ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ไดอารี่เรียนต่อนอก by น้องจินต์ - อาหารการกินแบบชาวอังกฤษที่ทำให้คิดถึงอาหารไทยซะงั้น

share image

วันศุกร์อีกล้าวววว และแน่นอนว่าน้องจินต์ก็ต้องกลับมาประจำการอีกรอบ //ไหว้ย่อรอบวง มาคราวนี้น้องจินต์ขอมาพูดถึงเรื่องสุดฮิตตลอดกาลอย่างอาหารกันค่า แต่ไม่ใช่ว่าจะมาพูดถึงอาหารแบบทั่วๆ ไปนะคะ เพราะ EP นี้จะขอมาเน้นเรื่องอาหารจากเกาะอังกฤษ แถมด้วย culture shock จากอาหารไปอี๊กก เอาแบบแน่นๆ จุกๆ ของจริงกันไปเลย

 

 ต้องขอท้าวความกลับไปก่อนว่า ตอนที่เราแพ็คกระเป๋าเตรียมบินมาอังกฤษเนี่ย ทั้งแม่ทั้งพี่ก็ช่วยกันแพ็คพวกบรรดาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำพริกแห้ง และพวกผงทำอาหารแบบสำเร็จต่างๆ มาให้ คือใส่มาให้กระเป๋านึงเต็มๆ อ่ะค่ะ ยกแล้วคือหนักอึ้ง แต่พอแพ็คไปๆ มาๆ ดันเพลิน น้ำหนักเกินจ้า และก็แน่นอนว่าพอถึงเวลาต้องสละของ เราก็บอกแม่กับพี่ด้วยความมั่นใจเลยว่า “อาหารไม่ต้องเยอะค่ะ หนูกินง่าย” ว่าแล้วก็ทิ้งกระเป๋าอาหารสำเร็จไว้นั่งเฝ้าบ้านอย่างไม่แยแส (แอบหยิบแค่บะหมี่ใส่กระเป๋าใหญ่ไป 4-5 ซอง) กะว่าเดี๋ยวไปถึงก็หาพืชหาผักทำอาหารไทยเองได้ คือมั่นใจอะไรเบอร์นั้นนนน

 

และเราก็พกเอาความมั่นของเรามาถึงเกาะอังกฤษค่ะ พอมาถึงปุ๊บ บอกตัวเองเลยว่าจะมาเก็บประสบการณ์ให้มากที่สุด รวมถึงเรื่องอาหารก็จะกินตามที่คนท้องถิ่นเค้ากินไปเลย คืออยากจะได้ฟีลความเป็นบริติชเต็มๆ โชคดีที่พอมาถึงก็ตีซี้กับเพื่อนสาวชาวอังกฤษนามว่า สเตฟานี่ (เราเรียกนางว่า สเตฟค่ะ) ก็เลยเกาะให้เค้าช่วยเหลือเราหลายๆ อย่าง ลามไปถึงเรื่องอาหารด้วย

 

จำได้ว่าเดือนแรกที่มาคือตะลุยกินแหลกกกก ทุกร้านที่เค้าบอกว่ามาถึงลอนดอนต้องแวะนี่คือผ่านท้องเรามาหมดละ ประสบการณ์โชกโชนมาก แล้วมันอร่อยทุกร้านจริงๆ (แต่กินบ่อยๆ ไม่ได้เพราะแพง) คือไปให้รู้ว่าร้านไหนเป็นยังไง แค่นั้นพอ 

 

 

แล้วต่อมา เราก็เริ่มอยากกินอาหารแบบชาวท้องถิ่นจริงๆ ก็เลยขอให้สเตฟช่วยแนะนำวิถีการกินอยู่แบบเค้าให้หน่อย ซึ่งนางก็ยินดีมากกก จัดมาให้แบบเต็มยศ ชนิดที่คนอังกฤษเค้ากินกันจริงๆ จังๆ โดยอาหารส่วนใหญ่ของที่นี่ก็จะประมาณนี้ค่ะ

 

อาหารเช้า 

 

