อันนี้สำคัญ เช็ค word limit ให้ดีๆ ส่วนมาก Personal Statement จะให้เขียนไม่ยาวเกิน 300-500 คำ ซึ่งสั้นมากๆ ส่วนตัวคิดว่าการเขียนอะไรให้สั้นแต่ครอบคลุมและโดดเด่น นั้นยากกว่าการเขียนยาวๆ มากนักครับ”

 

ส่วนเทคนิคการเขียนนั้นคุณทอมมี่แชร์ไว้ว่า

 

“1. Understand the expectations เข้าใจคำสั่งและความคาดหวัง

ต้องอ่านโจทย์ให้ชัดเจน ว่าผู้อ่านต้องการรู้อะไรจากเราหรือไม่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเราไหม [...] เพราะว่าเรามีพื้นที่เขียนจำกัด อันนี้สำคัญมาก ให้รู้ด้วยว่า word limit เท่าไหร่เพราะเราไม่อยากเสียเวลามานั่งย่อความมากเกินไป

 

2. Know your audience รู้จักผู้อ่าน

ลองหาดูว่า Chevening หรือ UK government เค้ามาทำอะไรอยู่ในประเทศไทย อะไรคือประเด็นหลักที่เค้าให้ความสำคัญอยู่ หรือใครที่เค้ารู้จักหรือให้ความสำคัญ ยกตัวอย่างนะครับ ทุน Chevening จะให้ความสำคัญกับ leadership และ networking ถึงแปลว่าเค้าจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ เราควรสามารถ convince ให้เค้าฟังได้ว่าสถานะหรือการงานปัจจุบัน การเรียนหรืออาชีพในอนาคตของเราจะเสริม leadership และ networking ของเค้าได้อย่างไร

 

3. Assess your assets รู้จัก ‘ของดี’ ของตัวเอง

วิธีการของผม brain-writing ครับ วิธีการนี้อาจจะทำคนเดียวหรือให้เพื่อนๆ ที่รู้จักเราดีช่วยได้ครับ วิธีการคือให้ใช้ post-it และปากกาครับ แล้วก็เขียนข้อดี จุดแข็ง ความ unique ของเรา และความสำเร็จของเราทั้งหมดที่ผ่านมาในชีวิต หนึ่งอย่างต่อหนึ่งแผ่น เขียนไปให้จนหมดเลยครับ หลักจากนั้นให้เรียงครับ เอาที่ดีที่สุดไว้ข้างบน ตรงนี้ให้เพื่อนช่วยด้วยยิ่งดีนะครับ แล้วเรียงลงมาเรื่อยๆ เวลาผมเขียน essay ผมจะได้กลับมานั่งดึง content เข้าไปใส่ไว้ได้ง่ายๆ ครับ สิ่งที่ผมทำก็คือผมเอา post-it นั้นมาเแตกออกมาเป็นประโยค 2-3 ประโยค (เรียกว่า strings) สุดท้ายผมจะเอาแต่ละ string มาเชื่อมต่อกันอีกทีจนกลายออกเป็น paragraph ใน essay ของเราได้ครับ

 

4. Know globally, act locally and relate internally รู้จักในระดับโลก ทำในระดับท้องถิ่น และเข้าใจจากภายใน

Chevening เป็นเครือข่ายผู้นำระดับโลกครับ มุมมองแบบมองไปข้างนอกของเราต้องมีและแสดงให้เห็นให้ชัด ลองดูว่า trend ของโลก มีประเด็นที่คนให้ความสนใจ หรือปัญหาอะไรที่ทั้งโลกกำลังเผชิญอยู่ แม้กระทั่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสายงานของเรา เรามองว่าในระดับโลกเราไปเกี่ยวข้องอะไรได้บ้าง เมื่อมองระดับโลกแล้วต้องกลับมามองในระดับประเทศของเราให้ได้ว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไร มันมีผลกระทบ หรือประเทศเรามี influence ในประเด็นนั้นได้อย่างไรบ้าง

 

การวิพากษ์ถึงประเด็นและปัญหาอย่างเดียวก็ฟังดูไม่ดีครับ เพราะเราเองก็ part of the problem เหมือนกัน ฉะนั้นเราก็ควรจะแสดงความเห็นถึง solution ด้วย

 

5. Compose now and condense later เขียนไปก่อน ค่อยตัดทีหลัง

เวลาลงมือเขียนให้เขียนไปเรื่อยๆ เลยครับ ไม่ต้องกังวลว่าคิดคำไม่ออก รูปประโยคไม่สวย หรือสะกดผิด การเขียนครั้งแรก คือการกลั่นความคิดออกมา ความคิดคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ความสวยงามของภาษาเป็นเรื่องรองและเราสามารถหาคนมาช่วยดูทีหลังได้ [...] โดยที่เราห้ามเล่าซ้ำเรื่องเดิมๆ นะครับ อะไรที่พูดไปแล้ว ไม่ควรมาเล่าซำ้ซาก ถ้าอยากเล่าให้เขียนในอีกมุมได้ครับ

 

6. Review, revise, re-angle and repeat อ่าน แก้ ปรับมุมใหม่ วนไป

โดยสิ่งที่ควรเช็ค มีดังนี้  โครงร่างของ essay โดยรวม, โทน, การสะกดและแกรมม่า, ความซ้ำซากหรือซ้ำซ้อน, ผลกระทบทางความรู้สึกที่ผู้อ่านมี”

 

      นี่เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของบทความที่มิสยกมาเท่านั้น มิสแนะนำให้กดไปอ่านบทความเต็มๆ เลยเพื่อประโยชน์สูงสุดของซิสๆ เอง การล่าทุนไม่มีสูตรสำเร็จนะ แต่สิ่งที่เราได้จากตรงนี้ก็ไกด์หรือคำแนะนำคร่าวๆ เพียงเท่านั้น เพราะแต่ละคนมีเรื่องราวของตัวเอง ดังนั้นจงนำเทคนิคเหล่านี้มาปรับใช้ในแบบของตัวเองนะจ๊ะ

Good Luck!

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

how to get a scholarship

Miss Detective Diva (Miss DD) นักสืบสาวออนไลน์แห่ง Hotcourses Thailand

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

401927

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

325202

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

86306

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

55861