วันนี้มิสไปสืบเรื่องการทำงานมาค่ะ หลายคนอยากไปเรียนต่อที่นี่มาก เรียนต่อไม่พออยากทำงานต่อด้วย! รายงานนักสืบวันนี้จึงลองไปดูกันว่านักเรียนไทยที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ หาโอกาสและลู่ทางยังไงให้ได้อยู่ทำงานในประเทศนั้นๆ โดยวันนี้เราขอโฟกัสไปที่อังกฤษนะคะ
ประสบการณ์หางาน ทำงานหลังเรียนจบด้วยวีซ่า Post-study work ในอังกฤษ
การจะหางานทำหลังเรียนจบในอังกฤษ ต้องใช้การวางแผน ความพยายาม ต้องรู้ว่าต้องเขียน CV ยังไง สัมภาษณ์งานยังไงให้ได้งาน ทั้งหมดต้องผ่านการวางแผนและการคิดทั้งสิ้น
อ้างอิงกระทู้แรก ทำงานที่อังกฤษหลังจบปริญญาตรี ที่คุณ Velvy บอกว่า “คนไทยที่ได้งานต่อหลังเรียนไม่เยอะก็จริง แต่ก็ไม่น้อยเลย คนที่เก่งมากๆ อยู่แล้วก็มี แต่ส่วนใหญ่ที่ได้งานคือ เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ สมัครงานหลายๆ ที่อย่างต่อเนื่อง ... ปรึกษา career services ของมหาวิทยาลัย และหมั่นไป networking event ขององค์กรต่างๆ
โอกาสเป็นสิ่งที่ต้องสร้าง และไขว้คว้า + มีการพยายาม และการเตรียมตัวให้ดี”
คุณ Velvy ไปตอบอีกกระทู้นึงว่า “จะได้งานหรือไม่นั้นอยู่ที่การเตรียมตัว + ความมุ่งมั่น สาขาที่เรียน + ความต้องการขอนางจ้าง profile ของตัวเอง + การพรีเซนต์ตัวเองผ่านทาง CV และการสัมภาษณ์รูปแบบต่างๆ + ที่สำคัญดวงและจังหวะก็มีผล เพื่อนเราคนนึงจบมหาลัยดังมาก สมัครงานไปตั้ง 80 ที่กว่าจะได้งาน ... ส่วนตัวทั้งงานบริษัทที่เคยได้และงานที่ทำอยู่สมัครไปไม่กี่ที่แต่จังหวะดีและคนที่มาเห็น CV และดึงไปคือคนระดับบริหารและไม่ต้องผ่านการรอเรียก CV จากระบบของ HR
... ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ แต่ควรลองแบบมีความรู้และทำการบ้านมาแล้วด้วย ในเรื่องของการเข้าใจกฎหมายการทำงานของประเทศนี้ และความต้องการของอุตสาหกรรมที่จะสมัคร
คุณ Wonders are waiting to start อธิบายขั้นตอนการเรียนต่อในอังกฤษว่า “.... มาวีซ่านักเรียน ต่อด้วย graduate visa รวมอยู่ได้ 3 ปี (แต่ค่าวีซ่าบวกค่า NHS surcharge ก็แพงเอาเรื่องอยู่) หลังจากนั้นต้องมีบริษัท sponsor visa ให้”
ในกระทู้คล้ายๆ มาตอบว่าทำไมถึงไม่ค่อยเห็นนักเรียนไทยทำงานต่อ “หลานผม 2 คนเรียนจบโทที่อังกฤษ จบแล้วก็อยู่หางานพักใหญ่ แต่หาไม่ได้ จนต้องกลับเมืองไทย
เหตุผลก็ง่ายๆ ตรงไปตรงมา ถ้านายจ้างจะจ้างคนต่างชาติมาทำงาน นายจ้างต้องทำ Work permit ให้ ซึ่งต้องยุ่งยากและเสียค่าใช้จ่าย การจ้างคนในประเทศเข้ามาทำงาน เป็นเรื่องที่ง่ายกว่ามากครับ”
ในกระทู้นี้ [35.London] เรียนจบแล้ว แต่อยากอยู่อังกฤษต่อ ฝึกงาน ต้องทำไง Tier 5 (สายดีไซน์) ตอน1/2 จขกท. เรียนจบในอังกฤษ แต่เลือกที่จะฝึกงานก่อน เพราะ “ภาษาไม่ใช่บ้านเกิด กำแพงทางภาษามีแน่นอนโดยเฉพาะสายที่เราสมัคร ต้องใช้การเค้าใจคนเยอะ ประกอบกับประสบการณ์การทำงานเราก็ไม่มากแถมไม่ได้ตรงสายกับที่สมัครขนาดนั้นด้วย เรายอมแต่โดยดีว่ายังไงทำฟรีก็เอา”
ทำงานในอังกฤษยาวๆ ด้วยวีซ่าทำงาน Skill Worker Visa
