ช่วงเตรียมตัวสมัครเรียนต่อต่างประเทศนี่เป็นช่วงพีคสุด ๆ ช่วงนึงเลยใช่ไหมคะ โดยเฉพาะการเตรียมเอกสารต่าง ๆ และ Statement of Purpost คือต้องพยายามเขียนให้เป๊ะ เข้าตากรรมการให้ได้ที่สุด แต่ควรจะเขียนอะไรดีล่ะ? มหาลัยเค้าจะดูอะไรบ้างนะ?
มาค่ะ วันนี้เราได้มีโอกาสมาพูดคุยกับคุณ Mark Coates ในฐานะ Senior International Admissions Officer ของ Anglia Ruskin University โดยคุณ Mark ทำงานในสาขานี้มากว่า 5 ปีแล้ว เรียกว่าประสบการณ์แน่น ๆ จุก ๆ เลยทีเดียว มาดูกันค่ะว่าเค้าจะแนะนำนักเรียนที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศว่ายังไงบ้าง
ขั้นตอนในการตรวจสอบใบสมัครเป็นอย่างไร และใช้เวลานานเเค่ไหนถึงจะเลือกใบสมัครมาได้ซักใบนึง?
เราจะคัดเลือกใบสมัครที่ตรงตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะเลือกภายใน 48 ชั่วโมง แต่ในบางหลักสูตรก็มีการพิจารณาคัดเลือกจากคณะที่ผู้สมัครเลือกด้วย ก็จะใช้เวลานานกว่านั้น โดยทั่วไปจะไม่เกิน 2-5 วันทำการ
ผู้พิจารณาจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญสูง เจ้าหน้าที่เหล่านี้เค้าจะเข้าใจว่าแต่ละคณะมองหาอะไรในตัวผู้สมัคร ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติทางการศึกษา และลักษณะโดยทั่วไปว่านักเรียนมีความเหมาะสมกับหลักสูตรนั้น ๆ หรือไม่
และถ้าผู้สมัครคนใดที่ไม่เข้าตา หรือไม่ได้รับเลือก เจ้าหน้าที่อย่างเรามักจะพยายามเสนอหลักสูตรอื่น ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับหลักสูตรที่พวกเขาเลือก หรือหลักสูตรที่มีความเหมาะสมมากกว่าไปให้ผู้สมัครเสมอ รวมทั้งให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่าเค้าควรจะปรับปรุงตรงไหนบ้าง เพื่อที่จะได้สามารถยื่นใบสมัครมาใหม่ให้ตรงกับมาตรฐานและความต้องการของมหาวิทยาลัยได้
วิธีการพิจารณาจดหมายรับรอง มีอะไรบ้าง?
เรามองหานักเรียนที่มีความสามารถในการเรียนและเรียนจบมาในหลักสูตรนั้นๆ นอกจากเราจะดูเกรดเฉลี่ยแล้ว เรายังดูความสามารถต่าง ๆ ที่เขียนอยู่ในเอกสารที่พวกเขาแนบมาด้วย
โดยเฉพาะข้อมูลต่าง ๆ ที่แสดงตัวตนและคุณสมบัติของผู้สมัคร จะต้องเขียนออกมาให้เข้าใจง่าย แยกออกมาเป็นย่อหน้าชัดเจน
- ความสามารถในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัย
- ความสำเร็จในวิชาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เลือก (เช่น ได้เกรดวิชานั้น ๆ สูง) ก็ควรจะเขียนถึงก่อนเป็นอันดับแรกใน personal statement
- ส่วนในจดหมายรับรอง หรือ Letter of Recommendation นั้น ผู้ที่เขียนจดหมายให้ก็ควรจะกล่าวสนับสนุนความสามารถในสิ่งที่ผู้สมัครได้เขียนไปใน Personal statement แต่ต้องไม่วกไปวนมา ไม่ซ้ำกัน
อะไรคือสิ่งสำคัญใน Personal statement? และคุณอยากเห็นอะไรในนั้นบ้าง
Personal statement เป็นประโยชน์มากสำหรับผู้สมัครที่เรียนจบไปนานแล้วหรือออกไปทำงานเป็นเวลานาน เพราะเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้สมัครว่าทำอะไรได้บ้าง เก่งด้านไหนบ้าง, คุณสมบัติต่าง ๆ นั้นเหมาะสมกับหลักสูตรอย่างไร และประสบการณ์การทำงานหรือกิจกรรมที่ทำมา สามารถมาต่อยอดการเรียนในหลักสูตรนั้นได้มากน้อยแค่ไหน
มีวิธีการเปรียบเทียบผลการเรียนของผู้สมัครที่มาจากหลากหลายประเทศ ที่มีหลักสูตรแตกต่างกันไปได้อย่างไร?
เราใช้วิธีผสมผสานระหว่าง UK Naric, Noosr (National Office of Overseas Skills Recognition) และความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของประเทศเราเองเข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้วิธีการของเราทันสมัยและมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะสามารถเปรียบเทียบผลการเรียนของแต่ละประเทศได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงและเหมาะสมมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
นักเรียนต่างชาติสามารถขอรับคำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการการสมัครได้อย่างไร?
