หากคุณกรอกใบสมัครครบถ้วนและมีคะแนนผ่านตามข้อกำหนดแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยคือการเขียน Statement of Purpose (SOP) (บางทีก็ต้องเขียน Motivational Letter) เพื่อแนะนำตัวกับคณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาของมหาวิทยาลัย
โดยส่วนมากจะกำหนดความยาวของ SOP อยู่ที่ประมาณ 500 คำ และ SOP นี่เองที่เป็นตัวชี้ชะตาในการตอบรับหรือปฏิเสธการรับเข้าเป็นนักศึกษาของคุณ ซึ่งคุณอาจจะใช้เวลาหลายวันในการร่าง SOP แต่คณะกรรมการจะใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีในการอ่าน ฉะนั้นคุณต้องเขียนออกมาให้โดดเด่นและน่าสนใจมากพอที่พวกเค้าจะยอมพิจารณาคุณเข้าเป็นนักศึกษา
วันนี้ทาง Hotcourses นำเคล็ดลับการเขียน Statement of Purpose (SOP) สำหรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยมาฝากกัน ลองตามไปอ่านกันเลย !
1. อ่านคำสั่งให้ละเอียด
เขาว่ากันว่าตอนเริ่มเขียนมักจะยากที่สุด แต่ก่อนอื่นคุณต้องอย่าลืมที่จะอ่านคำสั่งให้ละเอียด เพราะด้วยความตื่นเต้นและความเครียด อาจทำให้คุณพลาดสิ่งที่คำสั่งกำหนดให้ทำก็เป็นได้ หากคุณไม่ได้ทำตามคำสั่งของการเขียน SOP คณะกรรมการก็จะไม่ให้คุณผ่านอย่างแน่นอน
ตัวอย่างคำสั่งเช่น จำนวนหน้าและจำนวนคำที่กำหนดให้เขียน ซึ่งต้องปฏิบัติตามให้ถูกต้อง
หลังจากอ่านคำสั่งจนเข้าใจแล้ว คราวนี้ถึงเวลาที่คุณจะเริ่มเขียน outline ออกมา เพื่อที่จะร่าง SOP ของคุณต่อไป
2. เขียนบทนำให้มีความน่าสนใจ
การเขียนที่ดีเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่ก็เป็นไปได้ หากคุณจับทางถูก เคล็ดลับของบรรดานักเขียนที่จะทำให้ผู้อ่านสนใจงานของพวกเขาได้ ก็คือ การเขียนบทนำเริ่มต้นที่ดี อ่านแล้วน่าสนใจ เพราะตอนตรวจคณะกรรมการจะอ่าน Statement of Purpose ของคุณแบบคร่าวๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องเริ่มต้นพารากราฟที่สามารถดึงดูดให้คณะกรรมการตั้งใจอ่าน SOP ของคุณให้ได้
โดยอาจเริ่มต้นด้วยประวัติหรือเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวคุณเอง เช่น นิสัยหรือบุคลิกในด้านที่ดีที่สุดของคุณ เพื่อให้คณะกรรมการได้รู้จักตัวตนของคุณอย่างชัดเจน
3. เนื้อหาทั้งหมดต้องเป็นความจริง
มหาวิทยาลัยต้องการคนที่มีความตรงไปตรงมาและมีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นอย่าพยายามนำข้อคิดหรือไอเดียที่คนส่วนใหญ่มักจะใช้กันมาเขียนใน SOP เด็ดขาด ควรจะเขียนสิ่งที่คุณเชื่อและคิดจริงๆลงไปจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด
การเขียน Statement of Purpose หรือ Motivational Letter สำหรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยนั้นเป็นโอกาสที่ดีในการทำให้คณะกรรมการประทับใจกับความมุ่งมั่นและความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชานั้นๆที่คุณสมัคร ดังนั้นอย่าลืมเขียนให้ครอบคลุมถึงทักษะความรู้ความสามารถ รวมทั้งจุดมุ่งหมายในอนาคตของคุณให้ชัดเจน เพื่อแสดงจุดประสงค์ในการสมัครเรียนในหลักสูตรดังกล่าว
4. หลีกเลี่ยงการใช้ clichés
