กลับมาแล้วค่ากับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกอย่าง Times Higher Education World University Rankings 2025 ต้องบอกเลยว่านี่คือการจัดอันดับแบบตัวแม่ที่เชื่อถือได้ขั้นสุด มีการให้คะแนนต่าง ๆ ชัดเจน เป็นระบบ ตรวจสอบได้ เหมาะกับคนที่กำลังหาข้อมูลไปเรียนต่อต่างประเทศสุด ๆ ค่ะ
ในส่วนของ ranking มหาวิทยาลัยปี 2568 นี้ ทาง Times High Education เค้ารวบรวมข้อมูลจากมหาวิทยาลัยกว่า 2000 แห่งจาก 115 ประเทศทั่วโลกมาเปรียบเทียบกัน ข้อมูลแน่น ๆ เลยแหละ
10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2568 มีที่ไหนบ้าง?
ยกที่หนึ่ง เริ่ม!
สำหรับ 10 อันดับนี้ก็มีคู่ท้าชิงหน้าเดิม ๆ ค่ะ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยระดับเทพจากสหราชอาณาจักรและอเมริกาเป็นหลัก และผลก็คือ...แถ่นแท้น…
University of Oxford คว้าแชมป์ไปครองเป็นปีที่เก้าติดต่อกันแล้วค่า ปรบมือให้รัว ๆ คุณภาพไม่เคยตกเลย
รองแชมป์ในปีนี้ตกเป็นของ Massachusetts Institute of Technology (อันดับที่ 2) ที่พุ่งแซง Harvard University (อันดับที่ 3) ขึ้นมาจากปีที่แล้ว เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันเลย ส่วนอันดับที่ 4 เป็นของ Princeton University ส่วนคู่แข่งตลอดกาลอย่าง University of Cambridge ก็เข้ามาอยู่ในอันดับที่ 5 บอกเลยว่าท็อป 5 นี่คือระดับเทพจริง ๆ
และ 10 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกก็ตามนี้เลยค่า (ที่มีเครื่องหมายเท่ากับ คือเค้าครองแชมป์ร่วมนะคะ)
|
อันดับ |
มหาวิทยาลัย |
ประเทศ |
|
1 |
University of Oxford |
UK |
|
2 |
Massachusetts Institute of Technology (MIT) |
USA |
|
3 |
Harvard University |
USA |
|
4 |
Princeton University |
USA |
|
5 |
University of Cambridge |
UK |
|
6 |
Stanford University |
USA |
|
7 |
California Institute of Technology |
USA |
|
8 |
University of California, Berkeley |
USA |
|
9 |
Imperial College London |
USA |
|
10 |
Yale University |
USA |
ประเทศไหนมีมหาวิทยาลัยดี ๆ เยอะที่สุด
ลองมาดูภาพรวมกันบ้าง เราขอแบ่งออกเป็น 4 ประเทศหลักตามนี้ค่ะ
- อเมริกา
- ปีนี้อเมริกาก็ยังถือเป็นประเทศตัวแม่แห่งมหาลัยท็อปเพราะมีมหาวิทยาลัยถึง 7 แห่งเข้าไปอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก
- นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยส่วนมากที่ติดอยู่ใน Top 30 ก็มาจากอเมริกากันทั้งนั้นเลย
- อังกฤษและสหราชอาณาจักร
- ตามมาติด ๆ ด้วยอังกฤษและประเทศใน UK ที่มีมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่งด้วยกันที่เข้ารอบ Top 10
- นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่ติด 100 อันดับแรกอีกด้วย
- ออสเตรเลีย
- มีมหาวิทยาลัย 4 แห่งที่ไต่อันดับขึ้นมาจากปีที่แล้ว
- ไม่ใช่แค่นั้นนะ ออสเตรเลียเค้ายังมีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ติดอันดับในชาร์ตนี้ด้วย
- นิวซีแลนด์
- มีมหาวิทยาลัย 8 แห่งที่ติดอันดับ (มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์มีไม่เยอะเท่าอังกฤษหรืออเมริกา การที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับเยอะขนาดนี้ถือว่าเก่งมากเลย)
- จีน
- มีมหาวิทยาลัย 10 แห่งที่ติดอันดับ Top 100
ประเทศในแถบเอเชียที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำเยอะที่สุด
ยกที่สอง มา!
