นโบบายความเป็นส่วนตัว

เราใช้คุกกี้เพื่อทำให้คุณสามารถใช้เว็บไซต์ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คุกกี้ส์จะช่วยจัดให้คุณเห็นโฆษณาที่เหมาะกับคุณจริงๆ พร้อมทั้งช่วยให้คุณใช้ฟีเจอร์ที่หลากหลาย การอนุญาตทั้งหมดถือว่าคุณยอมรับการใช้คุกกี้ตามนโยบายคุกกี้ คุณสามารถจัดการ เปลี่ยนการตั้งค่าของคุณได้ตลอดเวลา
ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

Ranking มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก โดยTimes Higher Education อัพเดทล่าสุด

share image

เอ้า ขอเสียงกลองรัวๆ ดังๆ ค่ะ เพราะ  Times Higher Education World University Rankings 2022 เค้าปล่อยออกมาแล้วจ้า (ปรบมือๆๆ) รอบนี้เค้าก็ฟอร์มดีเช่นเคย ด้วยการประเมินผลกว่า 1,500 มหาวิทยาลัยรอบโลก เพื่อเอามาจัดอันดับให้เราได้อ่านกันค่ะ ที่ไหนจะเป็นยังไงบ้าง ตามมาเลยค่ะ 

 

มหาวิทยาลัยท็อป ๆ ที่ดีที่สุดในโลก

 

แกร๊งๆๆ สำหรับ 10 อันดับนี้ก็มีคู่ท้าชิงหน้าเดิม ๆ ค่ะ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยระดับเทพจากสหราชอาณาจักรและอเมริกา โดยมหาลัยที่ผ่านเข้าไปชิงแชมป์โลกรอบไฟนอลได้แก่ University of Oxford, California Institute of Technology และ Harvard University

 

และผลก็คือ...แถ่นแท้น…

 

University of Oxford คว้าแชมป์ไปครองเป็นปีที่หกติดต่อกันแล้วค่า โอ๊ย สุดปัง! 

 

แต่รองแชมป์อย่าง California Institute of Technology และ Harvard University เค้าก็ทำได้ดีมากๆ นะคะ เรียกว่าหายใจรดต้นคอกันเลย ส่วนอันดับที่ 4 เป็นของ Stanford University ส่วนคู่แข่งตลอดกาลอย่าง University of Cambridge กับ Massachusetts Institute of Technology ก็ร่วมกันคว้าตำแหน่งอันดับที่ 5 มาด้วยกัน เกาะท็อป 5 มหาลัยที่ดีที่สุดในโลกไว้อย่างเหนียวแน่นค่ะ

 

ลองมาดูภาพรวมกันบ้าง ปีนี้อเมริกาก็ยังถือเป็นประเทศตัวแม่แห่งมหาลัยท็อปเพราะมีมหาวิทยาลัยถึง 8 แห่งเข้าไปอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรที่มี 4 มหาวิทยาลัยอยู่ใน 20 อันดับแรก ที่น่าสนใจอีกอย่างคือใน 20 อันดับแรกนี้ มีมหาลัยจากประเทศอื่น ๆ มาร่วมแจมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ETH Zurich จากสวิตเซอร์แลนด์ (อันดับ 15) Peking University และ Tsinghua University จากจีน (อันดับ 16 ทั้งคู่) และ University of Toronto จากแคนาดา (อันดับ 18) ซึ่งหลาย ๆ แห่งได้กระโดดมาจากการจัดอันดับครั้งที่แล้วแบบก้าวยาว ๆ เลยทีเดียว 

 

และ 10 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกก็ตามนี้เลยค่า (ที่มีเครื่องหมายเท่ากับ คือเค้าครองแชมป์ร่วมนะคะ)

ranking 1-10

 

1    University of Oxford (United Kingdom)

=2    California Institute of Technology (United States)

=2    Harvard University  (United States)

4    Stanford University  (United States)

=5    University of Cambridge (United Kingdom)

=5    Massachusetts Institute of Technology (United States)

7    Princeton University (United States)

8    University of California, Berkeley  (United States)

9    Yale University  (United States)

10    The University of Chicago  (United States)

 

 

มหาวิทยาลัยชั้นนำของแถบเอเชีย 

 

ปีนี้มหาวิทยาลับจากโซนเอเชียของพวกเราก็โดดเด่นขึ้นอีกค่ะ โดย 3 มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับท็อป 30 ของโลกก็ได้แก่ 

Tsinghua University และ Peking University ที่ขยับตำแหน่งขึ้นทุกปีจนตอนนี้ก้าวเข้ามาอันดับที่ 16 ทั้งคู่แล้ว ส่วน National University of Singapore ก็ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 21แล้วค่ะ และตามมาด้วย University of Hong Kong ที่ได้อันดับที่ 30 ของปีนี้กันเลย

 

แล้วเค้าจัดอันดับกันยังไงล่ะ?

