ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

Timeline วางแผนเรียนต่อนอกแบบใช้ได้จริง!

share image

ปี 2020 นี่เป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ที่แท้ทรู นอกจากจะมีเรื่องมาให้ไม่หยุดไม่หย่อนกันแล้ว หลายๆ คนก็ยังจะต้องขอเบรคเรื่องเรียนต่อไว้ก่อน รอดูสถานการณ์ให้มันดีขึ้นแล้วค่อยมาวางแผนต่อกันใหม่

 

แต่ไหนๆ ก็มีช่วงว่างละ เราลองมาดูกันดีกว่าว่าการวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศแบบชิลล์ๆ ไม่เครียดมาก จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ประมาณไหน ถ้าอยากเห็นภาพ มาดู infographic อันนี้กันเลยค่ะ เอาไว้เป็นแนวทางกัน จะได้รู้ว่าควรเริ่มกลับไปวางแผนเรื่องเรียนต่อช่วงไหนกันดีนะ ตามมาเลยค่า

 


เริ่มจาก...

1. เลือกคอร์สและมหาวิทยาลัยที่ชอบ

หาข้อมูลเยอะๆ เลือกให้แน่ใจว่าจะสมัครที่ไหนบ้าง อาจจะเริ่มจากเลือกคอร์สที่เราสนใจ แล้วเลือกมหาวิทยาลัยในระดับที่เราชอบ อีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือดูตัวเมืองด้วยนะคะ ว่าไลฟ์สไตล์และความชอบของเราเข้ากับเมืองแบบไหน

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 เดือน

**Tips: ถ้ายังไม่แน่ใจ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองใช้ Courses matcher ดูค่ะ เข้าไปคลิกๆ ตอบคำถามแล้วเค้าจะประมวลผลคอร์สกับมหาวิทยาลัยที่เหมาะกับเราให้เลย ใช้ง่ายมากเว่อร์ 

 

 

2. อ่านหนังสือ เตรียมสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ

พอรู้แล้วว่าคอร์สและมหาวิทยาลัยที่เราสนใจ เค้าจะเอาคะแนนอะไร เท่าไหร่บ้าง เราก็มาอ่าน อ่าน และก็อ่านค่ะช่วงนี้ ฝึกทำข้อสอบ เตรียมตัวไปสอบได้เลย

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 - 3 เดือน แล้วแต่พื้นฐานของแต่ละคน

**Tips: สอบส่วนใหญ่จะสามารถเก็บผลสอบไว้ได้เป็นปี ดังนั้นไปสอบไว้ก่อนเลยก็ได้ค่ะ

 

 

3. จองสอบ เข้าไปสอบ แล้วรอผลสอบ

พอพร้อมก็จองสอบไปเลยค่ะ สอบเสร็จก็ลุ้นผลกันได้เลย สอบบางอย่างรู้ผลเร็ว บางอย่างช้าหน่อย แต่ส่วนใหญ่จะประมาณ 1 สัปดาห์ก็รู้ผลค่ะ

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: ครึ่งเดือน - 1 เดือน

**Tips: ลองเช็คดูนะคะ บางมหาวิทยาลัยเค้ารับผลสอบที่เราสามารถสอบออนไลน์ได้อย่าง IELTS indicator จะช่วยประหยัดเวลาไปอีก

 

4. เตรียมเอกสาร เขียน personal statement และเริ่มยื่นใบสมัครได้เลย

ได้ผลสอบแล้วก็เตรียมสมัครได้เลยค่า อย่าลืมเตรียมเอกสารอื่นๆ ที่เค้าขอ เช่น สำเนาใบเกรด หรืออื่นๆ 

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 - 3 อาทิตย์

**Tips: เขียน personal statment นี่สำคัญมากนะคะ ลองหาวิธีเขียนแบบใหม่ๆ น่าสนใจก็ดีค่ะ

 

5. รอรับผลจากมหาวิทยาลัย ได้รับ offer 

พอได้ offer แล้วก็ร้องกรี๊ดๆๆ จุดพลุฉลอง ไปกินบุฟเฟ่ต์ นัดเลี้ยงเพื่อน ฯลฯ ให้เต็มที่ค่ะ เสร็จแล้วมาเลือกว่าจะเอาที่ไหน (ถ้าได้ offer มากกว่า 1 ที่) แล้วตอบรับ offer ไปเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะต้องตอบเป็นลายลักษณ์อักษร และอาจจะต้องโอนเงินให้บางส่วนเป็นการยืนยันที่นั่งของเราค่ะ

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 อาทิตย์

 

6. ติดต่อเจ้าหน้าที่ คุยเรื่องที่อยู่ที่พัก เอกสารต่างๆ การทำวีซ่า

ตรงนี้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือนักเรียนเลยค่ะ ส่วนใหญ่รายละเอียดต่างๆ จะมาใน information pack จากทางมหาวิทยาลัย ถามให้ละเอียดนะคะ ไม่แน่ใจตรงไหนยิงคำถามไปรัวๆ  

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 - 3 อาทิตย์

**Tips: บางมหาวิทยาลัยมีคนช่วยติดต่อให้ เบาแรงเราไปอีก 

 

7. ตรวจร่างกาย เตรียมเอกสาร ซื้อตั๋วเครื่องบิน ทำวีซ่า

ก็ตามรายละเอียดใน information pack เช่นเคยค่ะ ว่าต้องทำอะไร ตรวจอะไร ใช้เอกสารกี่อย่างบ้าง เราก็ทำตามเค้าไปเลย ตรงนี้อาจจะใช้เวลาหน่อยเพราะต้องวิ่งรอกหลายที่ และยังมีเรื่องวีซ่าที่บางประเทศก็ออกให้เร็ว บางประเทศก็ออกให้ช้า เลยต้องเผื่อเวลากันไว้หน่อยนะคะ

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 เดือน - 1 เดือนครึ่ง

 

8. รอผลวีซ่า

ช่วงนี้ใช้เวลาประมาณ: 1 - 3 อาทิตย์

 

9. ได้วีซ่าแล้ว เตรียมบินเลยจ้า เย้ๆ

เสร็จแล้ว เตรียมแพ็คกระเป๋า ออกเดินทางได้เลยค่า

**Tips: Infographic คู่มือจัดกระเป๋าฉบับเตรียมตัวไปเรียนต่อนอก

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.8K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K