มหาวิทยาลัยในแถบเอเชียก็ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและติดอันดับเข้ามาเยอะมาก จากปีที่แล้วมีมหาวิทยาลัย 737 แห่งที่ติดอันดับ มาปีนี้เราได้เพิ่มมาเป็น 853 แห่งทีเดียว ที่เด่นสุด ๆ คือจีนที่มีมหาวิทยาลัย 10 แห่งที่ติดอันดับ Top 100 และสิงคโปร์ที่มีมหาวิทยาลัยท็อปอย่าง Nanyang Technological University ที่ติด Top 30 เข้ามา
มาดูกันต่อค่ะว่านอกจากมหาวิทยาลัย 10 แห่งข้างบนแล้ว ที่เหลือใน Top 30 จะมีที่ไหนกันบ้าง (ถ้าอันดับมีเครื่องหมาย = อยู่ข้างหน้า แปลว่าเค้าได้อันดับร่วมกับมหาวิทยาลัยอีกแห่งนะคะ)
|
อันดับ |
มหาวิทยาลัย |
ประเทศ |
|
11 |
ETH Zurich |
Switzerland |
|
12 |
Tsinghua University |
China |
|
13 |
Peking University |
China |
|
=14 |
The University of Chicago |
USA |
|
=14 |
University of Pennsylvania |
USA |
|
16 |
Johns Hopkins University |
USA |
|
17 |
National University of Singapore |
Singapore |
|
=18 |
Columbia University |
USA |
|
=18 |
University of California, Los Angeles |
USA |
|
20 |
Cornell University |
USA |
|
21 |
University of Toronto |
Canada |
|
=22 |
UCL (University College London) |
UK |
|
=22 |
University of Michigan-Ann Arbor |
USA |
|
24 |
Carnegie Mellon University |
USA |
|
25 |
University of Washington |
USA |
|
26 |
Technical University of Munich |
Germany |
|
27 |
Duke University |
USA |
|
28 |
The University of Tokyo |
Japan |
|
29 |
University of Edinburgh |
UK |
|
30 |
Nanyang Technological University |
Singapore |
มหาวิทยาลัยแนะนำ ranking ดีงาม ติดอันดับ Top 50 ของโลก และมีตัวแทนช่วยดูแลเรื่องสมัครเรียนให้
มหาวิทยาลัยที่ดีติด 50 อันดับแรกของโลกนี่ถือว่าเป็นตัวตึงตัวท็อปของโลกการศึกษาเหมือนกันค่ะ ลองคิดดูว่าเค้าคิดจากการเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยทั้งหมดกว่า 2000 แห่งทั่วโลก การที่จะเข้ามาอยู่ใน top 50 ได้นี่ไม่ธรรมดาเลย
นอกเหนือจาก ranking ที่มาแบบเหนือเมฆแล้ว มหาวิทยาลัยบางแห่งเค้ายังมีตัวแทนหรือพี่ ๆ เอเจ้นท์คอยให้คำปรึกษาเรื่องการเข้าสมัครเรียน รวมทั้งดูแลตลอดจนถึงเราเริ่มเข้าเรียนกันเลย ขอแนะนำมหาวิทยาลัยท็อป ๆ ตามนี้ค่ะ
-
New York University (NYU) มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 33 ของโลก
- หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดังที่สุดในอเมริกา
- มีหลักสูตรมากกว่า 270 สาขา เด่นแทบทุกด้านที่เปิดสอน
- สวรรค์ของคนรักความครีเอทีฟและเทคโนโลยี วิทยาเขตตั้งอยู่ในนิวยอร์ค (Greenwich Village ในเขต Manhattan)
- คนดังระดับโลกหลายคนเป็นศิษย์เก่าที่นี่ ทั้งผู้นำประเทศ 3 คน ผู้ชนะรางวัลโนเบล 38 คน หรือในสายบันเทิงก็มีศิษย์เก่า NYU ได้รับรางวัลออสการ์ 37 คน การันตีความปังไม่หยุด
-
King's College London, University of London มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 36 ของโลก
- มหาวิทยาลัยชื่อดังก้องโลก ก่อตั้งมานานเกือบ 200 ปี มีชื่อเสียงมานานระดับตำนาน
- วิทยาเขตตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน เดินทางไปจุดสำคัญหรือที่เที่ยวต่าง ๆ ของลอนดอนได้ง่ายมาก
- โดดเด่นมากในหลักสูตรด้านการแพทย์และหลักสูตรที่เกี่ยวกับกฎหมายหรือนิติศาสตร์
- มีหลักสูตรช่วยปูพื้นฐานเสริมหรือ pre-sessional course ให้กับนักศึกษาที่ต้องการเสริมความรู้ให้แน่นขึ้นด้วย
- มีทีมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือนักศึกษาในทุกด้าน ทั้งเรื่องการเรียน สุขภาพจิต การเงิน ไปจนถึงคำแนะนำด้านหางาน
-
University of Melbourne มหาวิทยาลัยดีที่สุดอันดับที่ 39 ของโลก
- มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของออสเตรเลีย ใครอยากมาเรียนต่อออส ชื่อ University of Melbourne ต้องเคยผ่านหูมาแน่นอน
- นอกจากนี้ยังคว้าอันดับมหาวิทยาลัยอันดับ 8 ของโลกที่ศิษย์เก่าเรียนจบแล้วได้งานทำเยอะที่สุด จากการจัดอันดับของ QS Graduate Employability Rankings 2022
