ขั้นตอนเรียนต่อ
ออสเตรเลีย: Essentials

เจาะลึกการจัดอันดับ ranking มหาลัยในออสฯ - เชื่อได้จริงมั้ยนะ?

share image
82

ย้อนกลับไปช่วงสมัยเราเลือกมหาลัยที่จะเรียนต่อ (เมื่อนานหลายปีมาแล้ว) เราจำได้แม่นเลยว่าหนึ่งในกิจกรรมที่ทำแทบทุกวันคือการเช็คอันดับมหาลัยที่เราสนใจ คือเช็คมันอยู่นั่นแหละ หลายสำนัก หลายอันดับ เพราะเราอยากแน่ใจว่ามหาลัยที่เราจะไปเรียนต่อนั้นมีได้อันดับที่ค่อนข้างดีและเป็นที่ยอมรับในประเทศ (และนอกประเทศ) แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกัน ที่เราดูอันดับไปแล้วก็สับสน เพราะบางสำนักบอกว่ามหาลัยเราเริ่ดมาก ติดท๊อป 10 แต่บางอันก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 30 กว่า เราก็เกิดคำถามในใจว่า #อิหยังวะ สรุปมันยังไงกันแน่ และทางเราก็มั่นใจว่าหลายๆ คนมีคำถามแบบนี้ในใจเช่นกัน 

 

วันนี้เราเลยเอาบทความจาก MacroBusiness ที่สนใจเกี่ยวกับการจัดอันดับมหาลัยมาให้อ่านกันจ้ะ มาดูซิว่า นอกจากอันดับมหาลัยที่เราควรดูแล้ว เราควรดูตรงไหนอีกบ้าง

 

เมื่อประมาณเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บรรดาสื่อใหญ่ๆ แห่งแดนจิงโจ้เค้าก็ออกมาตีข่าวกันใหญ่เกี่ยวกับมหาลัยท๊อปๆ 7 แห่งของออสเตรเลียที่ได้รับการยกให้ติดอันดับท๊อป 100 มหาลัยที่ดีที่สุดในโลกจาก QS University ranking 2019  

 

 

มหาลัยเหล่านั้นได้แก่

 

(ขอบอกว่ามหาลัยท๊อปๆ เหล่านี้บางที่ไม่ต้องใช้ ก็เข้าได้นาจา กดลิ้งค์ข้างล่างไปดูได้เลย)

 

 

แน่นอนว่ายิ่งอันดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ทางมหาลัยเองก็แฮปปี้เพราะนอกจากจะได้รับเกียรติและชื่อเสียงที่ดีงามแล้ว เค้ายังสามารถใช้อันดับเหล่านี้มาเป็นจุดขายหลักได้อีกด้วย

 

บทความนี้เค้าดูอันดับต่างๆ แล้วเค้าก็ตั้งคำถามว่า Ranking เหล่านี้จริงๆ มันถูกต้องรึเปล่านะ? เอ๊ะ คำถามน่าสนใจ ถ้างั้นก่อนที่จะไปดูว่าเค้าคิดว่ายังไง เรามาชำแหละการจัดอันดับนี้กันก่อนดีกว่าว่าเค้าใช้หลักอะไรบ้าง

 

♦ เค้าใช้อะไรเป็นตัววัดบ้างล่ะ 

 

เค้ารวมคะแนนจากด้านต่างๆ ซึ่งได้แก่

  • Academic reputation (40%) ชื่อเสียงมหาลัยโดยรวม ได้มาจากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในด้านการเรียน การสอน และการวิจัยในด้านการศึกษาโดยเฉพาะ

  • Employee reputation (10%) อันนี้เค้าไปถามบริษัทใหญ่ๆ ต่างๆ และให้ทางบริษัทบอกชื่อมหาลัยที่เค้าคิดว่าดีมานั่นเอง

  • Faculty/student ratio (20%) อัตราส่วนของนักศึกษาในคณะ อันนี้เค้าวัดว่านักศึกษามีจำนวนพอดีกับบุคลากรหรือคุณครูมั้ย และสามารถเข้าถึงผู้สอนได้ดีรึเปล่าถ้ามีปัญหา

