ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบหนังสือเตรียมสอบ TOEFL ที่เลื่องลือว่าปังในหมู่ชาวเน็ต

share image

    Good Friday! (I hope)

    สัปดาห์ที่แล้วมิสเอาหนังสือเตรียมสอบ IELTS ขวัญใจชาวเน็ตไปแล้ว (ไปเจิมได้ที่ สืบหนังสือเตรียมสอบ IELTS ขวัญใจชาวเน็ต) จะไม่เอาหนังสือ TOEFL มาก็จะเสียชื่อมิสหมด ทำทั้งทีก็ต้องทำให้ครบเครื่องหน่อยเนาะ

 

    เริ่มเลยแล้วกัน วันนี้มิสจะพาไปดู 2  กระทู้เหมือนเดิม อันแรกคือ [CR] ประสบการณ์ เตรียมตัวสอบTOEFL 25วัน กับตำรา6เล่มจาก5ค่าย ของคุณ สมาชิกหมายเลข 726785 ซึ่งมิสจะแทนว่า (1) กับอีกกระทู้ [CR] รีวิว หนังสือที่ใช้เตรียมสอบ TOEFL iBT 3 เล่ม ที่มิสจะแทนว่า (2)

 

    มาดูเล่มที่ทั้ง 2  กระทู้มีเหมือนกันก่อนเลย

 

    Official Guide to the TOEFL Test

 

    ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็มีหลายเวอร์ชันแล้วนะ ที่กระทู้ข้างต้นนำมารีวิวคือ With CD-ROM, 4th Edition (Official Guide to the Toefl Ibt) และ Volume 1 และ 2  แต่สิ่งที่จขกท. ทั้งสองคนรู้สึกว่าอ่านเตรียมสอบได้ผลก็คือ

 

    (1) “สิ่งที่ได้จากเล่มนี้ คือแนวข้อสอบคร่าวๆ +ชนิดของคำถามในแต่ละพาร์ท คือได้ทำความรู้จักกับข้อสอบครับ แต่แทบจะไม่มีเทคนิคหรือแบบฝึกหัดที่ใช้เพิ่มทักษะเลย จะเป็นแนะนำว่าข้อสอบมีอะไรบ้างแล้วมีแบบฝึกหัดท้ายบททีเดียว จะมีแผ่นโปรแกรมให้ทำpractice testอยู่ สำหรับผมค่อนข้างคล้าย แต่ว่าพาร์ท listening จะง่ายไปหน่อยครับ เพราะสามารถจดทันทุกอย่าง แต่ตอนสอบที่เจอคือ คำถามคล้ายกัน แต่จะพูดเร็วกว่า จดได้แต่คีเวิดหลักๆ

 

    สรุป ถ้าพื้นฐานดีอยู่แล้วต้องการเตรียมตัวให้คุ้นข้อสอบเฉยๆ เล่มนี้โอเคครับ”

 

    (2) “มีแต่ข้อสอบ มี 5 ชุด เหมือนจริงที่สุด เพราะคือของจริง ของเก่า ดังนั้น ในแต่ละชุดจะมี ตัวอย่างการตอบในส่วนของ speaking และ writing ซึ่งเป็นการตอบจริงของผู้สอบ และมีการวิเคราะห์ว่า พูดแบบนี้จัดอยู่ในระดับไหน ทำให้เราสามารถประเมินตนเองได้คร่าวๆ และดึงจุดด้อย จุดเด่นมาเรียนรู้ได้ CD เป็นโปรแกรมที่รูปแบบไม่เหมือนการทำสอบจริง” (Volume 2)

 

    คุณ zotz บอกว่า “หนังสือเล่มนี้ดีมาก ตรงที่ทำให้เราเข้าใจว่าทางETS ให้คะแนนยังไงค่ะ โดยเฉพาะในส่วนของspeaking ซึ่งเค้าจะมีคำตอบของคนที่เคยสอบจริงๆมาให้เราฟัง แล้วบอกเลยว่าตอบแบบนี้ ได้คะแนนสูง กลาง หรือว่าต่ำเพราะอะไร ทำให้เรารู้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญค่ะ”

 

    Cambridge Preparation for the TOEFL Test

 

