ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

9 ข้อผิดพลาดของการเรียนปริญญาออนไลน์ที่นักเรียนมักทำ

9 big mistakes online students make

มหาลัยหลายแห่งทั่วโลกได้ออกมาประกาศแล้วว่าในเทอมแรกของปีการศึกษาหน้า จะทำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ พูดได้เลยว่า Covid-19 ได้ทำให้การเรียนออนไลน์เป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าเดิมเยอะมาก โอกาสที่การเรียนออนไลน์ การศึกษาทางไกลจะบูมในอนาคตก็อยู่ไม่ไกลแล้ว

 

    แต่หลายคนมักประเมินการเรียนออนไลน์ต่ำไป เพราะคิดว่ามีแค่คอมพิวเตอร์ จัดสรรเวลาก็เรียนได้สบายๆ แล้ว แต่จริงๆ มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ วันนี้เราเลยจะนำข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นตอนเรียนออนไลน์มาฝากกัน อ่านแล้วจะได้ไม่เผลอไปทำ!

 

     ไขทุกข้อสงสัย ของการเรียนออนไลน์แต่ได้ใบปริญญา!?

 

9 big mistakes online students make

ไม่สนใจชื่อเสียงสถาบัน

 

    เป้าหมายหลักๆ ที่ทำให้คนตัดสินใจเรียนออนไลน์ก็คือค่าเทอมที่ถูกกว่า และการบริหารจัดการเวลาได้เอง สุดท้ายก็ได้ใบปริญญาเพื่อใช้การหางานทำในอนาคตเหมือนคนที่เรียนมหาลัย แต่หลายคนก็มักจะลืมไปว่าการเรียนออนไลน์ก็ควรจะเรียนจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่ไปเรียนจากสถาบันอะไรก็ได้ เพราะไม่ใช่ทุกสถาบันที่รัฐจะยอมรับใบปริญญานะ ดังนั้นต้องศึกษาให้ดี ถ้าให้ชัวร์ก็คือไปถามเค้าเลยว่าสถาบันนี้ได้รับการยอมรับรึเปล่า

 

 

ไม่รู้สไตล์การเรียนรู้ของตัวเอง

 

    บางคนอาจเรียนรู้ได้ดีเมื่อมีเพื่อน หรือสังคมล้อมรอบ แต่บางคนก็เรียนรู้ได้เอง การเรียนออนไลน์นั้นไม่มีอาจารย์หรือสังคมเพื่อนมากระตุ้น ดังนั้นควรรู้ก่อนว่าเราเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสิ่งแวดล้อมแบบไหน ถ้าชอบเรียนแบบมีเพื่อนก็ต้องพิจารณาดีๆ

 

ไม่รู้รายละเอียดเนื้อหาที่จะเรียน

 

    หลายๆ ครั้งที่นักเรียนออนไลน์มักลืมดูว่ารายละเอียดของหลักสูตรว่าเรียนอะไรบ้าง เพราะนักเรียนบางส่วนแค่คิดว่าจะเรียนรู้เพิ่มเติมอัพสกิล อัพเงินเดือนก็พอแล้ว แต่อย่าลืมว่าบางหลักสูตรเฉพาะ เช่น Computer Science ก็ควรจะมีการลงมือปฎิบัติ เขียนโค้ดนู่นนี่ด้วย ดังนั้นมันก็จะไม่ใช่การเข้าไปเลคเชอร์เพียวๆ ควรจะเช็คทั้งรายละเอียดของคอร์ส ข้อกำหนด รวมไปถึงสาขาอาชีพและซิลิบัสด้วย

 

ไม่บริหารเวลา

 

    พูดไปหลายครั้งแล้วว่าการเรียออนไลน์ต้องใช้พลังงานใจและระเบียบวินัยที่สูงมากกกก ถ้าเป็นคนที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือ ‘เดี๋ยวค่อยเรียน’ นี่ควรจะคิดอีกรอบถ้าจะเรียนออนไลน์ เพราะอย่างที่บอกคือการเรียนออนไลน์ต้องจัดการชีวิตตัวเอง ดังนั้นก็ควรจะจัดตารางชีวิตไว้เลยว่าจะเรียนกี่ชัวโมงกี่สัปดาห์ จะเรียนเวลาไหน และต้อง stick to the list! คืออย่าวอกแวกเด็ดขาด ต้องทำตามตารางให้ได้ ไม่งั้นเรียนไม่ทันนะ