 

การจัดอันดับนี้ใช้เกณฑ์ 13 ข้อเป็นตัววัดค่ะ โดยเค้าจะประเมินทั้งคุณภาพการเรียนการสอน งานวิจัย ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเรียน และอื่นๆ คือเข้มมากๆ 

 

เกณฑ์ทั้งหมดแบ่งออกเป็นหมวดใหญ่ๆ ตามนี้ค่ะ อ่ะ ว่าปายยยย

 

  • Teaching (which evaluates the learning environment) 30%

    • Reputation survey (15%)

    • Student to staff ratio (4.5%)

    • Doctorate to bachelor’s student ratio (2.25%)

    • Doctorates awarded to academic staff (6%)

    • Institutional income (2.25%)

  • Research (30%)

    • Reputation survey (18%)

    • Research income (6%)

    • Research productivity (6%)

  • Citations (influence of research) 30%

  • Industry Income (2.5%)

  • International Outlook (7.5%)

    • Proportion of international students (2.5%)

    • Proportion of international staff (2.5%)

    • International collaboration (2.5%)

เราจะเห็นได้เลยว่ามหาวิทยาลัยระดับเทพๆ นี่เค้ามีมาตรฐานการเรียนการสอนที่สูงเว่อร์วังอลังการ รวมไปถึงชื่อเสียง ผลงานงานวิจัยและอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกข้อคือมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรหลายๆ แห่งที่ติดอันดับนี้เค้าได้คะแนนความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักเรียนสูงมาก พูดง่ายๆ คือมหาวิทยาลัยอินเตอร์มากเพราะมีนักเรียนจากหลายประเทศเข้ามาเรียน
 

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 50 อันดับแรกของโลก
 

ranking 11-20

ranking 20-30


เรามาเริ่มกันที่อันดับที่ 11-30 กันก่อนค่ะ โดยมีส่วนใหญ่เป็นมหาลัยจากสหรัฐอเมริกาและยังมีมหาลัยจากจีน แคนาดา และฮ่องกงตามมาด้วย

11    Columbia University (US)

12    Imperial College London (UK)

=13    Johns Hopkins University (US)

=13    University of Pennsylvania (US)

15    ETH Zurich (Switzerland)

=16    Peking University (China)

=16    Tsinghua University (China)

=18    University of Toronto (Canada)

=18    UCL (UK)

20    University of California, Los Angeles (US)

21    National University of Singapore (Singapore)

22    Cornell University (US)

23    Duke University (US)

=24   University of Michigan-Ann Arbor (US)

=24   Northwestern University (US)

26    New York University (US)

27    London School of Economics and Political Science (UK)

28    Carnegie Mellon University (US)

29    University of Washington (US)

=30    University of Edinburgh (UK)

=30    University of Hong Kong (Hong Kong)

 

 

 

มาต่อด้วยมหาวิทยาลัยอันดับที่ 30-50 กันบ้างค่ะ อันนี้จะชัดขึ้นเลยว่าไม่ได้มีแค่ประเทศตัวเต็งอีกต่อไป เพราะทั้งออสเตรเลีย แคนาดา สวีเดน เบลเยี่ยม ญี่ปุ่น ฮ่องกง ฝรั่งเศส สิงคโปร์และสวิตเซอร์แลนด์ ก็ติดโผกับเค้าเยอะเหมือนกันค่ะ

 

32    LMU Munich (Germany)

33    University of Melbourne (Australia)

34    University of California, San Diego (US)

=35    King’s College London (UK)

=35    The University of Tokyo (Japan)

37    University of British Columbia (Canada)

38    Technical University of Munich (Germany)

39    Karolinska Institute (Sweden)

=40    École Polytechnique Fédérale de Lausanne (Switzerland)

=40    Paris Sciences et Lettres – PSL Research University Paris (France)

=42    Heidelberg University (Germany)

=42    KU Leuven (Belgium)

44    McGill University (Canada)

45    Georgia Institute of Technology (US)

46    Nanyang Technological University, Singapore (Singapore)

47    University of Texas at Austin (US)

48    University of Illinois at Urbana-Champaign (US)

49    Chinese University of Hong Kong (Hong Kong)

50    University of Manchester (UK)

 

ถ้ามองในภาพรวมแล้ว ยังมีมหาวิทยาลัยที่เข้ามาใหม่ในการจัดอันดับปีนี้ด้วยค่ะ ถือว่าน่าสนใจมากเลย แต่ถ้าอยากดูอันดับแบบเต็มๆ แนะนำให้ตามไปอ่านได้ในนี้ค่ะ 

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

437.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

95.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

75.9K
article Img

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร

IELTS Writing task 2 มีคำถามแนวไหน และต้องตอบอย่างไร >>เตรียมตัวสอบ IELTS Speaking หัวข้อคำถาม >>หลักสูตรด้านภาษาอังกฤษ >>หลักสูตรภาษาอังกฤษแบบ EFL   (เรียนเป็นภาษาต่างประเทศ)   หลายๆ คนคงทราบว่าการสอบ IELTS นั้นแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่การฟัง อ่าน เขียน และพูด ตามลำดับ โดยมีคะแนนเต็ม 9.0 ซึ่งจะนำคะแนนที่เราได้ในแต่ละ part มาเฉลี่ยกัน บทความนี้จะเจาะลึกที่การเขียน task 2

66K