เจาะลึกระบบการศึกษาระดับปริญญาตรีในอังกฤษ​ สำหรับนักเรียนม.ปลายที่อยากไปเรียนต่ออังกฤษ

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อังกฤษ สหราชอาณาจักร: การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เจาะลึกระบบการศึกษาระดับปริญญาตรีในอังกฤษ​ สำหรับนักเรียนม.ปลายที่อยากไปเรียนต่ออังกฤษ

เจาะลึกระบบการศึกษาระดับปริญญาตรีในอังกฤษ​

share image

       นักเรียนมัธยมปลายคนไหน ที่มีความฝันอยากไปเรียนต่ออังกฤษในระดับปริญญาตรี ต้องอ่านบทความนี้ เพราะเราจะเจาะลึกการเรียนต่ออังกฤษในระดับปริญญาตรีอย่างละเอียด อยากรู้ว่าเส้นทางเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษจะเป็นยังไง มาดูกันค่ะ 

 

เส้นทางการเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ

เรียน Foundation Programme ก่อนเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ

เส้นทางเรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีในสหราชอาณาจักร

คุณสมบัตินักเรียนที่สมัครเรียนต่อปริญญาตรีได้ 

 

 

เรียน Foundation Programme ก่อนเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ

     หลักสูตร Foundation Programme หรือ International Foundation Year (IFY) เป็นหลักสูตรเตรียมพื้นฐาน เตรียมความพร้อมด้านวิชาการ ภาษาอังกฤษ และทักษะที่ต้องมีในการเข้าเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ 

 

      หลักสูตร IFY จึงมีขึ้นเพื่อช่วยลดช่องว่างระหว่างคุณสมบัติที่นักเรียนต่างชาติมี กับเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ ได้กำหนดเอาไว้  โดยช่องว่างนี้จะเกิดขึ้นเสมอเพราะว่าในหลายประเทศๆ นักเรียนจะเรียนในหลักสูตร 12 ปี ในขณะที่อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือและเวลส์จะเรียนหลักสูตร 13 ปี

     

 ใครเข้าเรียนหลักสูตร IFY ได้บ้าง?

  • นักเรียนที่จบ ม.6 หรือเทียบเท่า
  • ยังไม่ผ่านเกณฑ์ผลภาษาอังกฤษหรือผลการเรียน
  • มีผลวัดทักษะภาษาอังกฤษ IELTS โดยทั่วไป 4.5–5.5 ขึ้นอยู่กับสถาบัน

 

ระยะเวลาเรียนหลักสูตร IFY 

     หลักสูตร IFY มีระยะเวลาเรียนประมาณ 9 เดือน - 1 ปี 

 

เส้นทางเรียนต่อหลักสูตรปริญญาตรีในสหราชอาณาจักร

      ในสหราชอาณาจักร การเรียนในระดับปริญญาตรีเป็นหลักสูตรที่ต้องเรียนต่อจากการเรียนในโรงเรียน การเรียนในหลักสูตร  Bachelor's degree เป็นที่นิยมที่สุดในการเรียนระดับนี้  

 

หลักสูตร Bachelor's degree ในอังกฤษ

      ในอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ และเวลส์ การเรียนในระดับปริญญาตรีหลักสูตรนี้จะเรียน 3 ปีถึงจะได้รับปริญญาระดับ Honours Degree เช่น BA Media Studies และ BSc Business 

      ส่วนในสก็อตแลนด์ จะใช้เวลา 3 ปีในการจบปริญญาในระดับทั่วไป (Ordinary) และ 4 ปีในระดับ Honours Degree  นอกจากนี้ที่สก็อตแลนด์บางครั้งก็มีการให้คำประกาศแก่ผู้จบปริญญาตรีว่า Master's เช่น MA, MS, MEng ฯลฯ ก็ได้  ขึ้นอยู่กับธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละสถาบันการศึกษา

     

เรียนต่อหลักสูตรอาชีวะในอังกฤษ

         หลักสูตร HND (Higher National Diploma) และ HNC (Higher National Certificate) คือหลักสูตรอาชีวศึกษาระดับสูงในสหราชอาณาจักร ที่ออกแบบมาเพื่อเตรียมผู้เรียนเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยตรง หรือใช้เป็นสะพานต่อปริญญาตรีในภายหลัง