จขกท. อธิบายวีซ่าเพิ่มเติมว่า “Skill Worker Visa - สำหรับคนทำงาน ... หางานให้ได้ แล้วบริษัทนั้นๆ จะต้องยินยอม สปอนเซอร์เรา เพื่อออก Certificate of Sponsorship (COS) สำหรับทำ visa ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในระดับหนึ่ง ดังนั้นบริษัทนั้นต้องมั่นใจในตัวเรามากๆ คือเห็นว่าเราคุ้มค่ากับเงินที่เค้าเสียไป และ เค้าต้องมีขนาดใหญ่พอที่จะมีงบตรงนี้ ดังนั้น office ส่วนมากที่จะยินดีทำเรื่องให้ต้องมีขนาดกลางถึงใหญ่ และถ้าจะเอาไว้สังเกตุเวลาเลือกบริษัท ก็คือถ้า เค้ามีสาขานอกประเทศด้วยเรื่องพวกนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเค้า - อาจจะฟังดูยาก แต่มีพี่ๆคนไทยหลายๆคนทำได้มาแล้ว(ประสบารณ์การทำงาน 3+ จะดีมาก) เพราะงั้นอย่าหมดหวัง”
ในกระทู้นี้ [comic] ขั้นตอนการหางานทำในอังกฤษฉบับการ์ตูน (แบบเข้าใจง้ายง่าย) อธิบายไว้ดีมากค่ะ ควรเข้าไปอ่านอย่างยิ่ง โดยจขกท. เป็นนักเรียนที่เรียนจบจากอังกฤษและได้อยู่ทำงานต่อค่ะ
มิสขอยกเงื่อนไข่ที่สำคัญมา
“Sponsorship License
พอหางานที่เราชอบได้ปุ๊บ คราวนี้เราต้องเช็คค่ะว่าบริษัทนั้น เค้ามี Sponsorship License รึเปล่า (License อันนี้จะออกไว้ให้บริษัท สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้นั่นเองค่ะ) ตรงนี้ปกติแล้วในเว็บเค้าจะบอกว่า เค้าต้องการคนที่มีวีซ่าทำงานเท่านั้น ต่างชาติสมัครไม่ได้ หรือถ้าเค้าทำได้ เค้าจะเขียนบอกเลยค่ะว่ายินดีรับทำสปอนเซอร์ให้ ตรงนี้เราขอเสริมว่า ถ้าเราหย่อนใบสมัครไปแล้ว เค้าติดต่อมาจะขอสัมภาษณ์ ให้เราบอกเค้าไปตรงๆแต่แรกเลยค่ะว่าเราต้องการ sponsorship ด้วยนะ เพื่อเค้าจะได้เข้าใจ และไม่เสียเวลาทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
ถ้าบริษัทไม่มี sponsorship license เค้าสามารถสมัครกับทางรัฐได้ค่ะ แต่จะมีค่าใช้จ่ายและใช้เวลาพอสมควรค่ะ
เช็คเงินเดือนค่ะ
หลักๆคือเงินเดือนที่เค้าเสนอมา จะต้องมากกว่า £25,600 ต่อปี และ มากกว่าเงินเดือนขั้นต่ำ ของงานที่เราจะสมัครค่ะ ดูเงินเดือนขั้นต่ำได้ที่นี่
เช็คว่าตำแหน่งงานที่เราสมัครนั้น เทียบเท่าหรือสูงกว่า NQF level 6
อีกข้อนึงที่เราต้องเช็คคือ ตำแหน่งงานที่เราสมัครนั้น เทียบเท่าหรือสูงกว่า NQF level 6 ค่ะ อธิบายนิดนึงว่า NQF คือ National Qualification Framework ค่ะ เอาง่ายๆเลยคือระดับความสามารถ + วุฒิของแต่ละตำแหน่งค่ะ ยิ่งเลเวลสูง งานจะยิ่งซับซ้อนหรือต้องใช้ความสามารถมาก เป็นต้นค่ะ
Resident labour market test
ถ้าเราผ่านหมดทั้ง 4 ข้อข้างบน รวมทั้งได้เรียกสัมภาษณ์ และบริษัทชอบเรา อยากได้เรามาทำงาน เราต้องแน่ใจด้วยค่ะว่าเค้าทำ Resident labour market test สำหรับตำแหน่งนี้เรียบร้อย
Resident labour market test คือการประกาศหางานผ่านช่องทางที่ทางรัฐกำหนดค่ะ ทางบริษัทต้องลงประกาศหางานอันนี้ติดต่อกัน 28 วัน (หรือทำใน 2 ขั้นตอน แต่อันนี้เราขอข้ามนะคะ เพราะบริษัทจะเป็นคนทำค่ะ) พอครบกำหนดวันแล้ว ถ้าเค้าหาคนที่เหมาะสมกว่าเราไม่ได้ เค้าก็สามารถเสนองานให้เราได้เลยค่ะ
พอผ่านหมดทุกข้อแล้ว มันจะมีรายละเอียดยิบย่อยอีกพอสมควร เช่น เงินฝากในบัญชีของเราต้องมีไม่น้อยกว่าเท่านั้นเท่านี้, เราต้องจ่ายค่าประกันพยาบาล (NHS Surcharge) และอื่นๆค่ะ แต่รายละเอียดตรงนี้ส่วนใหญ่ HR จะช่วยชี้แนะให้เราได้ค่ะ”
ส่องสนามแข่งวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ ประเทศไหนขอยาก ประเทศไหนได้ง่าย มาดูกัน
เจาะลึก วีซ่าทำงาน 2 ปีหลังเรียนจบในอังกฤษ (Post Study work visa)
แชร์ประสบการณ์สัมภาษณ์งาน และทำงานในอังกฤษหลังเรียนจบ
