ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เผยเคล็ด (ไม่) ลับพิชิต TOEFL จากคนออกข้อสอบ

share image

เราเคยเปิดเผย Tips จาก Examiner ของการสอบ IELTS มาแล้ว วันนี้เราขอไปต่อกับข้อสอบ TOEFL! แต่อย่างที่รู้ๆ กันว่า TOEFL ไม่มีคนคุมสอบแบบ IELTS ต้องสอบกับคอมเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วงไปเพราะ Tips ที่เราเอามาฝากกันวันนี้มาจาก ETS ผู้ออกข้อสอบ TOEFL นั่นเองจ้า! ปังไม่ไหว ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

    คร่าวๆ ก่อนคือ ETS หรือ Educational Testing Service เป็นต้นกำเนิดของการสอบวัดความรู้ทั้ง GRE, SAT, TOEFL และ TOEIC ง่ายๆ คือเป็นคนออกข้อสอบอะค่า ยังไงก็ต้องฟังเค้านิสส

 

Reading

 

  • เตรียมตัว อ่านบทความให้หลากหลาย ทั้งเรื่องที่เราสนใจและไม่สนใจ
  • อ่านทั้งงานวิชาการ และไม่วิชาการ
  • ให้ความสำคัญกับคำศัพท์

    - ให้ทำการ์ดคำศัพท์ โดยเขียนคำศัพท์ไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังให้เขียนประโยคเพื่อให้เข้าใจ context และวิธีการใช้ที่ถูกต้อง

  • ท่องคำศัพท์เป็นหมวดหมู่
  • เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ โดยใช้ Synonym (คำเหมือน)  และ Antonym (คำตรงกันข้าม) ในการท่องศัพท์

 

Listening

 

  • ฝึกฟังให้หลากหลายเรื่อง หลากหลายสำเนียง
  • ฟังอย่าง Active โดยพยายามตอบคำถาม 5W1H (Who, what, when, where, why และ how)
  • ฟังโดยรวมเพื่อหา Main Idea
  • ฟังคำขึ้นต้นที่ช่วยให้รู้ว่าประโยคจะพูดถึงอะไร

 

    บอกความคิดเห็น (Opinion) จะขึ้นว่า  I think, It appears that, It is thought that

    บอกทฤษฎี (Theory) จะขึ้นว่า In theory

    บอกข้อสรุป/การอนุมาน (Inference) จะใช้คำว่า therefore, then

    บอกข้อความเชิงลบ (Negatives) จะใช้คำว่า not หรือคำที่ขึ้นต้นด้วย un-, non-, dis, และ a-

    คำประกอบสนทนา (Filler words) มักจะเป็นคำที่ไม่ให้ข้อมูลอะไร เช่น Uh, Er, Um, You Know

 

- ฟังน้ำเสียง เพราะสามารถบอกได้ว่าข้อมูลไหนสำคัญ หากผู้พูด ‘พูดเน้น’  หรือ ‘พูดดังหรือชัดกว่าเดิม’ ให้รู้ว่าตรงนั้นสำคัญ อีกอย่างให้ฟังคำที่ ‘พูดซ้ำ’ ทั้งพูดซ้ำโต้งๆ แบบใช้คำเดิม หรือพูดซ้ำแบบใช้คำอื่นๆ

    

  • จดข้อมูลเท่าที่ได้ยินเท่านั้น อย่าตีความเพิ่มเติมตามความรู้ของเรา

 

Speaking

 

  • ฝึกการออกเสียง word endings ให้ชัด
  • ฝึกการเน้นคำ และการใช้เสียงสูง ต่ำเพื่อเน้นคำ (Intonation)
  • พยายามใช้ Future tense หลายๆ รูปแบบ เช่น Will, Going to
  • ใช้ Connecting words หรือวลีที่ใช้เชื่อม เช่น First, then, While I was…
  • ระวังการใช้ Past tense

 

*อย่าลืมว่า  Speaking ไม่มีผิด ไม่มีถูก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการให้เหตุผล การให้ตัวอย่าง พูดอะไรออกไปต้องหาประโยคที่เกี่ยวข้อง (Relevant) ที่ชัดเจน (Clear) มา support ประโยคหน้าให้ได้ ต้องอธิบายไอเดียให้กลมกล่อม นั่นแหละ

 

ใครสงสัยว่า EST มีเกณฑ์การวัดยังไง ไปดูได้ที่นี่เลย https://www.ets.org/s/toefl/pdf/toefl_speaking_rubrics.pdf

 

Writing

 

ถ้าให้สรุป Lecture หรือ Passage

  • ควรใช้เวลาอ่านโจทย์ 3 นาที
  • ควรใช้เวลา 20 นาที ในการวางแผนและเขียน
  • ข้อเขียนที่ดีควรมี 150-250 คำ

 

 

ถ้าให้ตอบคำถาม

  • ควรใช้เวลา 30 นาทีในการวางแผน เขียน และทบทวนงานเขียน
  • คำตอบควรยาว 300 คำเป็นอย่างต่ำ
  • ไม่มีคำตอบผิดถูก ทุกอย่างวัดจากการพัฒนาไอเดียในคำตอบ โดยดูจาก Reason, example และ Detail ที่จะมาสนับสนุนไอเดียหลัก * ไม่เกี่ยวกับความยาวนาจาาา
  • ไม่ควรเขียนข้อมูลเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่ว่าจะเขียนแบบเดิมหรือพาราเฟสก็ตาม
  • สะกดคำให้ถูกต้องด้วยน้า สำคัญมากๆ
  • ควรไปฝึกพิมพ์สัมผัสให้ได้ถ้าสอบกับคอม!

 

ไปดูเกณฑ์การให้คะแนนได้ที่นี่ https://www.ets.org/s/toefl/pdf/toefl_writing_rubrics.pdf

 

Test Day

  • ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
  • Relax และโฟกัสกับข้อสอบข้างหน้าเท่านั้น
  • ไม่ต้องเร่ง ทำไปตามจังหวะในการทำข้อสอบของตัวเอง
  • เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
  • นอนหลับให้เพียงพอ

และไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลานะจ๊ะ!

 

สืบหนังสือเตรียมสอบ TOEFL ที่เลื่องลือว่าปังในหมู่ชาวเน็ต

ส่องวิธีอัพคะแนน TOEFL ของชาวเน็ต ที่ได้ผลจริง (ต้องอ่าน!)

8 แกรมม่าที่ใช้ผิดกันบ่อยๆ ใน TOEFL (ต้องอ่าน!)

ทำความรู้จัก TOEFL ข้อสอบตัวร้ายที่คนอยากเรียนต่อเมกาต้องสอบ

 

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.8K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K