      HND (Higher National Diploma) เป็นหลักสูตรเต็มเวลา 2 ปี ที่เป็นการรวมเอาการเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานเข้าไปในหลักสูตรด้วย  ส่วน HNC (Higher National Certificate)  ก็จะคล้ายกัน ต่างกันตรงที่เป็นหลักสูตร Part-time  

        โดยการเรียนทั้ง HND และ HNC นั้น สามารถโอนเพื่อเข้าเรียนต่อในบางสาขาของหลักสูตรปริญญาตรีในปีสองหรือปีสามได้ หลักสูตรนี้มีสอนอยู่ในวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยทั้งในอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือและเวลส์

      HNC ในสก็อตแลนด์จะเป็นแบบหลักสูตรเต็มเวลา 1 ปี  โดยหลักสูตร HNC จะเป็นหลักสูตรปีแรก และ HND จะเป็นหลักสูตรปีที่สอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ผู้เรียน HNC จะมีโอกาสโอนเข้าเรียนต่อในปีที่สองของการเรียนหลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป และต่อในปีที่สามสำหรับผู้ที่เรียนหลักสูตร HND

 

     ตัวอย่างเส้นทางการเรียน 

      ม.6 → HND (2 ปี) → Top-up Degree (ปีสุดท้าย) → จบปริญญาตรีภายใน 3 ปี

     ม.6 → HNC (1 ปี) → HND (1 ปี) → Top-up (1 ปี) → ปริญญาตรี   

 

เรียนต่อ Foundation degree ในอังกฤษ

      คือหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาในสายวิชาชีพต่างๆ ใช้เวลาในการเรียน 2 ปีแบบเต็มเวลา   โดยในสหราชอาณาจักรจะสามารถโอนเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรี (bachelor's degree) ได้ในช่วงปีสองหรือปีสาม 

 

      ตัวอย่างเส้นทางการเรียน 

      ม.6 → Foundation Degree (2 ปี) → Top-up Degree (1 ปี) → จบปริญญาตรี (รวม 3 ปี)

 

เรียนต่อ Diploma of Higher Education (DipHE) ในอังกฤษ

      Diploma of Higher Education (DipHE) คือ วุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษาในระบบการศึกษาของ สหราชอาณาจักร (UK) ที่มีระดับเทียบเท่ากับ ปีที่ 1 และปีที่ 2 ของปริญญาตรี (Bachelor's Degree) ซึ่งสามารถใช้เพื่อออกไปทำงาน หรือต่อยอดการเรียนต่อในระดับปริญญาตรีปีสุดท้ายได้  

      นักเรียนที่เรียน DipHE จะสามารถโอนเข้าไปเรียนในช่วงปีสองหรือปีสามของระดับปริญญาตรี โดยวิธีการนี้ นักเรียนสามารถสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา (Diploma) แล้ว จากนั้นสามารถเรียนในระดับปริญญา (honours) โดยไม่ต้องเรียนในปีแรกๆ และอีกทั้งยังสามารถเปลี่ยนโอนจาก DipHE ไปเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ด้วย

 

คุณสมบัตินักเรียนที่สมัครเรียนต่อปริญญาตรีได้ 

จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา

      นักเรียนต่างชาติจำเป็นจะต้องจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (12 ปี) ก่อนการสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร  

 

ผ่านการทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ

      ถ้าคุณต้องการที่จะเรียนที่สหราชอาณาจักรแล้วภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลักของคุณ  คุณจำเป็นต้องยื่นผลทดสอบทางภาษาอังกฤษ IELTS (International English Language Testing System) ก่อนที่จะเข้าเรียนในหลักสูตรต่างๆ   โดยปกติแล้วนั้นจะคะแนน 4.0-5.0 สำหรับการเรียนหลักสูตรเตรียมพื้นฐาน  คะแนน 5.5-6.0 สำหรับการเรียนในระดับปริญญาตรี และ 6.5-7.0 สำหรับการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษา  ในบางมหาวิทยาลัยอาจจะรับผลทดสอบอื่น อย่างเช่น TOEFL  ก็ได้  ดังนั้นควรตรวจสอบไปยังมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจก่อนว่าสถาบันนั้นๆต้องการผลการทดสอบประเภทใด

 

ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อปริญญาตรีในอังกฤษ

      การสมัครสำหรับการเรียนเต็มเวลาในระดับปริญญาตรีนั้น จะจัดขึ้นโดย UCAS ที่เป็นองค์กรศูนย์กลางในการจัดการรับสมัครนักเรียนในการศึกษาระดับสูง คุณควรเตรียมตัวก่อนวันเปิดเทอมประมาณ 12-18 เดือน เพื่อค้นหาข้อมูลและเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง  และเพื่อมีเวลาในการสอบการทดสอบต่างๆที่มหาวิทยาลัยต้องการ   โดยแต่ละปี UCAS จะได้รับใบสมัครประมาณ 700,000 ใบ โดยรวมไปถึงใบสมัครจากนักเรียนต่างชาติกว่า 50,000 คนทั่วโลก

      ก่อนที่จะสมัคร ควรจะตรวจสอบว่าเรามีหลักฐานหรือเอกสารครบถ้วนสำหรับการสมัครหลักสูตรที่ต้องการแล้วหรือไม่  โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ UCAS

      ระบบการสมัครของ UCAS จะอนุญาตให้คุณสมัครผ่านเว็บไซต์ UCAS ได้โดยตรง  ซึ่งจะมีข้อดีมากมาย อาทิเช่น  ระบบการตรวจสอบอัตโนมัติเพื่อช่วยตรวจสอบความถูกต้อง, สามารถปรับปรุงหรือแก้ไขใบสมัครของคุณได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการก่อนยื่นใบสมัคร และสามารถดูผลการส่งได้หลังจากส่งเรียบร้อย  คุณจะถูกขอให้กรอกข้อมูลส่วนตัว รวมทั้งคุณสมบัติในปัจจุบัน (หรือสิ่งที่คุณคาดหวังว่าจะได้รับ), เขียน personal statement , หนังสือรับรองและประวัติการทำงานต่างๆที่คุณมี

      โดยสามารถยื่นใบสมัคร UCAS ได้ตั้งแต่เดือนกันยายนล่วงหน้าหนึ่งปีก่อนวันเปิดเทอมของหลักสูตร โดยปกติควรยื่นภายในเดือนมกราคม ยกเว้นสาขาแพทยศาสตร์, ทันตแพทย์ และสัตวแพทย์

       ส่วนใบสมัครที่ยื่นไปยัง University of Cambridge และ University of Oxford ที่จะต้องยื่นก่อนเดือนตุลาคม  

 

ทำไมต้องเรียนต่อที่อังกฤษ

 

 

Study in the UK

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออังกฤษ

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออังกฤษอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

7 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ

7 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติอย่างเราๆ อังกฤษเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักศึกษาไทยที่ต้องการไปเรียนต่อเมืองนอก เพราะนอกจากจะมีคุณภาพการศึกษาที่ดีแล้ว ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่อนักศึกษาต่างชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาด้านวีซ่า ทุนการศึกษา และคอร์สเรียนภาษาก่อนเปิดเทอม นอกจากนี้ยังเป็นประเทศที่การเดินทางสะดวกสบายทั้งในเมืองและนอกเมือง แต่ละสถานที่เชื่อมกันด้วยระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย ปลอดภัย ตรงต่อเวลา

83.1K
article Img

เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL)

การเรียนภาษาอังกฤษ ในฐานะเป็นภาษาต่างประเทศ (EFL) : English as a Foreign Language       สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติมากมาย ความสามารถหรือความเชี่ยวชาญทางภาษามักจะเป็นเรื่องหลักที่ถูกสนใจมากที่สุด การเรียนภาษาอังกฤษสามารถเปิดประตูสู่อนาคตมากมาย ดังนั้น พยายามทำใจให้สบายว่าแท้จริงแล้วมีตัวช่วยคุณในเรื่องนี้มากมาย และหลายๆทางเลือกก็เข้ากับความต้องการของคุณ มีนักเรียนอีกมากที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในเรื่องนี้ รวมถึง

25.4K
article Img

อังกฤษ เสนอนโยบายใหม่เพื่อลดจำนวนคนต่างชาติเข้าประเทศ

เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลอังกฤษของ นายกรัฐมนตรี Keir Starmer เพิ่งออก White paper ซึ่งเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลใช้เพื่อนำเสนอ นโยบายใหม่ หรือ แผนการปฏิรูป ที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อ ให้ประชาชนและรัฐสภาเข้าใจแนวทางของรัฐบาล และเตรียมความพร้อมสำหรับการออกกฎหมายหรือเปลี่ยนนโยบายในอนาคต White paper นี้มีหัวข้อชื่อว่า Restoring Control Over the Immigration System หรือการควบคุมระบบการอพยพ

4.6K