ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : Essentials

Do & Don't สุดยอดเคล็ด (ไม่) ลับจาก 4 นักพิชิตทุน

dos and donts when applying scholarships

ใครกำลังวางแผนการเรียน หรือสมัครทุนเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ต้องอ่านบทความนี้!

    เรารวบรวมคำแนะนำจากนักเรียนทุนทั้ง 4 คนที่เคยให้สัมภาษณ์กับ Hotcourses Thailand มาให้แล้ว! จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

 

Do

รู้จักตัวเอง

 

    เป็นข้อแรกที่ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันเลย เพราะการรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร อยากเรียนอะไรนั้นสำคัญมาก เพราะจะส่งผลต่อการเรียนและการทำวิทยานิพนธ์ในอนาคตมากๆ 

 

    รู้จักตัวเอง ข้อนี้สำคัญมาก ต้องรู้ก่อนว่าอยากเรียนอะไร สนใจอะไร เรียนแล้วจะไปทำอะไรต่อ [...] ใช้เวลาตกผลึกก่อนว่าอยากทำอะไรในชีวิต จังหวะชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องรีบทำอะไรตามคนอื่นก็ได้ - จ้อ นักเรียนทุน Erasmus 

 

    หาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะเรียนและทุนที่จะมัน support ให้ดีก่อน ให้มั่นใจว่าเราต้องการเรียนต่อจริงๆนะ ไม่ควรเอาแบบว่าตอบได้แค่อยากเรียนต่อ อยากไปต่างประเทศ มันจะส่งผลอย่างมากในตอนที่เราสัมภาษณ์กับทางมหาวิทยาลัย - แจ๊บ นักเรียนทุนรัฐบาลจีน 

 

ศึกษารายละเอียดและข้อมูลทุน 

 

    เมื่อรู้แล้วว่าอยากเรียนอะไร ก็ควรศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขทุนให้ชัดเจน ทุนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? มีพันธะสัญญาหรือไม่? ใช้คะแนนอะไรบ้าง? มีเอกสารอะไรบ้างที่ต้องใช้? ฯลฯ ถ้าตกหล่นไปชิ้นเดียวก็อาจจะหมายถึงว่าเราพลาดการสมัครครั้งนั้นๆ ไปเลย เพราะฉะนั้นต้องรอบคอบและดูให้ดีๆ ก่อน 

 

    ทำความเข้าใจโดยอ่านรายละเอียดของทุนให้รอบคอบ เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละทุน 

บางทุน โดยเฉพาะทุนให้เปล่าจะมีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้นควรเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนสมัคร เพราะใบสมัครอาจมีการเขียนบทความภาษาไทย/ภาษาอังกฤษตามประเด็นที่ผู้ให้ทุนกำหนดขึ้น - บาส นักเรียนทุนก.พ. 

 

    หาข้อมูลให้รอบคอบสอบเมื่อไร สอบยังไง ต้องเขียนอะไรบ้าง ต้องใช้ทุนหรือไม่ ข้อมูลประสบการณ์จากคนที่เคยสอบในเน็ตน่าจะหาได้ไม่ยาก และทำแต่เนิ่นๆ - อู๋ นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น 

    

ฝึกภาษา 

 

    ถ้ายังรู้สึกว่าภาษาอังกฤษยังไม่เริดพอ ก็ต้องฝึกภาษาให้มาก หรือถ้าอยากไปเรียนต่อในประเทศที่ใช้ภาษาอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ก็ควรเรียนรู้ภาษานั้นๆ เพิ่มเติม เพราจะช่วยในการใช้ชีวิตประจำวันได้มาก

    

    ถ้าอยากเรียนต่อประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ควรจะไปเรียนภาษาและวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆให้พอสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ - อู๋ 

 

    ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษ นอกจากจะต้องสอบภาษาอังกฤษเพื่อใช้ประกอบใบสมัครแล้ว เวลาเรียน เข้าสังคมก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นหลัก ถ้าไม่ได้ภาษาอังกฤษเลยก็จะลำบากมาก ส่วนภาษาอื่นๆ นั้นก็แล้วแต่ความสนใจเลย - จ้อ 