    (1) “เล่มนี้ที่ดูผ่านๆเทคนิคเยอะมากครับ แต่ว่า ไม่มีเวลาเลยใช้ทำข้อสอบอย่างเดียว จะมีข้อสอบให้7ชุดครับ ทำในคอมพ์ ทำไป4ชุด รู้สึกว่าโอเค แต่ฟังจะยากกว่านิดหน่อย ยากกว่า ของETS ทั้ง2เล่ม แต่ใช้ฝึกได้ดีครับ เราทำอันยากพอไปเจอช้ากว่าจะได้จดทัน

 

    รวมถึงคำถามพาร์ทพูดสำหรับผมคือแปลกครับ มีชุดนึงถามประมาณ ให้พูดถึง บุคคลสำคัญของประเทศเราแล้วมีผลกับสังคมในปัจจุบันยังไง ซึ่งมันต่างกับที่เจอตอนสอบจริงลิบลับครับ ตอนสอบเจอถามว่าชอบแต่งตัวยังไงเวลาไปข้างนอก

 

    สรุป เนื้อหาเล่มนี้เยอะพอควรครับ ข้อสอบ7ชุดให้ฝึกเหลือเฟือ”

 

    (2) “CD ในส่วน Test Mode (มีข้อสอบ 7 ชุด) เหมือนการทำสอบจริงเกือบ 100% แม้แต่เวลาพัก 10 นาที choice จะยากกว่าข้อสอบจริงเล็กน้อย เพราะคลุมเครือกว่า แต่โดยรวมถือว่าเหมือน การทำสอบใน CD นี้ ทำให้เราเตรียมตัวได้ดีขึ้น เข้าใจรูปแบบมากขึ้น เช่นการใช้ปุ่ม view text และ view questions ทำให้ประหยัดเวลา”

 

    ส่วนคุณ DoggyBen “Cambridge reading ยากกว่าของจริง listening พูดช้าเกินไป แต่ตัวเลือกยากประมาณข้อสอบ Speaking กับ writing ก็โอเค แต่ยังไม่ดีเท่า Barron ค่ะ”

 

    Barron’s TOEFL 14th Edition

 

    (2) “เราใช้เพื่อ skill building ซึ่งเราคิดว่ามีประโยชน์อยู่ แต่เหมือนจะมีหนังสืออื่นๆที่ดีกว่า หรือ แหล่งอื่นเช่น Youtube: notefull หรือ magoosh.com ตัวหนังสือมีชุดข้อสอบให้ 7 ชุด ซึ่งโดยส่วนตัวเราคิดว่า Reading ง่ายกว่าข้อสอบจริง choice ไม่มีความซับซ้อนและ listening พูดเร็วกว่า ตัวอย่างการตอบในหนังสือก็ perfect มาก CD ไม่มีโปรแกรม เป็น audio ล้วนๆ"

 

    ส่วนคุณ DoggyBen บอกว่า “ส่วนตัว คิดว่า Barron เด่นเรื่อง reading ค่ะ ส่วน listening พูดไวเหมือนของจริงดี แต่ตัวเลือกง่ายกว่าหน่อย Speaking กับ writing ถือว่าดีใช้ได้”

 

    คุณ Rath Panyowat “ผมว่าตัวอย่างข้อสอบส่วน Reading และ Listening เขาทำได้ดีมาก ส่วน Speaking กับ Writing ก็ดีครับ แต่มีแค่ 8 ชุด ซึ่งไม่พอจะ build skill ได้ ต้องหาแหล่งภายนอก”

    

    Oxford preparation course for TOEFL

 

    (1) “เล่มนี้คือเล่มเทพครับ เทคนิคเยอะมากแบบฝึกหัดเยอะมาก

    การเรียงเนื้อหาของเล่มนี้จะต่างจากเล่มอื่นที่แยกเปนแต่ละพาร์ท 4 พาร์ท

    เล่มนี้จะแบ่งเป็น8 บทครับ แต่ละบทจะมีธีมคำศัพท์ เช่น family food มีลิสคำศัพท์ให้หลังพาร์ท reading แล้วเราก็จะไปเจอตอนอ่านพาร์ทอื่นๆในบทนั้นต่อ ทำให้ช่วยจำได้ง่ายขึ้นครับเพราะท่องแล้วได้เจอได้ใช้

    บทนึงจะไล่เนื้อหาไปตั้งแต่ อ่าน ฟัง พูด เขียน

    บทนึงจะโฟกัสไปที่แนวคำถามเดียว แล้วมีแบบฝึกหัดที่เน้นแนวนั้นให้แน่นเลยครับ เช่นบทแรกที่