  • Citations per faculty (20%) การได้รับการอ้างอิงถึงในงานวิจัยต่างๆ

  • International faculty/student ratio (5%) อัตราส่วนนักศึกษาต่างชาติ 

 

พอแงะคะแนนออกมาดูเป็นส่วนๆ แบบนี้ก็พอจะเห็นภาพรวมชัดขึ้นเนอะ ว่าคะแนนมาจากไหนกันบ้าง คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วล่ะ ว่าเราอยากจะมองจากมุมไหน 

 

ตัวอย่างเช่น สำหรับบางคนเค้าอาจจะอยากเห็นมหาลัยที่เป็นที่ชื่นชอบของบริษัทต่างๆ แบบนั้นเค้าก็ควรมองจาก employee reputation เป็นหลักด้วย


 

♦ นักเรียนต่างชาติเยอะ แต่จำนวนผู้สอนกลับสวนทาง? 

 

กลับมาที่บทความกันต่อ ในบทความที่เรากำลังพูดถึงนี้ เค้าเน้นไปที่เรื่องของจำนวนนักเรียนต่างชาติที่กำลังมีมากขึ้นและมากขึ้นไปในทุกๆ ปี มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็จริงนะ แต่ๆๆ อย่าลืมว่านักเรียนต่างชาติ มีแนวโน้มที่จะต้องการความช่วยเหลือ และต้องการคุยกับอาจารย์หรือผู้สอนมากกว่านักเรียนในชาติตัวเอง (แหงล่ะ ก็มาจากต่างประเทศ มาเรียนต่างภาษา ก็ต้องอยากได้ความช่วยเหลือมากหน่อยอ่ะเนอะ) ซึ่งไม่แปลก 

 

แต่ว่าประเด็นมันอยู่ที่มหาลัยส่วนใหญ่ ดั๊นไปให้ความสำคัญกับการจ้างงานบุคลากรหรือสต๊าฟที่ไม่ใช่สายวิชาการ (คือฝั่งที่ไม่ใช่ครู อาจารย์ ผู้สอน ฯลฯ) และแนวโน้มดีดูจะเกิดขึ้นกับมหาลัยหลายแห่งในออสเตรเลียซะด้วยสิ

 

พอจำนวนนักเรียนต่างชาติสูงเอาๆ และจำนวนบุคลากรด้านวิชาการกลับไม่เพิ่มตาม ปัญหาก็ตามมาที่ว่า อัตราส่วนระหว่างนักเรียนต่างชาติกับผู้สอนก็กลายเป็นห่างกันไปเรื่อยๆ ซึ่งก็หมายถึงว่า ถ้านักเรียนคนนึงมีปัญหา เค้าอาจจะเข้าหาผู้สอนหรือสต๊าฟได้ยากกว่าที่ควรจะเป็นนั่นเอง

 

ในบทความนี้เค้าก็แอบแสบ เพราะเค้าเอาอัตราส่วนด้านนี้มารวมกันในกราฟ ทำให้เห็นว่ามหาลัยไหนมีจำนวนบุคลากรทางวิชาการน้อยไปหน่อย ดูไปดูมา เค้าแนะนำว่ามหาลัยที่ดูจะมีอัตราส่วนที่พอดีหน่อย คือ ANU และ Sydney University จ้ะ


 

♦ แล้วแบบนี้ Ranking ยังน่าเชื่อถืออยู่มั้ย? 

 

ต้องตอบว่า เยส ยังน่าเชื่อถืออยู่จ้ะ แต่เราขอแนะนำแบบนี้

  • เราควรดูการจัดอันดับอย่างละเอียด จากที่ดูแค่คะแนนโดยรวม เรายังควรดูด้านอื่นๆ ที่เราสนใจ รวมถึงดูการจัดอันดับแบบเฉพาะทาง เช่น มหาลัยไหนมีชื่อเสียงในด้านคณะที่เราอยากเรียน เพราะบางมหาลัยอาจจะท๊อปในด้านวิศวะ แต่คะแนนด้านนิเทศศาสตร์อาจจะไม่เริ่ดเท่าก็ได้

  • ควรดูการจัดอันดับจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Times ranking, QS

  • อย่ายึดติดกับอันดับมากเกินไป นอกจากเรื่องอันดับ เราก็ควรดู

    • เนื้อหาของคณะที่เราอยากเรียน

    • ตัวเมืองที่เราอยากไปอยู่

    • ค่าเทอมและค่าใช้จ่ายต่างๆ

 

 

 วันนี้เนื้อหาเต็มเอี้ยดหน่อยเนาะ แต่หวังว่าทุกคนจะได้ประโยชน์จากบทความนี้กันนะค้า

 

 

Study in Australia

ฟรี

คู่มือเรียนออสเตรเลีย

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่อออสเตรเลียอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

ค้นหาคอร์ส

ออสเตรเลีย
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์ฯ ธรรมศาสตร์ ที่พลิกมาเรียนต่อด้านการตลาดที่ King’s College London ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำงานด้าน communication เต็มตัวในอังกฤษ

MUST READ

วัฒนธรรมของออสเตรเลีย

วัฒนธรรมของออสเตรเลีย ออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก เพราะมีประชากรจากทั่วทุกมุมโลกมาอาศัยอยู่ที่นี่ ออสเตรเลียใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ทุกคนในประเทศจึงสามารถสื่อสารและเข้าใจภาษาอังกฤษได้ ซึ่งถือเป็นจุดร่วมสำคัญของคนในประเทศนี้ ถึงแม้จะเป็นประเทศที่รวมคนหลายเชื้อชาติไว้ด้วยกัน แต่ออสเตรเลียก็ถือเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก และมีอัตราการเกิดอาชญากรรมที่ต่ำมาก แต่ถึงอย่างไรคุณก็ควรรอบคอบ

60261

ทำไมควรเรียนต่อที่ออสเตรเลีย

ทำไมควรเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ปีที่ผ่านมามีนักศึกษาต่างชาติกว่า 630,000 คน เลือกศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ที่นี่เป็นประเทศที่ผู้คนเป็นมิตรและบรรยากาศของเมืองมีชีวิตชีวา เหมาะแก่การเดินทางไปหาประสบการณ์ด้านการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง นักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนต่อในประเทศออสเตรเลีย นอกจากจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับโลกแล้ว คุณยังจะได้รับประสบการณ์นอกห้องเรียนที่น่าประทับใจอีกด้วย เนื่องจากออสเตรเลียเป็นประเทศที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว

19806

ลดค่าใช้จ่ายเรียนต่อออสเตรเลีย

การเรียนและใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งสำคัญ แต่ต้องแน่ใจว่าเราเราจัดการเรื่องงบประมาณให้เหมาะสม ไม่อย่างนั้นเราอาจต้องเป็นหนี้ ทาง hotcourses ของแนะนำวิธีการที่ช่วยให้เราใช้เงินได้อย่างมีคุณค่ามากยิ่งขึ้นเพื่อให้เรามีเงินเหลือใช้ตลอดปี บัญชีธนาคาร นักเรียนต่างชาติจะมีทางเลือก 2 ทาง สำหรับการเปิดบัญชีธนาคาร คือจะเปิดกับธนาคารของประเทศตนเองในออสเตรเลีย หรือเปิดบัญชีกับธนาคารของออสเตรเลียโดยตรง

7749

วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย

( 8 กลุ่มย่อย (Subclasses 570–576 และ 580) 1 Higher education (HE) (Subclass 573) สำหรับผู้สมัครเรียนระดับปริญญาตรี ปริญญาตรีแบบร่วม ประกาศณียบัตร อนุปริญญา อนุปริญญาขั้นสูง หรือระดับปริญญาโทแบบไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์ 2 Postgraduate research (Subclass 574) สำหรับผู้สมัครเรียนระดับปริญญาโทและเอกที่เน้นด้านการวิจัย 3 Non-award (Subclass 575) สำหรับผู้เรียนต่อในหลักสูตรพื้นฐาน หรือหลักสูตรเต็มเวลาที่ไม่ได้รับประกาศณียบัตรจากประเทศออสเตรเลีย

7598