    

มีแผนสำรอง 

 

    เมื่ออะไรๆ ไม่ได้เป็นไปตามที่ใจหวัง (เช่น การนกทุน) ก็ควรจะเตรียม safety net ไว้ด้วย แผน B แผน C ก็ควรจะเผื่อไว้ ไม่ให้เจ็บเกินไป ไม่สมหวังก็ซึมได้ แต่อย่านาน มาฮึบๆ สู้กันใหม่ 

 

    ควรมีแผนสำรองอยู่เสมอ การขอทุนเป็นอะไรที่เราคาดเดาไม่ได้ครับ บางทีถึงแม้ว่าโปรไฟล์ดีมาก มั่นใจมากยังไงก็ได้ แต่เค้าดันสนใจอีกคนมากกว่า หากเราไม่มีการวางแผนสำรองมันจะลำบากครับต้องมานั่งคิดนู้นนี่ว่าจะทำยังไงต่อดี ผมว่าควรมีไว้เผื่อไม่ได้ ชีวิตจะดีขึ้นเยอะถ้ามีแผนสำรองไว้ - แจ๊บ 

 

    เตรียมเงินสำรองไว้ด้วย บางทุนการศึกษาอาจจะให้เงินช้า ก็ต้องมีเงินสำรองไว้บ้าง อย่างน้อยที่สุด ช่วงเวลาสมัครเรียนต่อ ก็ต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งในการจ่ายค่าสอบวัดระดับภาษา บางหลักสูตรเก็บค่ายื่นเอกสารใบสมัครด้วย - อู๋ 

 

Don’t 

อย่าตามเพื่อน 

 

    มันถึงเวลาที่เราจะต้องใช้ปีกตัวเองโบยบินแล้ว! ดังนั้นมันไม่ใช่เวลาของการทำตามใคร ย้อนไปอ่านสิ่งที่ควรทำข้อแรก นั่นคือ ‘การรู้จักตัวเอง’ ถ้าเพื่อนไม่เรียนสิ่งที่เราอยากเรียน ก็ไม่เป็นไร อย่าให้โอกาสหลุดมือไปเพียงเพราะเพื่อนไม่สมัครด้วย มันไม่เวิร์ค! 

 

    สมัครเรียนตามเพื่อนไปโดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆ อยากเรียนอะไร หรืออยากทำอะไรในอนาคต จะเสียทั้งเงินและเวลาโดยใช่เหตุ - จ้อ 

 

ไม่มองทุกอย่างให้รอบด้าน 

 

    บางครั้งการไปเรียนต่อก็เป็นอะไรที่ซับซ้อน เพราะมีหลายอย่างที่ต้องจัดการ และมีอะไรให้ ‘ตัดสินใจ’ เยอะแยะเต็มไปหมด การตัดสินใจจะขึ้นจากข้อมูลที่เรามีอยู่ ดังนั้นก็ต้องย้อนขึ้นไปดูในข้อที่ควรทำ (อีกแล้ว) ว่าต้องศึกษาทุกอย่างให้ดี และใช้การชั่งน้ำหนักเอาว่าเรารับอะไรได้บ้าง 

 

    ไม่ปิดกั้นตัวเอง เช่น สนใจมากในสาขานี้ มหาลัยนี้ แต่ “เค้าว่ากันว่า” มันไม่ดีอย่างนู้นอย่างนี้ เอาจริงคือทุกอย่างมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีแหละครับ ขึ้นอยู่กับมุมมองของคน และเราไม่ควรฟังแค่ด้านๆ เดียวหรือจากมุมมองของคนแค่บางกลุ่มครับ - แจ๊บ 

 

    ไม่ควรมองเพียงแต่จำนวนเงินทุนที่สนับสนุนโดยไม่พิจารณาถึงหลักสูตรที่ต้องการเรียนร่วมด้วย - บาส

 

อย่าโกหก

 

    ทุกอย่างที่อยู่ในเอกสาร ต้องเป็นความจริง! ไม่ว่าจะเป็น personal statement / transcript / ผลคะแนนต่างๆ อย่าเอาของใครมาแอ๊บนะคะ 

