ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

Ranking มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี 2021 โดยTimes Higher Education อัพเดทล่าสุด

share image

เอ้า ขอเสียงกลองรัวๆ ดังๆ ค่ะ เพราะ  Times Higher Education World University Rankings 2021 เค้าปล่อยออกมาแล้วจ้า (ปรบมือๆๆ) รอบนี้เค้าก็ฟอร์มดีเช่นเคย ด้วยการประเมินผลกว่า 1,500 มหาวิทยาลัยรอบโลก เพื่อเอามาจัดอันดับให้เราได้อ่านกันค่ะ ที่ไหนจะเป็นยังไงบ้าง ตามมาเลยค่ะ 


 

มหาวิทยาลัยท็อปๆ ที่ดีที่สุดในโลก

 

แกร๊งๆๆ สำหรับ 10 อันดับนี้ก็มีคู่ท้าชิงหน้าเดิมๆ ค่ะ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยระดับเทพจากสหราชอาณาจักรและอเมริกา โดยมี University of Oxford และ Stanford Y iversury ขึ้นชิงแชมป์อันดับหนึ่ง และผลก็คือ...แถ่นแท้น…

 

University of Oxford คว้าเข็มขัดแชมป์ไปครองเป็นปีที่ห้าติดต่อกันแล้วค่า ปังปุริเย่ที่สุด!

 

แต่รองแชมป์อย่าง Stanford university เค้าก็ทำได้ดีมากๆ นะคะ โดยแซงหน้า California Institute of Technology ขึ้นมาจากปีที่แล้วค่ะ ส่วนอันดับที่ 3 รอบนี้เป็นของ Harvard University ซึ่งปีที่แล้วหล่นไปอยู่อันดับที่ 7 โน่น มารอบนี้เลยจัดเต็มกันเลย และก็มี California Institute of Technology กับ Massachusetts Institute of Technology ตามมาเป็นอันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับค่ะ 

 

ลองมาดูภาพรวมกันบ้าง ปีนี้อเมริกาก็ทำได้ดีเหมือนเดิมเพราะมีมหาวิทยาลัยถึง 8 แห่งเข้าไปอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรที่มี 4 มหาวิทยาลัยอยู่ใน 20 อันดับแรก ในด้านของมหาวิทยาลัยที่น่าจับตาสุดไป เพราะก้าวกระโดดจากอันดับที่ 15 ขึ้นมาอยู่ที่ 7 ก็คือ University of California Berkeley ค่ะ 

 

และ 10 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกก็ตามนี้เลยค่า 

 

1. University of Oxford (UK)

2. Stanford University (US)

3. Harvard University (US) 

4. California Institute of Technology (US)

5. Massachusetts Institute of Technology (US)

6. University of Cambridge (UK)

7. University of California Berkeley (US)

8. Yale University (US)

9. Princeton University (US)

10. University of Chicago (US)


 

 

มหาวิทยาลัยชั้นนำของแถบเอเชีย 

 

ปีนี้มหาวิทยาลับจากโซนเอเชียของพวกเราก็โดดเด่นขึ้นอีกค่ะ โดย 3 มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับท็อป 25 ของโลกก็ได้แก่ 

Tsinghua University (ขึ้นมาจากอันดับที่ 23 ปีที่แล้ว), Peking University (ขยับขึ้นมา 1 อันดับจากปีก่อน) และ National University of Singapore ค่ะ 


 

แล้วเค้าจัดอันดับกันยังไงล่ะ?

 

การจัดอันดับนี้ใช้เกณฑ์ 13 ข้อเป็นตัววัดค่ะ โดยเค้าจะประเมินทั้งคุณภาพการเรียนการสอน งานวิจัย ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเรียน และอื่นๆ คือเข้มมากๆ 

 

เกณฑ์ทั้งหมดแบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ๆ ตามนี้ค่ะ อ่ะ ว่าปายยยย

 

  • Teaching (which evaluates the learning environment) 30%

    • Reputation survey (15%)

    • Student to staff ratio (4.5%)

    • Doctorate to bachelor’s student ratio (2.25%)

    • Doctorates awarded to academic staff (6%)