Clichés เป็นคำยืมภาษาฝรั่งเศส แปลว่า สำนวนจำเจ คือคำกล่าวหรือการแสดงความเห็นที่เป็นสำนวนที่ใช้กันมากเกินไป จนทำให้สามารถคาดเดาเหตุการณ์ต่อไปได้ล่วงหน้า
ก่อนจะเขียน SOP นักศึกษาส่วนใหญ่จะทำการหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวอย่างการเขียน SOP ที่ดีมามาก ซึ่งนักศึกษามักจะปล่อยให้ตัวอย่างเหล่านั้นมีอิทธิพลต่อความคิดและการเขียน SOP เพราะคิดว่าการเขียนตามคำแนะนำของตัวอย่างจะทำให้คณะกรรมการประทับใจได้ จึงทำให้มีการเขียนสำนวนที่แสนจะจำเจออกมามากมาย ทั้งยังให้ผลในทางกลับกันคือคณะกรรมการจะรู้สึกว่า SOP ของคุณไม่น่าสนใจอีกด้วย
อย่าลืมว่ามีผู้สมัครจำนวนมากที่อ่านตัวอย่างแบบคุณมาเหมือนกัน ดังนั้นคุณต้องสร้างความแตกต่างจากคนอื่นให้ได้ เพื่อที่คณะกรรมการจะได้มองเห็นความโดดเด่นและไม่เหมือนใครของคุณ
5. ยกตัวอย่างเพื่อสนับสนุนความคิดของคุณ
Statement of Purpose ที่คุณเขียนนั้น สามารถแสดงให้เห็นถึงความคิดและมุมมองที่คุณมีต่อโลกใบนี้ได้ หากคุณต้องการให้ SOP ของคุณมีความน่าเชื่อถือ คุณต้องแน่ใจว่าสิ่งที่คุณเขียนนั้นมีตัวอย่างซัพพอร์ตความคิดของคุณด้วย
ก่อนเขียน SOP คุณควรจะใช้เวลานั่งตีโจทย์ของคำถามเสียก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะเขียนให้เชื่อมโยงกับเรื่องราวของคุณอย่างไร ดังนั้นทุกครั้งที่คุณจะแสดงความเห็นหรือไอเดียลงไป นอกจากจะอ้างอิงความจริงแล้ว คุณควรจะเขียนรายละเอียดหรือยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง เพื่อสนับสนุนไอเดียของคุณลงไปด้วย ซึ่งอาจจะเขียนเล่าถึงประสบการณ์จริงของคุณเองก็ได้
6. ยึดประเด็นหลักในการเขียน
ความคิดสร้างสรรค์ถือเป็นสิ่งที่ดีในการเขียน แต่ต้องอย่าลืมว่าประเด็นหลักของเรื่องคืออะไร เพราะคุณคงไม่อยากให้ SOP ของคุณเป็นการเขียนบรรยายยืดยาว แต่จับใจความหลักอะไรไม่ได้เลย โดยทั่วไปโจทย์จะกำหนดจำนวนคำมาให้ เคล็ดลับก็คือคุณควรจะร่างประเด็นหลักที่ต้องการสื่อออกมาก่อนลงมือเขียนจริง รวมทั้งจัดการแบ่ง SOP ออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ บทนำ เนื้อหา สรุป
7. ให้คนอื่นช่วยตรวจทาน SOP ของคุณ
เมื่อเขียน Statement of Purpose (หรือ Motivational Letter) เสร็จแล้ว คุณควรจะต้องเช็คคำผิดหรือความถูกต้องของแกรมม่า เพื่อความรอบคอบ แต่หากคุณให้ผู้ที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษมาช่วยตรวจทาน เขาอาจจะมองเห็นจุดผิดพลาดได้ดีกว่าคุณ ที่สำคัญหากเป็นคนที่ใกล้ชิดรู้จักตัวตนของคุณเป็นอย่างดี เช่น คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครู พวกเขาจะอ่านแล้วรู้ว่าที่คุณเขียนนั้นสื่อถึงตัวตนของคุณจริงหรือไม่ เพราะบางครั้งคุณอาจจะอิงแพทเทิร์นการเขียนมากเกินไป จนลืมสื่อความเป็นตัวเองก็เป็นได้ ดังนั้นการให้คนมาช่วยตรวจทานอีกครั้งก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า SOP ของคุณเขียนออกมาได้ดีเยี่ยม ไร้ที่ติ !
5 ขั้นตอนง่ายๆ เขียน Statement of Purpose (SOP) และ Motivational Letter เพื่อเรียนต่อ
เว็บไซต์ช่วยเขียน essay ภาษาอังกฤษฟรีและดี มีอยู่จริง (เหรอ)
รวมหลากหลายวิธีเขียน Personal Statement & Motivational Letter พิชิตใจคนอ่านได้ตั้งแต่พารากราฟแรก