 

    ห้ามโกหก บรรยายตัวเองเวอร์เกินไป แน่นอนว่าคณะกรรมการไม่มีเวลามา background check ทุกคนได้ก็จริง แต่ถ้าประวัติที่เราเขียนกับความเป็นจริงไม่สัมพันธ์กัน ก็จะเป็นผลเสียกับเราเสียเองเมื่อเข้าไปเรียนแล้วพบว่าเราตามคนอื่นไม่ทัน บางที่ที่จับได้อาจจะปรับตกเลย - จ้อ

 

    ถ้าใครอยากอ่านประสบการณ์เต็มๆ จุกๆ ของเหล่านักเรียนทุนเข้าไปอ่านเลยที่ 

    ประสบการณ์พิชิตทุน Erasmus เรียนฟรี 3 ประเทศแถมค่ากินอยู่    

    เส้นทางสายอนิเมะ สู่นักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น

    เคล็ดลับพิชิตทุนโทปรัญชาในจีน จากนักเรียนกายภาพบำบัด

    สัมภาษณ์นักเรียนทุน เจาะลึกเส้นทางพิชิตทุนก.พ.

 

 

MUST READ

ข้อมูลครบจบทุกเรื่องการสอบ IELTS

IELTS คืออะไร?   IELTS (International English Language Testing System)  เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษไว้สำหรับประเมินว่าเรามีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเพียงพอกับการเอาตัวรอดในการเรียนหรือเปล่า และ เช่นเดียวกับ TOEFL  การสอบก็จะวัดสี่สกิลหลักๆ  คือ Listening, Reading, Writing, และ Speaking   การสอบ IELTS แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ เพื่อการศึกษาต่อ (Academic

221.5K

สอบ TOEFL

สอบ TOEFL internet-based test (iBT) สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวจะไปเรียนต่ออเมริกา ที่จำเป็นจะต้องใช้ผลคะแนน TOEFL ยื่น ก่อนสอบควรจะมีการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปสอบนะคะ วันนี้ Hotcourses Editor ขออนุญาตนำประสบการณ์และเทคนิคที่น่าสนใจจาก คุณมุตตา มานำให้ชาว Hotcourses Thailand ได้อ่านกันนะคะ เพราะคิดว่าคงเป็นประโยชน์สำหรับหลายๆคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ TOEFL อยู่ค่ะ ขอพูดถึงการสอบ TOEFL internet-based test (iBT) ก่อนนะคะ เราเคยสอบทั้งหมด 2 ครั้ง

73.1K

การสอบวัดระดับประเภทต่างๆ

ATAS The National Board of Dental Examination (NBDE) คือ การทดสอบสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนด้านทันตกรรมในประเทศอเมริกา แบบทดสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนที่ 1 เป็นคำถามแบบ multiple choice ประมาณ 400 ข้อ เกี่ยวกับจุลชีววิทยา, ทันตกรรม และคัพภวิทยา (Embryology) ส่วนที่ 2 เป็นการประเมินผลด้านวิชาชีพ และส่วนที่ 3 เกี่ยวกับการจัดการสุขอนามัยด้านทันตกรรมในด้านต่างๆ MCAT The Medical College Admission Test (MCAT)

14.6K

การเขียนใบสมัคร

ทาง hotcourses ได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ใบสมัครของเราพร้อมที่สุดเท่าที่จะพร้อมได้ • ถึงตอนนี้เราคงตัดสินใจไปแล้วว่าอยากจะเรียนหลักสูตรไหน เพราะอะไร แต่คนที่จะสมัครหลักสูตรเดียวกับเราก็คงคิดเหมือนกัน นอกจากจะต้องแสดงความมุ่งมั่นของเราให้ทางมหาวิทยาลัยเห็นในใบสมัครแล้ว เท่านี้ยังไม่พอ เราจะต้องนึกถึงข้อกำหนดที่ทางมหาวิทยาลัยต้องการจากนักศึกษาในอนาคตของทางมหาวิทยาลัยด้วย ลองคิดดูว่าเราเหมาะสมกับข้อกำหนดนี้หรือเปล่า

11.2K