หน่วยงานหรือบริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์กับมหาวิทยาลัยของเราทั้งหลายที่ตั้งอยู่ในประเทศต่าง ๆ สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสมัครเรียนได้ และยังสามารถเข้าไปอ่านเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปในเว็บไซต์ของเราก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าเรื่องของใบสมัครและกระบวนการการขอวีซ่า
นอกจากนี้ ผู้สมัครยังสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์อย่าง UCAS หรือ GTTR systems ได้ด้วย
มีคำแนะนำอะไรให้นักเรียนต่างชาติที่กำลังเตรียมเขียนใบสมัครบ้าง?
นักเรียนต่างชาติควร
- กรอกใบสมัครให้หมดทุกช่อง
- ให้ข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนเท่าที่เป็นไปได้แล้ว
- ควรเขียนคำอธิบายเกี่ยวกับช่วงว่างหรือช่องว่างระหว่างปีที่หายไปในประวัติการเรียนหรือทำงานใน Personal statement ด้วย เช่น ไปทำกิจกรรมอาสา, ไปฝึกงานเป็นอาสาสมัคร เป็นต้น
สิ่งที่เจ้าหน้าที่คาดหวังจากการสัมภาษณ์นักศึกษา?
เราคาดหวังว่าพวกเขาจะมีการเตรียมตัวมาก่อนล่วงหน้า และสามารถที่จะอธิบายได้ถึงความสนใจ, ความรู้, ประสบการณ์ที่ผ่านมา และคุณสมบัติพิเศษต่างๆที่ทำให้พวกเขาเหมาะสมกับหลักสูตรนั้น ๆ ได้
คำถามประเภทไหนที่ผู้สมัครจะต้องเจอ?
คำถามที่เราจะถามผู้สมัครนั้นไม่ได้จำกัดจำนวนข้อ แต่โดยรวมแล้วก็คือ ผู้ต้องตอบให้ได้ว่า
- สาเหตุของความต้องการเรียนในหลักสูตรนั้น ๆ คืออะไร
- ทำไมถึงเลือกเรียนอังกฤษ
- ทำไมถึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยของเรา
- สิ่งที่พวกเขาคาดหวังจะได้หลังจากที่เรียนจบหลักสูตรแล้ว
ควรใช้ใบสมัครและเอกสารอ้างอิงแบบใดที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด?
ใบสมัครที่ดี จะต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติและทักษะของเขาให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แสดงให้เห็นถึงทัศนคติและความต้องการในการเรียนหลักสูตรนั้นๆ และที่สำคัญ Personal statement จะต้องประกอบไปด้วย :
• สาเหตุของการเลือกหลักสูตรนั้น ๆ
• เหตุผลว่าทำไมถึงสนใจสาขาที่เลือก
• การเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาที่ผ่านมากับหลักสูตรที่เลือก
• สาเหตุว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเรียนที่ควรได้รับเลือก
• รายละเอียดของงานที่ผ่านมา, ตำแหน่ง, ประสบการณ์การทำงาน หรืองานอาสาสมัคร และความเกี่ยวข้องกับหลักสูตรที่เลือก จดหมายรับรอง ( สิ่งที่ไม่ควรลืม )
• งานอดิเรก, ความสนใจ หรือกิจกรรมทางสังคม ที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้าน
• รายละเอียดของการผ่านหลักสูตรอื่นๆ หรือ ความสำเร็จที่เป็นที่น่าภาคภูมิใจ เช่น ได้รับเลือกเป็นนักกีฬาของจังหวัด เป็นต้น
• รายละเอียดของตำแหน่งความรับผิดชอบที่ผ่านมาทั้งในและนอกโรงเรียน หรือ มหาวิทยาลัย
• ข้อมูลใดๆก็ตามที่ทำให้ใบสมัครดูน่าสนใจ, มีความพิเศษ หรือมีความแตกต่าง
• ถ้ามีแผนการในการอนาคต ก็ควรจะเขียนมาด้วยถึงเหตุผลและวิธีการในการประยุกต์ความรู้ที่ได้จากหลักสูตรไปใช้ในอนาคตที่วางไว้
ความผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นบ่อยที่สุดใน การเขียน Personal Statement ?
หนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดก็คือ ผู้สมัครเขียน personal statement มาแบบกลางๆ กล่าวโดยกว้างเกินไป หรือ เขียนมาโดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อความ และกล่าวถึงหลักสูตรอื่นและของมหาวิทยาลัยอื่น เขียน Copy and Paste หรือแม้กระทั่งใจ AI เขียนซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
5 ขั้นตอนง่ายๆ เขียน Statement of Purpose (SOP) เพื่อเรียนต่อ
รู้จัก Recommendation letter จดหมายแนะนำที่คนเรียนต่อนอกต้องมี