    พาร์ทอ่าน คำถามแนวคำศัพท์ ก็จะมีคำถามแนวนั้นให้ฝึก เทคนิคเต็มที่ครับ

    พาร์ทพูด สอนข้อ1 ก็จะเป็นแบบฝึกหัดข้อ1ทั้งหมดครับ

    หลังจากอ่านจบ 6บท บท 7 8จะเป็น practice testครับ ทำในเล่มก็ได้ หรือเข้าไปทำในเวปของเขา โดยใช้รหัสที่อยุ่ในเล่มสมัคร

 

    สำหรับผมเล่มนี้เทคนิคดีมากครับ อ่านเล่มนี้รู้สึกว่าทำข้อสอบคล่องขึ้นเยอะมาก

    เพราะรู้ว่าแต่ละชนิดของคำถามเป็นยังไง และจะโดนหลอกยังไงได้บ้าง

    เนื่องจากแต่ละบทก็มีคำถามแนวนั้นหลายๆข้อ บางข้อถูก แต่บางข้อก็โดนหลอก เราก็จะจำได้ครับ ว่า    แนวไหนที่เราถนัด แนวไหนที่โดนหลอกบ่อย

 

    แต่ข้อเสียคือ เพราะว่าเราต้องอ่านไปทั้งเล่มถึงจะรู้แนวข้อสอบทั้งหมด. เวลาอ่านอาจจรู้สึกว่าอ่านช้า เพราะกว่าจะรู้แนวครบก็เป็นอาทิตย์ ไม่เหมือนเล่มอื่นที่ แยกแต่ละพาร์ท อ่านพาร์ทนั้นจบ2วันก็รู้แนวทั้งหมดของพาร์ทเลย”

 

    สถาบันภาษาวิคทอเรีย แนะนำเล่มนี้ว่า “เป็นหนังสือที่ดีนะครับแต่ที่มาอยู่รั้งท้ายเพราะว่าเนื้อหาในบางครั้งมักจะหลุดโฟกัส ไม่ได้อยู่ในกรอบแนววิชาการนักซึ่งเป็นแนวหลักของข้อสอบ TOEFL แต่หากจะอ่านเพื่อปูพื้นฐานให้ผู้เรียนก่อน ก็ต้องถือว่าเป็นหนังสือที่ดีครับ”

 

    400 Must-Have Words for the TOEFL

 

    เล่มนี้จขกท. (1) อ่านไม่ทัน แต่มานแนะนำไว้ มิสเลยไปสืบมาให้ว่าคนอื่นว่ายังไง ก็ไปเจอกระทู้ แชร์ประสบการณ์จาก Toefl 58 จนได้ 75 ภายในระยะเวลา 2 เดือน ทำยังไง มาดูกัน !!! เป้าหมายต่อไป 90 ค่ะ ของคุณ endu nina มาบอกว่า “เล่มนี้เราท่องเล่มแรกค่ะ จดไว้ต่างหากกับที่จดศัพท์จากการฝึก โดยในเล่มจะมีแบบฝึกหัดให้ทำด้วย แต่เราไม่มีเวลาเยอะขนาดนั้น เลยจดแต่ศัพท์และความหมายค่ะ เล่มนี้จะดีตรงที่แบ่งหัวข้อคำศัพท์ไว้ชัดเจน เช่นศัพท์เกี่ยวกับ political, friendship, disaster ฯลฯ พวกนี้ค่ะ แล้วก็จะมีตัวอย่าง article ที่ใช้คำศัพท์พวกนี้ไว้ด้วยกัน เวลาเราดูศัพท์รอบๆ มันก็จะคุ้นๆว่า เอ้ คำนี้มันอยู่ในกลุ่มเดียวกับคำนั้นนี่นา อะไรประมาณนี้ คือมันจะนึกออกอ่ะค่ะสำหรับเรานะคะ"

 

    ส่วนตัวมิสคิดว่าอ่านคำศัพท์ไว้ก็ดีนะ เพราะจะได้คุ้นเคยกับคำศัพท์ที่ใช้ในข้อสอบ ทวนไปเห็นปุ๊บก็ไม่ต้องนั่งเดาว่ามันจะแปลว่าหมาหรือแมว เอาไว้กันเหนียวสำหรับคนไม่มั่นใจเรื่องศัพท์ได้

 

    ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

    ส่องวิธีอัพคะแนน TOEFL ของชาวเน็ต ที่ได้ผลจริง

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

421.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

344.5K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.2K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

59.9K