    • Institutional income (2.25%)

  • Research (30%)

    • Reputation survey (18%)

    • Research income (6%)

    • Research productivity (6%)

  • Citations (influence of research) 30%

  • International Outlook (7.5%)

    • Proportion of international students (2.5%)

    • Proportion of international staff (2.5%

    • International collaboration (2.5%)

    • Industry income (transfer of knowledge) 2.5%

เราจะเห็นได้เลยว่ามหาวิทยาลัยระดับเทพๆ นี่เค้ามีมาตรฐานการเรียนการสอนที่สูงเว่อร์วังอลังการ รวมไปถึงชื่อเสียง ผลงานงานวิจัยและอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกข้อคือมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรหลายๆ แห่งที่ติดอันดับนี้เค้าได้คะแนนความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเรียนสูงมาก พูดง่ายๆ คือมหาวิทยาลัยอินเตอร์มากเพราะมีนักเรียนจากหลายประเทศเข้ามาเรียน
 

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 50 อันดับแรกของโลก


เรามาเริ่มกันที่อันดับที่ 11-25 กันก่อนค่ะ โดยมีมหาวิทยาลัยจากสหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับนี้ถึง 8 แห่ง ตามมาด้วย 2 จากสหราชอาณาจักร อีก 2 จากจีนแผ่นดินใหญ่ และสวิตเซอร์แลนด์กับสิงคโปร์ก็เข้ามาประเทศละ 1 มหาวิทยาลัยด้วย 

11. Imperial College London (UK)

12. Johns Hopkins University (US)

13. University of Pennsylvania (US)

14. ETH Zurich (Switzerland)

15. University of California, Los Angeles (US)

16. UCL (UK)

17. Columbia University (US)

18. University of Toronto (Canada)

19. Cornell University (US)

20. Tsinghua University (China) 

21. Duke University (US) (= 20th)

22. University of Michigan-Ann Arbor (US)

23. Peking University (China)

24. Northwestern University (US)

25. National University of Singapore (Singapore)

 

มาต่อด้วยมหาวิทยาลัยอันดับที่ 26-50 กันบ้างค่ะ อันนี้จะชัดขึ้นเลยว่าไม่ได้มีแค่ประเทศตัวเต็งอีกต่อไป เพราะทั้งออสเตรเลีย แคนาดา สวีเดน เบลเยี่ยม ญี่ปุ่น ฮ่องกง ฝรั่งเศส สิงคโปร์และสวิตเซอร์แลนด์ ก็ติดโผกับเค้าเยอะเหมือนกันค่ะ

 

26. New York University (US)

27. London School of Economics and Political Science (UK)

28. Carnegie Melon University (US)

29. University of Washington (US)

30. University of Edinburgh (UK)

31. University of Melbourne (Australia)

32. LMU Munich (Germany)

33. University of California, San Diego (US)

34. University of British Columbia (Canada)

35. King’s College London (UK)

36. Karolinska Institute (Sweden)

37. The University of Tokyo (Japan)

38. Georgia Institute of Technology (US)

39. University of Hong Kong (Hong Kong)

40. McGill University (Canada)

41. Technical University Munich (Germany)

42. Heidelberg University (Germany)

43. École Polytechnique Fédérale de Lausanne (France)

44. University of Texas, Austin (US)

45. KU Leuven (Belgium)

46. Paris Sciences et Lettres - PSL Research University Paris (France)

47. Nanyang Technological University (Singapore)

48. University of Illinois at Urbana-Champaign (US)

49. University of Wisconsin, Madison (US)

50. Washington University in St Louis (US)

 

New York University กระโดดมาจากอันดับที่ 26 เมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ Hong Kong University of Technology กับ Australia National University หลุดโผไปจากท็อป 50

ถ้ามองในภาพรวมแล้ว ยังมีอีกกว่า 141 มหาวิทยาลัยที่เข้ามาใหม่ในการจัดอันดับปีนี้ด้วยค่ะ ถือว่าน่าสนใจมากเลย แต่ถ้าอยากดูอันดับแบบเต็มๆ แนะนำให้ตามไปอ่านได้ในนี้ค่ะ 

 

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.7K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

354.8K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.7K