 

ไม่มีความพร้อมเรื่องเทคโนโลยี

 

    เรียนออนไลน์มันต้องใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตเนาะ และบางครั้งหลายๆ คนก็มักจะมองข้ามว่าใช้คอมเครื่องไหนก็ได้ ซึ่ง มันผิด! เพราะถ้าอยากได้ประสบการณ์การเรียนออนไลน์แบบเต็มรูปแบบก็ควรจะมีอุปกรณ์เตรียมพร้อมด้วย หลายๆ สถาบันเองก็จะมีข้อกำหนดว่าคอมควรใช้ระบบปฏิบัติการล่าสุด หรือมีหน่วยความจำอย่างน้อย 250 กี่กิ๊กกะไบต์ มีอินเทอร์เน็ตรวดเร็ว ควรมีกล้องและไมโครโฟนติดตั้งด้วย ฯลฯ

 

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนสอน

 

    การสอนในห้องและการสอนออนไลน์มีความแตกต่างกันมาก ประสบการณ์ที่ได้จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้จะเป็นผู้สอนคนเดียวกันก็ตาม ดังนั้นนักเรียนควรจะหาข้อมูลด้วยว่าอาจารย์ที่จะเรียนด้วยเคยผ่านการสอนออนไลน์มาบ้างแล้วยัง เพราะการสอนออนไลน์ก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวสัก 1-2 หลักสูตรด้วยซ้ำ ถ้าได้ครูที่เคยมีประสบการณ์ก็จะเป็นแต้มต่อได้มาก

 

เรียนคนเดียว ไม่ง้อใคร

 

    แม้จะเรียนคนเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องทำงานคนเดียวสักหน่อย ดังนั้นก็ควรศึกษาและทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมคลาสออนไลน์ไว้ด้วย การมีปฏิสัมพันธ์กันจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้และต่อยอดไอเดียใหม่ๆ ได้มากมาย นอกจากตัวหลักสูตร และอาจารย์แล้ว การแลกเปลี่ยนระหว่างนักเรียนก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การเรียนประสบผลสำเร็จเช่นกัน

 

    

ไม่ยอมขอความช่วยเหลือ

 

    นักเรียนออนไล์หลายคนลังเลที่จะขอความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยหรืออาจารย์ แม้จะเป็นการเรียนในห้อง นักเรียนหลายคนก็ต้องการ support จากคณะและอาจารย์เสมอ (เพื่อให้รอดผ่านพ้นเทอมไปได้) นักเรียนออนไลน์ก็เช่นกัน เผลอๆ ต้องการ support มากกว่าอีก ดังนั้นไม่ต้องกลัวที่จะ reach out ขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ที่ปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นด้านวิชาการ หรือด้านอื่นๆ

 

 

โกงข้อสอบ ลอกการบ้าน

 

    เหมือนในห้องเรียน ห้องสอบปกติเลย นี่เป็นการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น หลายคนคิดว่าเรียนออนไลน์คนเดียว อาจารย์ตัวเป็นๆ ก็ไม่เคยเห็นก็เลยไปลอกคำตอบมาจากที่อื่นได้ แต่อย่าลืมว่าการส่งงานก็ต้องส่งเป็นไฟล์เช่นกัน ดังนั้นการตรวจข้อสอบต้องเข้มข้นกว่าแน่นอน เพราะอาจารย์จะใช้เครื่องมือจับผิด plagiarism แน่นอนจ้า ดังนั้นทำเองดีที่สุด ถ้าไปเอาคำพูดใครมาก็ต้องอ้างอิงให้ครบด้วย

 

STEP BY STEP วางแผนการเรียนออนไลน์ที่ได้ปริญญา

มัดรวมข้อมูลเรียนออนไลน์ ม้วนเดี๋ยวจบ

ไม่ต้องบินไปเรียน ก็ได้ปริญญา มหาลัยที่เปิดให้เรียนออนไลน์ใน แคนาดา, USA, UK และออสเตรเลีย

 

Credit; U.S. News

    

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

421.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

344.5K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.2K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

59.9K