ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบประสบการณ์จริง เรียน MBA ยิ่งแพง ยิ่งดี?

are mba courses the same everywhere

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มิสทำโพลถามซิสชาวเฟซบุ๊กกันไปว่าอยากให้มิสสืบเรื่องเรียนต่อเรื่องไหนบ้าง ศุกร์สุดท้ายของเดือนแบบนี้ มิสเลยจัดให้ตามคำเรียกร้องของคุณ Nittaya Tongsrakoo ที่อยากรู้ว่า ‘เรียน MBA แพงแล้วดีจริงมั้ย?’ 

 

    ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก MBA แบบสั้นๆ ก่อน MBA ย่อมากจาก ‘Master of Business Administration’ วิชาที่เรียนในหลักสูตรนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจ มีหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นบัญชี การตลาด การเงิน การจัดการ เศรษฐศาสตร์ แต่เป็นที่รู้กันว่าค่าเรียน MBA นั้นก็แพงอยู่ ยิ่งเรียน Top School ด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง ค่าเทอมอาจสูงถึง 2-3 แสนบาท จบคอร์สก็ใช้เงินทั้งไปเป็นล้านค่ะซิส

 

    แพงก็แพง แต่ทำไม MBA จึงเป็นหนึ่งในสาขาที่คนอยากเรียนมากที่สุดนะ?

 

     Business Bacause รายงานว่าบัณฑิตที่เรียน MBA มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นถึง 77% หลังเรียนจบ โดยเงินเดือนเฉลี่ยของนักเรียน MBA ก่อนจบจะอยู่ที่ $46,974 USD แต่หลังจากจบออกมาเงินเดือนจะสามารถสูงขึ้นถึง $83,186 USD เลยทีเดียว 

 

    ลองมาดูความเห็นชาวเน็ตกันบ้าง มิสขอเปิดจากคอมเมนต์ของคุณเจ้าชายสิบสองเหรียญ ที่โพสต์ไว้ในกระทู้ MBA เรียนจบแล้วทำงานอะไรได้บ้างคับ ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเรียน MBA เอาไว้ได้น่าสนใจ

 

    จบแล้วทำงานองค์กรธุรกิจได้หมดเลยครับ แต่จะเป็นสายงานไหน หรือ องค์กรระดับไหน ขึ้นอยู่กับวิชาเอก, วิชาเรียนเน้น (เช่น การเงิน การตลาด การเป็นผู้ประกอบการ) หรือ วิชาปริญญาตรีที่ร่ำเรียนมาครับ เพราะหลายท่านก็ร่ำเรียนมาทางอุตสาหกรรม หรือ สายการผลิต (เช่น การแพทย์ เทคโนโลยี เภสัชและยา วิศวกรรมต่าง ๆ การท่องเทียว การสื่อสาร)

 

    หลายสถาบันเปิดเยอะแยะครับ top4 ก็คือ จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ นิด้า ศศินทร์ครับ

 

    หลักสูตรไม่ต่างกันมากครับ 80% เหมือนกันการันตีทั่วโลก ที่ต่างกันคือ รูปแบบการเรียนการสอน การคัดเลือกผู้เรียนคุณภาพ หรือ ชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับต่างหากละครับ

 

    แต่ถ้ามันเหมือนกันหมดจริงๆ ทำไมเค้าถึงอยากไป Harvard, Wharton, Kellogg, Stanford หรือ Top U ที่แพงๆ กันล่ะ? 

    

    คุณเจน เจ้าของบล็อค Jane Stories ได้อธิบายไว้สั้นๆ (ในมหากาพย์การเข้า Top U MBA ของตัวเอง ใครอยากเข้า Top U ต้องอ่าน!) ไว้ว่า

 

    เออ นั่นดิ ฉันเคยคิดว่า นอกจากความเท่ที่จะสามารถไปโอ้อวดยันกาแล็กซี่ข้างๆได้ มันได้อะไรอีก (หรือแค่นี้ก็คุ้มแล้วมั้ง) แลกกับการเสียทั้งเงิน (ที่ต้องมีไม่ต่ำกว่า 6.5 ล้านสำหรับการเรียน 2 ปี) ทั้งเวลา ทั้งโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และต้องห่างไกลกับคนสำคัญตลอด 2 ปี คุ้มแล้วหรือไม่สำหรับคนบ้านนอกจนๆอย่างฉันจะไม่เจียมตัว คุ้มที่จะเสี่ยงลงทุนปีนขึ้นไปแล้วตกลงมากระดูกหักหรือเปล่า

 

    คำตอบที่ฉันได้คือ เอาวะ เสี่ยงเป็นเสี่ยง ตายเป็นตาย หนึ่งเพราะถ้าไม่ได้ลองฉันคงเสียใจไปจนตาย สองคือมันเป็นการยกระดับชีวิตในทุกๆด้าน มันเป็นโอกาสที่จะได้ประชันกับคน type A ที่คัดสรรมาอย่างดีจากทั่วทุกมุมโลก (คน Type A คือคนขยัน ชอบทำงาน จัดการทุกอย่างเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดี) 

 

    นอกจาก connection ที่จะได้กับคนที่มีแววก้าวหน้าในชีวิต ดั่งเช่นที่ข่งจื้อสอนไว้ว่า คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล (ใช่ข่งจื้อหรอมึง) วุฒิ MBA จาก Top U จะเป็นประตูสู่โอกาสหลายๆอย่างเพราะการันตีไว้แล้วว่าการที่คนๆนึงจะจบออกมาได้ มันต้องไม่ธรรมดา (คือบ้าไม่ธรรมดานะ เพราะชาวบ้านปกติเค้านอนตีพุงอยู่บ้านดีกว่า ต้องตะเกียกตะกายปีนขึ้นไปที่ยอดเอเวอร์เรสต์ไปทำไมหนอชีวิต) อย่าว่ากว่ามันจบออกมาได้เลย เข้าไปให้ได้ก่อนเถอะ ค่อยว่ากัน

