สิ่งที่ท้าทายที่สุดของการเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาคือขั้นตอนสุดท้ายของการทำวิทยานิพนธ์นั่นเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาไม่เพียงแต่จะได้การเรียนรู้เนื้อหาวิชาเท่านั้น แต่จะต้องนำเสนอผลงานวิจัยที่ทำด้วย
ลักษณะของวิทยานิพนธ์
-
วิทยานิพนธ์ เป็น งานวิชาการเชิงลึกที่แสดงความเข้าใจในหัวข้อเฉพาะ ความยาวโดยทั่วไปอยู่ที่ 8,000-20,000 คำ แล้วแต่สาขาและมหาวิทยาลัย โดยสามารถทำวิทยานิพนธ์เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ / เชิงคุณภาพ / เชิงวิเคราะห์ / เชิงทดลอง
ระยะเวลาในการทำวิทยานิพนธ์
- วิทยานิพนธ์มักเริ่มทำใน เทอมสุดท้ายของหลักสูตรการเรียน มีระยะเวลาเฉลี่ยในการทำประมาณ 3-4 เดือน
กระบวนการทำวิทยานิพนธ์ จบปริญญาโทในอังกฤษ
เลือกหัวข้อโครงการวิจัย
- พยายามมองหาช่องว่างในสาขาวิชาที่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังไม่ถูกครอบคลุม ผู้สอบวิทยานิพนธ์ (หรืออาจารย์ที่ปรึกษาเรานั่นแหละ) จะไม่สนใจโครงการที่มีคนทำมาแล้ว ที่ปรึกษาจะมองหาเนื้อหาใหม่ๆ ที่ผลักดันองค์ความรู้ไปข้างหน้า
- หัวข้อวิจัยควรเป็นหัวข้อที่สนใจ เป็นหัวข้อที่ทำให้เราตื้นเต้น อยากค้นหาความรู้ อยากศึกษา
- หัวข้อที่ดีควร “แคบ” และ “ชัดเจน” ไม่กว้างจนหาข้อสรุปไม่ได้
- กำหนดวัตถุประสงค์ของวิทยานิพนธ์ ว่าวิทยานิพนธ์ให้ประโยชน์อะไร กับใคร และเอาไปใช้ได้อย่างไร
เขียนและส่งข้อเสนอหัวข้อวิจัย
-
เมื่อได้หัวข้อแล้ว ก็เริ่มร่างโครงสร้างของวิทยานิพนธ์ไว้คร่าวๆ โดยต้องสรุปหัวข้อคำถามวิจัย วัตถุประสงค์ วิธีการ และความสำคัญของงานวิจัยให้ได้
-
ต้องได้รับการอนุมัติจากที่ปรึกษาก่อนเริ่มทำวิทยานิพนธ์จริง
ศึกษาวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง ที่มีคนทำไว้แล้ว
-
สิ่งนี้เรียกว่า Literature review หรือการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยการค้นคว้าและศึกษางานวิจัยหลากหลายชิ้นทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากนั้นก็นำเอาประเด็นต่างๆ ที่สำคัญมาวิเคราะห์ เรียบเรียง และเชื่อมโยงกันเพื่อเสริมประเด็นนั้นๆ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
-
การอ่านวิทยานิพนธ์เก่าๆ หรือ Literature review ก็เพื่อดูว่าหัวข้อที่เราอยากศึกษา มีทฤษฎีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง มีสิ่งใดที่ใกล้เคียงกัน มีสิ่งใดที่เราสามารถเติมเต็มได้
- เวลานี้จึงเป็นเวลาที่เราจะหมกตัวอยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลจากหนังสือและบทความ มาเป็นหลักฐานทางวิชาการ ในห้องสมุดบริติช (www.bl.uk) ในกรุงลอนดอน เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความหลากหลายที่สามารถใช้เป็นที่หาข้อมูลเช่นเดียวกับแหล่งความรู้ออนไลน์ JSTOR, scholar.google.com
- ในขั้นตอนนี้ควรจดบันทึกรายละเอียดของหนังสือและบทความที่อ่านไว้อย่างละเอียด เพราะว่าจะต้องใช้ข้อมูลนี้ในภายหลังเพื่อการเขียนเอกสารอ้างอิง ควรจดชื่อผู้เขียน หัวข้อ ครั้งที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ วันที่พิมพ์ เลขหน้าที่ใช้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาของได้มากเมื่อต้องหาข้อมูลของเอกสารอ้างอิงหรือเพื่อต้องการอ่านซ้ำ