-
วิทยาเขตมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งอยู่กลางเมืองเมลเบิร์น เหมาะกับสายสปอร์ตและคนรักการเล่นกีฬา ทั้งพายเรือ เต้น ปิงปอง บาสเกตบอล โยคะ กอล์ฟและอื่น ๆ มาที่นี่มีให้ครบหมด
-
วิวสวยมาก สีเขียว ร่มรื่น เรียนไปก็มีที่พักสายตา
|
อันดับ |
มหาวิทยาลัย |
ประเทศ |
|
31 |
Northwestern University |
USA |
|
32 |
Ecole Polytechnique Federale de Lausanne |
Switzerland |
|
33 |
New York University |
USA |
|
34 |
University of California, San Diego |
USA |
|
35 |
University of Hongkong |
Hong Kong |
|
=36 |
Fudan University |
China |
|
=36 |
King's College London |
UK |
|
38 |
LMU Munich |
Germany |
|
39 |
University of Melbourne |
Australia |
|
40 |
Georgia Institute of Technology |
USA |
|
41 |
University of British Columbia |
Canada |
|
42 |
Paris Sciences et Lettres - PSL Research University Paris |
France |
|
43 |
KU Leuven |
Belgium |
|
44 |
The Chinese University of Hong Kong |
Hong Kong |
|
45 |
McGill University |
Canada |
|
46 |
University of Illinois at Urbana-Champaign |
USA |
|
=47 |
Universitat Heidelberg |
Germany |
|
=47 |
Zhejiang University |
China |
|
49 |
Karolinska Institute |
Sweden |
|
=50 |
London School of Economics and Political Science |
UK |
เกณฑ์การจัดอันดับมหาวิทยาลัย
ในปี 2568 นี้ Times Higher Education World ranking เค้าใช้เกณฑ์ 18 ข้อเป็นตัววัดค่ะ โดยเค้าจะประเมินทั้งคุณภาพการเรียนการสอน งานวิจัย ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเรียน และอื่น ๆ คือเข้มมาก ๆ
เกณฑ์ทั้งหมดแบ่งออกเป็น 5 หมวดใหญ่ๆ ตามนี้
-
Teaching การเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ 29.5%
-
Teaching reputation ชื่อเสียงในด้านการเรียนการสอน (15%)
-
Student to staff ratio อัตราส่วนบุคลากรต่อนักศึกษา (4.5%)
-
Doctorate to bachelor’s student ratio อัตราส่วนนักศึกษาปริญญาเอกต่อนักศึกษาปริญญาตรี (2.25%)
-
Doctorates awarded to academic staff อัตราส่วนนักศึกษาปริญญาเอกต่อบุคลากรด้านการศึกษา (6%)
-
Institutional income รายได้มหาวิทยาลัย (2.25%)
-
-
Research environment (29%) สภาพแวดล้อมสำหรับการทำวิจัย (ใครอยากมาเรียนต่อระดับปริญญาเอกควรดูตรงนี้เป็นหลัก)
-
Reputation survey ชื่อเสียงด้านงานวิจัย (18%)
-
Research income รายได้ที่มาจากการวิจัย (5.5%)
-
Research productivity (5.5%) จำนวนงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์
-
-
Research quality (29%) คุณภาพงานวิจัย (ใครอยากมาเรียนต่อระดับปริญญาเอกควรดูตรงนี้เป็นหลัก)
-
Citation impact การได้รับการอ้างอิงหรือกล่าวถึงในหนังสือ บทความหรืองานตีพิมพ์อื่น ๆ 15%
-
Research strength ความแข็งแกร่งด้านงานวิจัย 5%
-
Research excellence ความเป็นเลิศด้านงานวิจัย 5%
-
Research influence 5%
-
-
Industry (4%)
-
Industry income 2%
-
Patents 2%
-
-
International Outlook (7.5%)
-
Proportion of international students (2.5%)
-
Proportion of international staff (2.5%)
-
International collaboration (2.5%)
-
Studying abroad (0%)
-
เราจะเห็นได้เลยว่ามหาวิทยาลัยระดับเทพๆ นี่เค้ามีมาตรฐานการเรียนการสอนที่สูงเว่อร์วังอลังการ รวมไปถึงชื่อเสียง ผลงานงานวิจัยและอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกข้อคือมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรหลายๆ แห่งที่ติดอันดับนี้เค้าได้คะแนนความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเรียนสูงมาก พูดง่ายๆ คือมหาวิทยาลัยอินเตอร์มากเพราะมีนักเรียนจากหลายประเทศเข้ามาเรียน
จบมหาลัย Ranking ปัง สำคัญยังไงกับชีวิตหลังเรียนจบ?
อัพเดต Ranking มหาลัยใน UK และทำความเข้าใจกับ Post study-work visa
เครดิท