 

    จะเห็นว่าโรงเรียน MBA ดังๆ นั้นสิ่งที่จะได้มากกว่าหลักสูตร และการเรียนการสอนที่ถูกพัฒนามานานแล้วก็คือ โอกาสในการพบปะกับเพื่อนร่วมคลาสที่มีความเก่งกาจไม่แพ้กัน ไหนจะ Speaker ประสบการณ์ล้นเหลือ อดีต CEO บริษัทใหญ่ๆ ที่โรงเรียนดังๆ เหล่านี้เอามาพูดได้อีก และที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือสมาคมศิษย์เก่าของสถาบันเหล่านี้ที่เข็มแข็งทั้งในต่างประเทศและไทย และมิสต้องพูดตามความจริงคือ ยิ่งมหาลัยดัง Ranking สูว จะยิ่งแพง แต่ราคาที่จ่ายไปก็มีอาจส่งผลต่ออาชีพการงานในอนาคตได้เช่นกัน 

 

    คุณ Velvy ในกระทู้ ขอความเห็นในการเลือก มหาลัย UK (MBA)ครับ คอมเมนต์ได้น่าสนใจค่ะ ว่า

 

    เราเห็นว่าถ้าจะลงทุนมาเรียน MBA เพื่อ career progression + อยากโต + อยากได้เงินเดือนเยอะขึ้น เราว่า Ranking ค่อนข้างสำคัญ... ทำไม Ranking สำคัญ ...  

    1) สังคมไทย(ขณะนี้)ค่อนข้างชอบชื่อเสียง เพราะงั้น Rank ยิ่งสูง ยิ่งเป็นที่รู้จักยิ่งมีโอกาสมากกว่าคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าจะเก่งกว่าเสมอไป แต่อาจจะได้รับโอกาสมากกว่า เพราะก่อนที่เค้าจะเห็นความสามารถเรา เค้าจะเห็นชื่อมหาลัยมาก่อน

    2) connection เพราะมหาลัยที่ Ranking ดีๆ ก็จะมีคน profile โหดๆ เข้ามาเรียนทั้งจากที่ไทยเอง และจากต่างประเทศ ทำให้เรามีเครือข่าย และได้รับประโยชน์จากประสบการณ์ และความสามารถของคนในคลาสเรียน ซึ่งตรงนี้เราคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับการเรียน MBA ค่ะ

 

    เพราะงั้น ถ้าสมัครแล้วติด Top U ... เราว่าควรไป แต่ถ้าเป็น U ที่ได้มาอยู่แล้วเราจะดูข้อมูลอื่นๆ เพิ่ม (อาจจะทำ Excel file เทียบข้อมูลและค่าเรียนดู) เช่น....  

    1) Profile ของคนในคลาส - programme MBA ดีๆ ควรจะบอก profile คนในคลาส เช่น class size จำนวนเชื้อชาติที่มาเรียน ประสบการณ์เฉลี่ยของคนในคลาส เป็นต้น เพราะเราลงทุนเรียนตั้งแพง ... เรามีสิทธิ และควรที่จะรู้ว่าเราจะได้อะไรบ้าง

    2) accreditation (มี 3 ชื่อ ที่ควรมองหา AMBA, EQUIS, AASCB) - ไม่ได้การันตีว่าดีเสมอไป แต่แสดงให้เห็นว่า Business School เหล่านี้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของ 3 สถาบัน accreditation ที่เป็นที่ยอมรับ และมีการลงทุนเพื่อพัฒนาและประกันคุณภาพ

    3) Structure programme (เรียนกี่เดือน) ร่วมด้วย ข้อมูลน่าจมะมีอยู่ในเวป ว่ามี module อะไรบ้างที่เด่นๆ และเราสนใจ + มี project จากข้างนอกเยอะมั๊ย + มี Guest Speaker จาก industry ที่เราสนใจมั๊ย?

 

    ดังนั้นต้องศึกษาแต่ละที่ให้ดี ซิสอาจถามมิสว่า อ้าว แล้วถ้าเราไม่ได้รวย หรือมีตัวเลือกมากล่ะ? ก่อนอื่นมิสต้องบอกว่าโรงเรียน Top U มีทุนให้นะเออ บางทีให้ 50% 70% หรือทุนเต็มจำนวนเลย! ดังนั้นมิสอยากให้ทุกคนตั้งเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ Aim High ค่ะ และถ้าไม่ได้จริงๆ ยังมีมหาลัยกลางๆ ที่เริดเหมือนกันนะ แต่ต้องอย่าลืมหมั่นขยันอ่านหนังสือ หาความรู้เสมอ ถามอาจารย์เยอะๆ ทำให้ตัวเองมีแต้มต่อในการทำงานให้มากที่สุด

 

    Good Luck!

 

    หลักสูตร MBA ในอังกฤษที่ใครๆ ก็เอื้อมถึง

    6 เทคนิคพิชิตคณะบริหารฯ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

    เจาะลึกเรียนต่อ MBA ในต่างประเทศ

    

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

are mba courses the same everywhere

Miss Detective Diva (Miss DD) นักสืบสาวออนไลน์แห่ง Hotcourses Thailand

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

410057

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

335081

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

87375

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

57649