ออกแบบวิธีวิจัย
- เลือกใช้วิธีที่เหมาะสม เช่น เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ หรือแบบผสม และต้องระบุเครื่องมือที่ใช้ เช่น แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ หรือซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล
เก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล
- ดำเนินการตามแผน เช่น แจกแบบสอบถาม นัดสัมภาษณ์ หรือเก็บข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ
-
ใช้โปรแกรม เช่น SPSS, Excel, NVivo หรือ Python ตามประเภทข้อมูลที่เก็บมา จากนั้นก็นำข้อมูลมาตีความผลลัพธ์เชิงลึกเพื่อเชื่อมโยงกับคำถามวิจัยที่ตั้งไว้
เขียนวิทยานิพนธ์ (Writing the Dissertation)
โดยทั่วไปประกอบด้วยวิทยานิพนธ์จะประกอบด้วย
-
บทนำ (Introduction)
-
วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง (Literature Review)
-
ระเบียบวิธีวิจัย (Methodology)
-
ผลการวิจัย (Findings/Results)
-
การวิเคราะห์และอภิปราย (Discussion)
-
สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendations)
-
บรรณานุกรม (References)
ควรเริ่มจากร่างโครงหลักเหล่านี้ โดยแบ่งแต่ละบทเป็นหัวข้อย่อย เพื่อช่วยให้เขียนได้ต่อเนื่องขึ้น
ตรวจสอบ แก้ไข และส่งฉบับสมบูรณ์
-
ก่อนส่งวิทยานิพนธ์ก็ต้องตรวจคำผิด ความถูกต้องของอ้างอิง รูปแบบการจัดหน้า และส่งฉบับสมบูรณ์ตามระบบของมหาวิทยาลัย (ทั้งไฟล์ดิจิทัลและ/หรือรูปเล่ม)
คุณควรเข้าหาอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อข้อความช่วยเหลือหากคุณมีข้อติดขัด อาจารย์ของคุณอาจจะเป็นผู้ที่ยุ่งมากแต่ว่าประสบการณ์ของท่านจะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับคุณ
ข้อแนะนำในการเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโท
- เริ่มต้นให้ไว เพราะยิ่งเริ่มเร็ว ยิ่งมีเวลาแก้ไข วางแผน และปรับเนื้อหา อย่ารอให้เรียนจบเทอมก่อนแล้วค่อยเริ่มเพราะจะไม่ทัน นอกจากเราจะต้องคิดหัวข้อวิจัยแล้วยังมีเรื่องอื่นๆ ที่เราต้องรับผิดชอบอีก
-
Literature Review คือ การอ่านวิทยานิพนธ์เก่าๆ ที่มีคนทำไว้แล้ว เมื่อเราเขียนอ้างอิงถึงวิทยานิพนธ์เหล่านี้ต้องเขียนโดยสังเคราะห์ ไม่ใช่คัดลอกมาเรียงต่อกัน
-
Plagiarism หรือคัดลอกผลงานผู้อื่นโดยไม่ให้เครดิต เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ในวงการวิชาการ หากจับได้จะถูกตัดสิทธิ์ทันที ควรใช้เครื่องมือของมหาวิทยาลัยเช็กก่อนส่ง
-
สื่อสารกับอาจารย์ที่ปรึกษาเสมอ อัพเดตความคืบหน้าของงานวิจัยเราเรื่อยๆ เชื่อมั้ยว่าที่ปรึกษานี่แหละคือคนที่จะอยู่เคียงข้างเราตลอดการเขียนวิทยานิพนธ์ ดังนั้นคุยกับที่ปรึกษาบ่อยๆ เพื่อขอความคิดเห็น คำแนะนำและนำมาปรับปรุงงานวิจัยเรา
-
ควรตั้ง Timeline ที่ชัดเจน แบ่งเวลาสำหรับแต่ละขั้น เช่น ค้นข้อมูล 2 สัปดาห์ เขียนบทละ 1 สัปดาห์ ฯลฯ เผื่อเวลาไว้อีก 10–20% สำหรับการแก้ไข
Literature review คืออะไร? เจาะลึกทุกมุมเกี่ยวกับ literature review พร้อมตัวอย่าง
ไขข้อข้องใจ Peer review คืออะไร? เรียนต่อต่างประเทศควรรู้
รู้จักกันหรือยัง? 5 เว็บที่ช่วยคุณพิชิต Dissertation!