แบบจัดเต็มจริงๆ ที่นี่เค้าเรียกว่า Full English Breakfast ซึ่งมักจะประกอบด้วย ถั่วอบซอส (baked beans), แฮช บราวน์ (hash brown), ไส้กรอกเลือด ที่ทำจากไขมันและเลือด (black pudding), ไส้กรอก, ไข่คน (scrambled eggs), เบคอน, เห็ดย่างและมะเขือเทศ โอย แค่ลิสท์รายการก็เมื่อยนิ้วละ คือเมนูนี้จะประมาณ 1000 แคลอรี่เลยค่ะ กินเสร็จกลิ้งต่อได้เลย

 

แบบเบาๆ หน่อย ก็พวกซีเรียล โยเกิร์ต มูสลี่ กับผลไม้

 

อาหารกลางวัน

 

แซนด์วิช ซุป แซนด์วิช ซุป กินวนไปค่า ที่นี่เค้าฮิตอาหารที่กินง่ายๆ เร็วๆ กันหน่อย โดยเฉพาะตามซุปเปอร์มาร์เก็ตนี่เค้าจะจัดเซตอาหารกลางวันไว้ให้เลือกซื้อได้เลย โดยเรียกกันว่า Meal deal ซึ่งจะประกอบด้วย แซนด์วิชอะไรก็ได้ในเซต + มันฝรั่งทอดกรอบ (crisps) หรือผลไม้ + เครื่องดื่ม (เช่น น้ำเปล่า โค้ก มิลค์เชค) รวมกันทั้งหมดประมาณ £3 กว่าๆ (ราคาต่างกันตามแต่ละร้านนะคะ) แต่โดยรวมแล้วซื้อแบบนี้จะถูกกว่าซื้อแยกๆ กัน เพราะแซนด์วิชอันนึงก็เกือบ 3 ปอนด์แล้ว Meal deal เลยเป็นอะไรที่ช่วยได้มากค่ะ 

 

แต่ถ้าจะให้ดีกว่า และเป็นแบบที่ชาวอังกฤษเค้าทำกันจริงๆ คือห่ออาหารมาจากบ้านค่ะ ประหยัดไปได้เยอะมาก

 

อาหารเย็น

 

คล้ายๆ บ้านเราค่ะ คือมื้อเย็นเป็นมื้อของครอบครัว อาหารจัดเต็ม แต่เรื่องความหลากหลายบนโต๊ะอาหารนี่จะน้อยกว่าอาหารไทยเยอะเลย เพราะอาหารไทยมีทั้งทอด ผัด ต้ม ในมื้อเดียว แต่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นแบบมื้อเดียวจบ มีของแนมหน่อย เช่น สปาเกตตี้ พายเนื้อ พายปลา หมูตุ๋นกับมันฝรั่งบด ฯลฯ แต่ถ้าเป็นวันอาทิตย์ หลายครอบครัวจะจัดเป็น Sunday roasts ซึ่งจะมีเนื้อชนิดต่างๆ (แล้วแต่ชอบอะไร ส่วนใหญ่ก็เป็นเนื้อวัว หรือถ้าจะเป็นเนื้อแกะ เนื้อไก่ เนื้อหมู ก็ได้) เอามาย่างๆ แล้วกินคู่กับมันฝรั่งอบ บร็อคโคลี่ แครอท ยอร์คเชียร์พุดดิ้ง (Yorkshire Pudding - อันนี้เราชอบมาก เหมือนปาท่องโก๋เลย) มันบด ราดด้วยเกรวี่ฉ่ำๆ นี่ก็อีก 1000 กว่าแคลอรี่ค่ะ ใครจัดเต็มมาจากมื้อเช้าแล้วมาต่อมื้อนี้ได้นี่เราแนะนำให้ไปแข่งทีวีแชมเปี้ยนได้เลย ชนะชัวร์

 

ช่วงเดือน สองเดือนแรกคือช่วงฮันนีมูน แฮปปี้สุดๆ ค่ะ ได้ลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ตลอด อย่างมื้อกลางวันนี่ก็สลับไส้แซนด์วิชไป ซุปก็ซื้อจากซุปเปอร์ฯ ไป คือทุกอย่างมันดีไปหมด..

 

แต่…

 

ตัดภาพมาที่หลังจากมาถึงได้ประมาณ 5 เดือน เรานั่งอยู่บนโต๊ะในหอ กินบะหมี่ซองสุดท้าย แล้วร้องไห้จ้าาา คดีพลิกสุดๆ ต้นเหตุคือคิดถึงอาหารไทยจับใจ ฮือออ

 

จากคนที่ตื่นเช้ามากินข้าวต้ม โจ๊ก ปาท่องโก๋ กลางวันข้าวราดแกงและเย็นไปร้านชาบู ต้องมากินอะไรทอดๆ แต่เช้า และแซนด์วิชเย็นๆ จากซุปเปอร์ฯ มันเป็นอะไรที่เศร้ามาก ร้านไทยก็อยู่ไกลมาก แถวหอมีแต่ร้านจีน บวกกับทำอาหารไม่เป็น ก็เลยต้องนั่งกินอาหารฝรั่งวนไป แล้วอาหารฝรั่งที่เรากินคือรสชาติมันไม่จัดจ้านแบบไทยๆ เศร้ามากค่ะตอนนั้น

 

 

 

เย็นวันนั้นเลยบอกกับตัวเองแล้วว่า เฮ้ย ไม่เอาแล้วนะ ถ้าอยากกิน(อาหารไทย)ก็ต้องได้กินสิ!! เราเลยลองหาวิธีหลายอย่างมากที่จะทำให้ตัวเองได้กินอาหารไทยให้ได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเหล่านี้ให้ทุกคนด้วยค่ะ

 

  1. ฝึกทำอาหารไทย ง่ายที่สุดแล้วค่ะ เริ่มจากอาหารง่ายๆ ก่อน แล้วเดี๋ยวนี้ในซุปเปอร์เค้ามีหมดนะ กะพรงกะเพรา กระเทียม ซอสแกงเขียวหวาน และอื่นๆ ถึงรสมันอาจจะไม่ได้แบบที่เรากินที่ไทยเป๊ะๆ แต่มันก็แก้ขัดไปได้ แล้วพอเราทำคล่อง เราจะทำอร่อยขึ้นเองค่ะ

  2. ไปทำงานร้านอาหารไทย เพราะส่วนมากเค้าจะให้กินอาหารที่ร้านฟรีด้วย ได้ทั้งเงินและได้อาหารอร่อยๆ คือดียยยย์

  3. หา world food zone ให้เจอ เวลาอยากได้อะไรเผ็ดๆ จัดๆ หรืออยากกินรามยอนเอย อุด้งเอย เราก็แวะซุปเปอร์ฯ แล้วไปหาซอสจากโซน world food (ตามซุปเปอร์ใหญ่ๆ จะมีหมดค่ะ) เพราะเค้าจะมีอาหารเอเชียไว้เยอะอยู่ค่ะ ราคาจะถูกกว่าในร้านจีนหรือร้านไทยพอสมควร วันก่อนไปเจอบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยรสต้มยำมะนาวซองสีน้ำเงิน ดีใจน้ำตาจิไหล

  4. หาซอสหรือเครื่องปรุงที่ถูกปาก ถ้าเราหาซอสไทยๆ ไม่ได้ ลองหาซอสเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ หรือซอสที่มีรสตามที่เราชอบค่ะ อย่างเราชอบอะไรเผ็ดๆ ซอส Nando’s Extra Hot ก็ช่วยชีวิตเราได้พอควรเลย

  5. ทำน้ำปลาพริกเก็บไว้ เรื่องง่ายๆ ที่ตอนแรกเรามองข้าม คือเอาจริงๆ เวลาคิดถึงบ้านนี่ น้ำปลาพริกคือพระเอกเลยนะคะ หุงข้าว ตีไข่เจียว ฟินแล้วจ้า

  6. ถ้ามีงบหน่อย ลองส่องหา facebook ทึ่เค้าเปิดกรุ๊ปขายของสำหรับคนไทยดูค่ะ หลายๆ คนทึ่ทำอาหารเก่งๆ จะเอาอาหารมาขายในนี้ แต่ต้องเลือกเจ้าดีๆ มีลูกค้าแน่นๆ และดูสะอาดหน่อยนะคะ อันนี้อาจจะแพงหน่อย แต่ว่าอาหารคือเหมือนร้านไทยเลยก็มี

6 ข้อนี้แหละค่ะ ที่ช่วยชีวิตน้องจินต์มาได้ ถึงตอนนี้ก็จะเข้าปีที่ 10 แล้ว ได้ผลจริงๆ นะคะ

 

เรื่องเล่าวันนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนมาเรียนต่างประเทศ ควรฝึกทำอาหารไทยมาก๊อน!!

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K