นักเรียนมัธยมปลายคนไหน ที่มีความฝันอยากไปเรียนต่ออังกฤษในระดับปริญญาตรี ต้องอ่านบทความนี้ เพราะเราจะเจาะลึกการเรียนต่ออังกฤษในระดับปริญญาตรีอย่างละเอียด อยากรู้ว่าเส้นทางเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษจะเป็นยังไง มาดูกันค่ะ
เส้นทางการเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ
เรียน Foundation Programme ก่อนเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ
ใครเข้าเรียนหลักสูตร IFY ได้บ้าง?
- นักเรียนที่จบ ม.6 หรือเทียบเท่า
- ยังไม่ผ่านเกณฑ์ผลภาษาอังกฤษหรือผลการเรียน
- มีผลวัดทักษะภาษาอังกฤษ IELTS โดยทั่วไป 4.5–5.5 ขึ้นอยู่กับสถาบัน
ระยะเวลาเรียนหลักสูตร IFY
หลักสูตร IFY มีระยะเวลาเรียนประมาณ 9 เดือน - 1 ปี
เส้นทางเรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีในสหราชอาณาจักร
ในสหราชอาณาจักร การเรียนในระดับปริญญาตรีเป็นหลักสูตรที่ต้องเรียนต่อจากการเรียนในโรงเรียน การเรียนในหลักสูตร Bachelor's degree เป็นที่นิยมที่สุดในการเรียนระดับนี้
หลักสูตร Bachelor's degree ในอังกฤษ
ในอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ และเวลส์ การเรียนในระดับปริญญาตรีหลักสูตรนี้จะเรียน 3 ปีถึงจะได้รับปริญญาระดับ Honours Degree เช่น BA Media Studies และ BSc Business
ส่วนในสก็อตแลนด์ จะใช้เวลา 3 ปีในการจบปริญญาในระดับทั่วไป (Ordinary) และ 4 ปีในระดับ Honours Degree นอกจากนี้ที่สก็อตแลนด์บางครั้งก็มีการให้คำประกาศแก่ผู้จบปริญญาตรีว่า Master's เช่น MA, MS, MEng ฯลฯ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละสถาบันการศึกษา
เรียนต่อหลักสูตรอาชีวะในอังกฤษ
หลักสูตร HND (Higher National Diploma) และ HNC (Higher National Certificate) คือหลักสูตรอาชีวศึกษาระดับสูงในสหราชอาณาจักร ที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยตรง หรือใช้เป็นสะพานต่อปริญญาตรีในภายหลัง
HND (Higher National Diploma) เป็นหลักสูตรเต็มเวลา 2 ปี ที่เป็นการรวมเอาการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานเข้าไปในหลักสูตรด้วย ส่วน HNC (Higher National Certificate) ก็จะคล้ายกัน ต่างกันตรงที่เป็นหลักสูตร Part-time
โดยการเรียนทั้ง HND และ HNC นั้น สามารถโอนเพื่อเข้าเรียนต่อในบางสาขาของหลักสูตรปริญญาตรีในปีสองหรือปีสามได้ หลักสูตรนี้มีสอนอยู่ในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยทั้งในอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือและเวลส์
HNC ในสก็อตแลนด์จะเป็นแบบหลักสูตรเต็มเวลา 1 ปี โดยหลักสูตร HNC จะเป็นหลักสูตรปีแรก และ HND จะเป็นหลักสูตรปีที่สอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ผู้เรียน HNC จะมีโอกาสโอนเข้าเรียนต่อในปีที่สองของการเรียนหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป และต่อในปีที่สามสำหรับผู้ที่เรียนหลักสูตร HND
ม.6 → HND (2 ปี) → Top-up Degree (ปีสุดท้าย) → จบปริญญาตรีภายใน 3 ปี
ม.6 → HNC (1 ปี) → HND (1 ปี) → Top-up (1 ปี) → ปริญญาตรี
เรียนต่อ Foundation degree ในอังกฤษ
คือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาในสายวิชาชีพต่างๆ ใช้เวลาในการเรียน 2 ปีแบบเต็มเวลา โดยในสหราชอาณาจักรจะสามารถโอนเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี (bachelor's degree) ได้ในช่วงปีสองหรือปีสาม
ตัวอย่างเส้นทางการเรียน
เรียนต่อ Diploma of Higher Education (DipHE) ในอังกฤษ
Diploma of Higher Education (DipHE) คือ วุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษาในระบบการศึกษาของ สหราชอาณาจักร (UK) ที่มีระดับเทียบเท่ากับ ปีที่ 1 และปีที่ 2 ของปริญญาตรี (Bachelor's Degree) ซึ่งสามารถใช้เพื่อออกไปทำงาน หรือต่อยอดการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีปีสุดท้ายได้
นักเรียนที่เรียน DipHE จะสามารถโอนเข้าไปเรียนในช่วงปีสองหรือปีสามของระดับปริญญาตรี โดยวิธีการนี้ นักเรียนสามารถสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา (Diploma) แล้ว จากนั้นสามารถเรียนในระดับปริญญา (honours) โดยไม่ต้องเรียนในปีแรกๆ และอีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนโอนจาก DipHE ไปเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ด้วย
คุณสมบัตินักเรียนที่สมัครเรียนต่อปริญญาตรีได้
จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา
นักเรียนต่างชาติจำเป็นจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (12 ปี) ก่อนการสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร
ผ่านการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ
ถ้าคุณต้องการที่จะเรียนที่สหราชอาณาจักรแล้วภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลักของคุณ คุณจำเป็นต้องยื่นผลทดสอบทางภาษาอังกฤษ IELTS (International English Language Testing System) ก่อนที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆ โดยปกติแล้วนั้นจะคะแนน 4.0-5.0 สำหรับการเรียนหลักสูตรเตรียมพื้นฐาน คะแนน 5.5-6.0 สำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี และ 6.5-7.0 สำหรับการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษา ในบางมหาวิทยาลัยอาจจะรับผลทดสอบอื่น อย่างเช่น TOEFL ก็ได้ ดังนั้นควรตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจก่อนว่าสถาบันนั้นๆต้องการผลการทดสอบประเภทใด
ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ
การสมัครสำหรับการเรียนเต็มเวลาในระดับปริญญาตรีนั้น จะจัดขึ้นโดย UCAS ที่เป็นองค์กรศูนย์กลางในการจัดการรับสมัครนักเรียนในการศึกษาระดับสูง คุณควรเตรียมตัวก่อนวันเปิดเทอมประมาณ 12-18 เดือน เพื่อค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง และเพื่อมีเวลาในการสอบการทดสอบต่างๆที่มหาวิทยาลัยต้องการ โดยแต่ละปี UCAS จะได้รับใบสมัครประมาณ 700,000 ใบ โดยรวมไปถึงใบสมัครจากนักเรียนต่างชาติกว่า 50,000 คนทั่วโลก
ก่อนที่จะสมัคร ควรจะตรวจสอบว่าเรามีหลักฐานหรือเอกสารครบถ้วนสำหรับการสมัครหลักสูตรที่ต้องการแล้วหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ UCAS
ระบบการสมัครของ UCAS จะอนุญาตให้คุณสมัครผ่านเว็บไซต์ UCAS ได้โดยตรง ซึ่งจะมีข้อดีมากมาย อาทิเช่น ระบบการตรวจสอบอัตโนมัติเพื่อช่วยตรวจสอบความถูกต้อง, สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขใบสมัครของคุณได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการก่อนยื่นใบสมัคร และสามารถดูผลการส่งได้หลังจากส่งเรียบร้อย คุณจะถูกขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งคุณสมบัติในปัจจุบัน (หรือสิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับ), เขียน personal statement , หนังสือรับรองและประวัติการทำงานต่างๆที่คุณมี
โดยสามารถยื่นใบสมัคร UCAS ได้ตั้งแต่เดือนกันยายนล่วงหน้าหนึ่งปีก่อนวันเปิดเทอมของหลักสูตร โดยปกติควรยื่นภายในเดือนมกราคม ยกเว้นสาขาแพทยศาสตร์, ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์
ส่วนใบสมัครที่ยื่นไปยัง University of Cambridge และ University of Oxford ที่จะต้องยื่นก่อนเดือนตุลาคม
