ประเภทของทุนแบ่งตามมูลค่า
Full scholarship หรือ ทุนเต็มจำนวน คือ ทุนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม ค่าธรรมเนียม ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประกันสุขภาพ ฯลฯ
Partial scholarship หรือทุนบางส่วน เป็นทุนที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายบางส่วนเท่านั้น โดยอาจครอบคลุมค่าเทอม 15-50% เท่านั้น
ประเภทของทุนแบ่งตามแหล่งที่มาทุน
ทุนรัฐบาล เป็นทุนจากรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่วนใหญ่ทุนจากรัฐบาลจะเป็นทุนเต็มจำนวน ตัวอย่างทุนจากรัฐบาลที่น่าจะคุ้นเคยกันดี คือ
ทุนรัฐบาลไทย
Fulbright scholarship ทุนจากรัฐบาลอเมริกา
Chevening scholarship ทุนจากรัฐบาลอังกฤษ
Australia for ASEAN scholarship ทุนจากรัฐบาลออสเตรเลีย
Manaaki New Zealand Scholarship ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์
Eiffel Scholarship ทุนรัฐบาลฝรั่งเศส
DAAD (Deutscher Akademischer Austauschdienst) ทุนจากรัฐบาลเยอรมนี
ทุนจากมหาวิทยาลัย เป็นทุนที่มหาวิทยาลัยจะให้นักเรียนที่สมัครเข้าเรียนต่อในมหาลัยนั้นๆ ทุนจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่เป็นทุนบางส่วน (Partial Scholarship) หรือทุนที่ครอบคลุมเฉพาะค่าเทอมเท่านั้น ไม่รวมค่าใช้จ่ายรายเดือน
ทุนจากมหาลัยบางแห่ง จะสมัครได้เมื่อได้รับการตอบรับเข้าเรียนต่อแล้วเท่านั้น และต้องส่งใบสมัครอีกครั้งนึ่งเพื่อสมัครทุน
แต่หลายมหาวิทยาลัยก็จะมี ‘ทุนอัตโนมัติ’ ซึ่งเป็นทุนที่นักศึกษาที่ผ่านเกณฑ์การรับสมัครจากมหาลัยจะได้รับทันที หากเลือกตอบรับเข้าเรียนก็จะได้ทุนนี้เลย โดยไม่ต้องสมัครขอทุนอีกรอบหนึ่ง
รวม ‘ทุนอัตโนมัติ’ จากมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์
รวม ‘ทุนอัตโนมัติ’ จากมหาวิทยาลัยในอังกฤษ
รวม ‘ทุนให้อัตโนมัติ’ จากมหาวิทยาลัยในแคนาดา
รวม 'ทุนให้อัตโนมัติ' จากมหาวิทยาลัยในอเมริกา
รวม ‘ทุนให้อัตโนมัติ’ จากมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย
ทุนจากหน่วยงานอื่นๆ ไม่ใช่แค่รัฐบาล หรือมหาลัยเท่านั้นที่มีทุนให้ แต่หน่วยงานอื่นๆ อย่างธนาคาร มูลนิธิ องค์กรนานาชาติก็มีทุนให้เช่นกัน ตัวอย่างทุนจากแหล่งที่มานี้ ได้แก่
ทุนเรียนต่อและทุนอบรมจากมูลนิธิทั่วโลก
ทุนจากสหประชาชาติ (United Nations)
ทุนจากหน่วยงานอื่นๆ นี้มีทั้งทุนที่เป็นทุนเต็มจำนวน และทุนบางส่วน และทุนอาจมีข้อมูลมัดหลังใช้ทุน เช่นทุนจากธนาคารในประเทศไทย ที่เมื่อรับทุนแล้วต้องกลับมาทำงานในธนาคารตามระยะเวลาที่กำหนด
วิเคราะห์ความยากง่ายของทุนแต่ละแบบ
ขอเรียงลำดับความยากง่าย ในการขอทุนดังนี้
ความยากอันดับ 1
แน่นอนว่าทุนที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด คือ ทุนเต็มจำนวน เพราะครอบคลุมทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าเทอมยันค่ากินอยู่ ดังนั้นทุนรัฐบาลจากประเทศต่างๆ หรือทุนเต็มจำนวนจากแหล่งทุนอื่นๆ จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับนักเรียนที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ ทำให้ทุนประเทศนี้มีการแข่งขันสูงที่สุดในบรรดาทุนทั้งหมด
ทุนรัฐบาลส่วนใหญ่ ต้องสมัคร และนอกจากจะดูผลการเรียนที่ผ่านมาแล้ว หากผ่านรอบคัดเลือกด้านวิชาการไปด้วย ก็จะต้องมีรอบสัมภาษณ์ทุนอีก ยิ่งทำให้การแข่งขันดุเดือดขึ้นไปอีก
ความยากอันดับ 2
รองลงมาคือทุนจากมหาวิทยาลัย โดยทุนจากมหาวิทยาลัยที่ต้องสมัครอีกรอบหนึ่ง เพราะต้องผ่านด่านเกณฑ์การรับสมัครไปก่อนจึงจะสมัครได้
เมื่อผ่านคัดเลือกแล้วก็ต้องไปแข่งกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ผ่านเกณฑ์เช่นกันอีกรอบนึ่ง
ความยากอันดับ 3
ถัดมา คือ ทุนจากหน่วยงานต่างๆ มองในแง่หนึ่ง ทุนเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรกับทุนรัฐบาล ที่ให้ทุนเต็มจำนวน และทุนจากมหาวิทยาลัย ที่จะให้ทุนบางส่วน ทำให้ทุนนี้อยู่ก้ำกึ่งระหว่างทุน 2 ประเภท
ดังนั้นการแข่งขัน คนสมัครก็คงไม่น้อย แต่ก็อาจจะไม่เยอะเท่าทุนรัฐบาลที่อาจเป็นที่รู้จักมากกว่า และส่วนใหญ่ทุนประเภทนี้เมื่อผ่านเกณฑ์ก็มักจะมีการสัมภาษณ์อีกครั้งเช่นกัน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุนนี้อาจมีการแข่งขันน้อยกว่าทุนรัฐบาล คือ หน่วยงานที่ให้ทุน หากเป็นหน่วยงานที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก หรือหน่วยงานที่ให้ทุนเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่งก็อาจทำให้การแข่งขันน้อยลง เพราะคนไม่รู้จัก และจำกัดสาขาทุนนั่นเอง
ความยากอันดับ 4
ทุนอัตโนมัติ จากมหาวิทยาลัย เพราะสมัครแค่ครั้งเดียวคือตอนสมัครมหาวิทยาลัยเลย หากเกรดผ่าน ผลวัดทักษะภาษาอังกฤษผ่าน ก็เท่ากับว่าได้ offer เข้าเรียนมหาลัย และได้ทุนเลยทันที ไม่ต้องทำอะไรต่อ
7 เคล็ดลับพิชิตทุนเรียนต่อทุกประเภท
Keyword ที่ช่วยให้เรียงความขอทุนเรียนต่อปังขึ้น
แจก template วิธีเขียนอีเมลขอทุน ตามทุนเรียนต่อนอก
รวมศัพท์ที่ต้องรู้ เมื่อ ขอทุน (scholarship) ไปเรียนต่อนอก
รวมศัพท์ภาษาอังกฤษของชนิดทุน ที่ควรรู้