เคลียร์ริ่ง เป็นคำที่ได้ยินบ่อยเวลาพูดถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เพื่อนๆ รู้มั้ยว่าคำว่าเคลียร์ริ่งไม่ได้ปรากฎแค่ในวงการการศึกษาของไทยอย่างเดียว แต่ยังปรากฎในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของอังกฤษอีกด้วย! มันจะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ไปดูกัน :)
เคลียร์ริ่ง หรือ Clearing House ของไทย
น้องๆ มัธยมปลายคงคุ้นเคยกับคำนี้ดี เอาล่ะ มาทำความเข้าใจกันดีกว่า
ระบบเคลียร์ริ่งในไทยถูกจัดการโดยเคลียร์ริ่งเฮาส์ ซึ่งก็คือศูนย์ประสานงานรับตรงเพื่อคอยรับรายชื่อของเด็กที่ติดรับตรงมหาวิทยาลัย ระยะเวลาก่อนแอดมิชชั่น และประกาศรายชื่อว่าติดรับตรงที่ไหนบ้าง พอเพื่อนๆ รู้และตัดสินใจจะเลือกที่ไหน ก็ตัดสินใจเลือก 1 มหาวิทยาลัยและสละสิทธิ์ที่อื่น ทางสอท. (สมาคมสถาบันอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย) จะประกาศรายชื่อคอนเฟิร์มให้มหาวิทยาลัยรับทราบ
เพื่ออะไร?
การทำเช่นนี้ก็เพื่อจะได้ไม่ไปกันที่เด็กคนอื่นๆ พูดง่ายๆ ว่าเป็นการ "เคลียร์คนที่ผ่านรับตรง" เมื่อมหาวิทยาลัยรับทราบก็จะส่งรายชื่อเด็กที่ติดรับตรงมาตัดสิทธิ์แอดมิชชั่นกลางเพื่อสละสิทธ์ที่นั่งจะได้ไปเพิ่มที่ให้ในส่วนของแอดกลางนั่นเอง
ระบบเคลียร์ริ่งในสหราชอาณาจักร
Clearing ในสหราชอาณาจักรจัดโดย UCAS (The Universities and Colleges Admissions Service) หรือ ส่วนกลางประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยกับนักศึกษา คือระบบสมัครเรียนมหาวิทยาลัยของประเทศอังกฤษซึ่งจะเปิดรับสมัครระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเงื่อนไขด้านล่าง
-
ยังไม่ได้รับ offer จากมหาวิทยาลัย หรือไม่ได้ตอบรับ offer ตามเวลาที่กำหนด
-
สอบในช่วงที่มหาวิทยาลัยเปิดรับตอนแรก แต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย
-
เปลี่ยนเวลาเริ่มการศึกษา คณะสาขาวิชา หรือเลื่อนปีการศึกษา
-
แพลนสมัครมหาวิทยาลัยหลัง 30 มิถุนายน
-
ยังไม่เจอหลักสูตรสาขาที่คุณต้องการ
ไม่ใช่นักเรียนทุกคนจะสามารถเข้าสมัครระบบเคลียร์ริ่งได้ถ้าเกณฑ์คะแนนต่ำเกินไป อีกทางเลือกหนึ่งคือการสมัครเรียนหลักสูตร Pathway และ Foundation เพื่อปูพื้นไปก่อน จะได้เรียนรู้และเพิ่มคะแนนตัวเองได้มากขึ้น
ความเหมือนหรือความแตกต่าง
สรุปแล้วระบบทั้งสองไม่เหมือนกัน เรียกว่ามีความคล้ายและจุดประสงค์ใกล้เคียงกันจะเข้าใจง่ายกว่า พูดแบบรวมๆ แล้วทั้งสองระบบต่างก็มีจุดประสงค์เพื่อดูแลและจัดการกับนักศึกษาที่อาจจะไม่ผ่านเกณฑ์ หรือสอบรับตรงไม่ทัน โดยใช้ที่นั่งที่ผ่านเกณฑ์รับตรง นั่นเอง
สงสัย อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับทั้งการศึกษาในไทยและต่างประเทศ ติดตามอ่านต่อได้ใน Hotcourses Thailand ทั้งในหน้า และในเพจ Facebook ได้เลยนะ :)
sources: