ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รวมการใช้ If clause 4 แบบ ฉบับมองปุ๊บเข้าใจปั๊ป!

easy introduction to 4 type of if clauses

    เชื่อว่าทุกคนคงเคยเห็นประโยคหรือแต่งประโยคโดยการใช้ If clause กันมาบ้างแล้วใช่มั้ย แต่เชื่อมั้ยเอ่ยว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้ If clause ยังไง เพราะหลักการมันก็ค่อนข้างแอดว๊านซ์กว่าภาษาไทยอยู่นะ

 

    แต่! ถ้าลองศึกษาดูดี ๆ แล้วมันก็ไม่ได้ยากจนเกินไป หากใครสามารถใช้ได้อย่างถูกต้อง รับรองว่าชาวต่างชาติจะต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน วันนี้ Hotcourse จะพาไปทำความรู้จักการใช้ If clause 4 รูปแบบกัน มา! มาลองกันสักตั้ง!

 

If clause คือ ประโยคเงื่อนไข ซึ่งจะมี 2 ประโยคย่อย ได้แก่

  • ประโยคหลัก หรือ Main Clause
  • ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย If หรือ If Cluase

 

if cluase

  

 1) Zero Conditional Sentences (If clause type 0)

ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นจริงเสมอ (สามารถใช้ when แทน if ได้ด้วย) ซึ่ง If cluase (ประโยคเงื่อนไข) กับ Main cluase (ประโยคหลัก) สามารถสลับตำแหน่งกันได้

 

If + Simple Present, Simple Present                                                                                      *ต้องมีคอมมา (,) เชื่อมประโยค

 

Simple Present + if + Simple Present                                                                                      *ละคอมมา (,) ได้เลย

 

EX1 - If you heat water to 100 celsius, it boils.
         water boils if you heat it to 100 celsius.
                

หรือใช้สำหรับประโยคคำสั่งใน Main clause ได้ด้วย เช่น

    If Gary calls, tell him to come and see me tomorrow

    Tell him to come and see me tomorrow if (when) Gary calls.
                

    2) First Conditional Sentences (If clause type 1)

ใช้กับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง/อาจจะเป็นไปได้ รูปแบบนี้จะมี Modal หรือกริยาช่วย (เช่น can, may, might, shall, should, must, ….) เพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งโครงสร้างสามารถเขียนได้ 2 แบบเช่นกัน

 

If + Present simple, S. + Modal + infinitive verb                                                                        *ต้องมีคอมมา (,) เชื่อมประโยค

 

S + Modal + infinitive v. + if + Present simple                                                                            *ละคอมมา (,) ได้เลย   

 

EX1- If their teacher teaches, the students may come to school.

       ถ้าคุณครูสอน นักเรียนอาจมาโรงเรียน

        Students may come to school if their teacher teaches.

         นักเรียนอาจมาโรงเรียน ถ้าครูสอนหนังสือ
            ***ในที่นี้นักเรียนอาจจะมาหรือไม่มาโรงเรียนก็ได้***

 

EX2 - If Tom studies hard, he will pass the exam.

        ถ้าทอมตั้งใจเรียน เขาจะสอบผ่าน
         Tom will pass the exam if he studies hard.
        ทอมจะสอบผ่าน ถ้าเขาตั้งใจเรียน

            ***ในที่นี้ทอมอาจจะสอบผ่านหรือไม่ผ่านก็ได้***

 

if clause

 

    3) Second Conditional Sentences (If clause type 2)

ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ ไม่เป็นจริง เพ้อฝันเกิ๊นนนน (สามารถใช้ could กับ might แทน would ได้จ้า)

If + Past Simple, S. + would + infinitive v.                                                                                  *ต้องมีคอมมา (,) เชื่อมประโยค

 

S. + would + infinitive v. + if + Past Simple                                                                                  *ละคอมมา (,) ได้เลย

 

EX1-   If had a million bath, I would travel around the world.
        ถ้าฉันมีเงินหนึ่งล้านบาท ฉันจะไปเที่ยวรอบโลก

        I would travel around the world if I had a million bath

        ฉันจะไปเที่ยวรอบโลกถ้าฉันมีเงินหนึ่งล้านบาท

        ***ในที่นี้เป็นไปไม่ได้เลย เพ้อฝันมากเว่อร์***

 

EX2- If Mike won the lottery first prize, he could buy a Ferrari.
        ถ้าไมค์ถูกล็อตเตอรีรางวัลที่หนึ่ง เขาสามารถซื้อรถเฟอรารีได้

 

        Mike could buy a Ferrari if he won the lottery first prize.
        ไมค์สามารถซื้อรถเฟอรารีได้ ถ้าเขาถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

    

***ในที่นี้เป็นไปไม่ได้เลยย เอิ่ม...ถูกเลขท้ายสองตัวให้ได้ก่อนนน***

 

    4) Third Conditional Sentences (If clause type 3)

ใช้กับเหตุการณ์ที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นหรือในอดีต หรือกล่าวถึงความเสียดาย ประมาณว่ารู้งี้น่าจะ... เฮ้อ เสียดายจัง

 

If + Past Perfect, S. + would + have + past participle                                                                *ต้องมีคอมมา (,) เชื่อมประโยค

 

S. + would + have + past participle + if + Past Perfect                                                              *ละคอมมา (,) ได้เลย

 

EX1- If she had taken medicine, she wouldn’t have gone to the hospital.

      ถ้าหล่อนกินยาตอนนั้น คงไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลหรอก

    

    She wouldn’t have gone to the hospital if she had taken medicine,

    หล่อนคงไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลหรอก ถ้าหล่อนกันยาซะตั้งแต่ตอนนั้น

    

    ***ในที่นี้ความจริงเป็นเพราะเธอไม่ได้กินยา ตอนนี้เธอจึงต้องไปโรงพยาบาล***

 

EX2If I had known the time schedule before, I wouldn’t have arrived late.

        ถ้าฉันรู้ตารางเวลาก่อนหน้านี้ ฉันคงจะไม่มาสาย

    

    I wouldn’t have arrived late if I had known the time schedule before.

    ฉันคงจะไม่มาสายถ้าฉันรู้ตารางเวลาก่อนหน้านี้

    

    ***ในที่นี้มาสายแล้ว เพราะไม่รู้ตารางเวลามาก่อน จึงเกิดความเสียดาย***

 

    8 แกรมม่าที่ใช้ผิดกันบ่อยๆ ใน TOEFL

    8 แกรมม่าที่ใช้กันผิดบ่อยๆ ในการสอบ IELTS

    8 เว็บสุดเริ่ดที่จะช่วยให้การทำ assignment เป็นเรื่องง่ายๆ

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

396.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K