ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ฝึกภาษาอังกฤษให้ปังแบบฟรีๆ ผ่าน 5 ช่อง Youtube สาระแน่นจัดเต็ม

learning english with 5 youtube channels for free

     รู้หรือไม่ว่าปัจจุบันคนไทยใช้เวลากับคลิปใน Youtube รวมกันมากกว่า 1 ล้านชั่วโมงต่อวัน! และมากกว่า 1,000 ล้านครั้งต่อเดือน! และส่วนใหญ่ก็จะดูผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายอย่างสมาร์ทโฟนนี่แหละ 

    Hotcoures Thailand เลยขอใช้พื้นที่นี้แนะนำช่อง Youtube ที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้สนุกๆ ให้เอาไปเสพกันจุกๆ ไปเลย นอกจากจะได้ฝึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษแล้ว ยังฝึกทักษะการฟัง และได้ความรู้รอบด้านด้วยน้า ที่สำคัญคือฟรี ไม่เสียตังจ้ะ 

 

The New York Times

 

     สำนักข่าวระดับโลกอย่าง The New York Times ก็มีช่อง Youtube กับเขานะเออ ความหลากหลายของเนื้อหาก็จะหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น 

    NYT Cooking ที่แชร์สูตรทำอาหารต่างๆ จากคอลัมนิสต์ 

    Dairy of a Song ที่ไปจับเข่าคุยถึงการทำเพลงฮิตของศิลปินระดับโลก ตัวแม่อย่าง Taylor Swift, Billi Eilish หรือ Lizzo ก็ล้วนเคย FaceTime มาแชร์แรงบันดาลใจกันแล้ว

    Op-Docs สารคดีที่จะพาไปสำรวจแง่มุมต่างๆ ผ่านผู้คนที่รุ่มรวยไปด้วยเรื่องราว 

    Anatomy of a Scene พาไปคุยกับคนทำหนังทั้งในและนอกกระแส พูดถึง ‘ฉาก’ จดจำในแต่ละเรื่อง

    

    นอกจาก Playlist พวกนี้แล้ว ถ้าใครอยากเกาะติดสถานการณ์การเมืองฝั่งอเมริกาก็ห้ามพลาด เพราะหนังสือพิมพ์เจ้านี้เกาะติดสถานการณ์แบบไม่พักเลยทีเดียว 

 

 

VOX

 

    สำนักข่าวออนไลน์จากฝั่งอเมริกาที่มีทั้งเว็บไซต์ในอ่านและ Youtube ให้ดู! ถ้าใครอยากหาความรู้ทั่วไปใส่ตัวแล้วก็แนะนำช่องนี้เลย เพราะเนื้อหาที่หลากหลาย ที่นำมาย่อยให้เข้าใจง่าย และนำเสนอด้วยภาพและวิดีโอที่ดูกี่ทีก็ไม่เบื่อเลย VOX มีหลาย Playlist ให้เลือกมาก ไม่ว่าจะเป็น

    DARKROOM ทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่าน ‘รูปถ่าย’ 

    Vox Borders เป็นอีกซีรี่ส์ของ VOX ที่ได้รับความนิยมมาก John Harris นักข่าวในซีรี่ส์นี้เดินทางไปทั่วโลกที่มี ‘เขตแดน’  กั้นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ศรีลังกา-อินเดีย-ปากีสถาน, จีน-ฮ่องกง, เวเนซูเอลา-โคลอมเบีย ฯลฯ ใครสอบเรื่องประวัติศาสตร์ ความเป็นชาติ การเมืองต่างประเทศต้องดู ครบรสมากๆ 

    The News, Explain เอาข่าวที่อยู่ในความสนใจขณะนั้นมาตีแผ่ผ่านกราฟฟิคงามๆ

    

    นอกจากนี้ยังมี Playlist อื่นๆ อีกที่ว่าด้วยเรื่อง Climate Change, Science, Music, Design, Film ฯลฯ ที่สำคัญ VOX ก็เป็นอีกสำนักข่าวที่เกาะติดการเมืองอเมริกันและเหตุการณ์รอบโลกอย่างสม่ำเสมอด้วย 

 

 

TED-Ed

 

    เป็นตัวลูกของ TED องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ต้องการแบ่งปันเรื่องราว ไอเดียต่างๆ ผ่าน Talk Show ขนาดสั้น (ที่เรารู้จักในนาม TED Talk นั่นแหละ) TED เริ่มจากการการประชุมว่าด้วยหัวข้อ Technology, Entertainment and Design แต่เดี๋ยวนี้หัวข้อของ TED ครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ จากทั่วโลกเลย และ TED-Ed ก็เกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนเป้าหมายในการส่งต่อไอเดียและความรู้แก่ชาวโลกนี่แหละ โดยนำคอนเทนต์มาจาก TED Talk ด้วย

 

    นอกจากนี้ TED-Ed ยังเป็นพื้นที่ให้คุณครูและนักเรียนทั่วโลกได้ส่งแอนิเมชันเข้าประกวดด้วย ที่สำคัญมีภาษาไทยด้วยนะ! ไปดูได้ที่ TED-Ed Thai

 

 

National Geographic 

 

    ใครบ้างจะไม่รู้จัก National Geographic นิตยสารวิทยาศาสตร์ระดับโลก ยืนหนึ่งผ่านกาลเวลา 131  ปีแล้ว จากนิตยสารก็ขยายตัวไปเป็นช่องโทรทัศน์ จนเมื่อถึงยุคออนไลน์ก็เข้าไปมีช่อง Youtube ด้วย ใครอยากได้ความรู้แขนงวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นดาราศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า รวมไปถึงเกร็ดประวัติศาสตร์โลกด้วย 

 

    ใครที่อยากได้ความรู้ย่อยง่ายไม่กี่นาทีก็ต้องดูซีรี่ส์ 101 ของช่องนี้เลย เพราะจะนำเสนอทุกอย่างไม่เกิน 5 นาที มีตั้งแต่หัวข้อดาราศาสตร์อย่าง Jupiter 101 หรือ Uranus 101 จนไปถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตอย่าง Dinosaur 101, Tiger 101 ใกล้ตัวขึ้นมาอีกนิดก็ Caffeine 101 ก็มีนะ 

 

 

The School of Life

 

    คำบรรยายบอกว่า ‘โรงเรียนชีวิต เป็นสถานที่ที่พยายามตอบคำถามสำคัญของชีวิต เราเชื่อในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์’  และถ้าไปดู  Playlist ในช่องนี้แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอเกี่ยวกับความสัมพันธ์ (Relationship) ตัวตน (Self) งานและทุนนิยม (Work + Capitalsim) ปรัชญาตะวันตก (Western Philosophy) ความตลก (Comedy) นอกจากนี้ยังมี Playlist ’หลักสูตร’ ที่จะประกอบไปด้วยทฤษฎีทางการเมือง (Political Theory) วรรณกรรม (Literature) สังคมวิทยา (Sociology) ศิลปะและสถาปัตยกรรม (Art/Architecture) 

 

    ซึ่งวิดีโอเหล่านี้จะช่วยให้เราทำความเข้าใจตัวเองและสังคม รวมไปถึงระเบียบโลกต่างๆ ที่เป็นอยู่ด้วย 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

397K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

91.9K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

67.3K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

61K