ในยุคปัจจุบันนี้เราปฎิเสธไม่ได้เลยว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการใช้ชีวิตและขับเคลื่อนสังคมให้เดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการใช้ชีวิตประจำวัน การบริหารจัดการงาน การควบคุมกลไกต่าง ๆ ก็เรียกว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มากก็น้อย
และแน่นอนว่าในสมัยนี้ คนที่มีความรู้ความสามารถด้าน Computer sciences ก็มักจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ยิ่งคนนี้เรียนจบสาขานี้โดยเฉพาะก็ยิ่งฮอตปรอทแตก หลาย ๆ บริษัทพากันแย่งตัวกันเลยทีเดียว ดังนั้นวันนี้ IDP Hotcourse Thailand จะพาไปเจาะลึกถึงสายการเรียนด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ว่าเค้าเรียนอะไรกันบ้าง จบมาแล้วสามารถทำงานอะไรได้บ้าง ได้เงินเดือนประมาณเท่าไหร่ และมีมหาวิทยาลัยไหนที่เปิดสอนคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และน่าไปเรียนต่อบ้าง
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ กดข้างล่างได้เลย
- วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) คืออะไร?
- วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) เรียนอะไรบ้าง?
- เราเหมาะจะเรียนสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ไหม?
- ความท้าทายที่จะต้องเจอ เมื่อเลือกเรียนสาขานี้
- เรียนจบไปทำงานอะไร?
- ทำงานสาขานี้ได้เงินเดือนเท่าไหร่?
- มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science)
- อยากเรียนต่อสาขาวิทย์คอมในต่างประเทศ ควรเรียนที่ไหนดี?
วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) คืออะไร?
Computer Sciences (สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์) คือ สาขาที่ผนวกเอาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ การเขียนโปรแกรม หรือแม้ภาษาเข้าไว้ด้วยกันเพื่อใช้แก้ไขปัญหาต่างๆ อีกทั้งยังครอบคลุมไปถึงวิธีการออกแบบโปรแกรมเฉพาะด้าน วิธีการหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ วิธีการเลือกภาษาในการเขียนโปรแกรมและเทคนิคทางวิศวกรรมที่เหมาะสม และวิธีการดูแลและตรวจสอบว่าโปรแกรมต่างๆนั้นทำงานได้อย่างถูกต้องหรือไม่
วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) เรียนอะไรบ้าง?
วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Sciences) หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า วิทย์คอม เป็นสาขาวิชาที่เรียนเกี่ยวกับระบบของคอมพิวเตอร์และการพัฒนาซอฟแวร์ในเครือข่าย ด้วยการใช้อุปกรณ์และการบริการต่าง ๆ ในสอนการประมวลผลข้อมูลของโปรแกรมคอมพิวเตอร์และการพัฒนาเครือข่ายของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งด้านซอฟต์แวร์ (software) ฮาร์ดแวร์ (hardware) และเครือข่าย (network)
เนื้อหาหลักๆ จะประกอบไปด้วย
- วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science: CS) ที่เน้นในเรื่องการคิดคำนวณ รู้จักการแก้ปัญหาเชิงวิเคราะห์
- ความเข้าใจในศาสตร์ดิจิทัล (Digital Literacy: DL) ซึ่งเป็นการเน้นความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ และเทคโนโลยีสารสนเทศ
- การสื่อสาร (Information Communication Technology: ICT) เน้นให้รู้เท่าทันสื่อและข่าวสาร โดยเฉพาะสื่อออนไลน์
เราเหมาะจะเรียนสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ไหม?
สายนี้เหมาะกับคนที่สนใจในเทคโนโลยีและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยระบบหรือโปรแกรม สาขานี้เป็นที่ต้องการในตลาดครอบคลุมแทบทุกสายอาชีพทั้งในภาครัฐและเอกชน
ใครที่กำลังลังเลว่าตัวเองเหมาะกับสาขานี้หรือไม่ควรถามตัวเองว่า
- เราชอบหรือสนุกกับการเรียนภาษาโปรแกรมหรือภาษาในโลกไอทีหรือเปล่า? เช่น Python, Java, C/C++, SQL
- เราชอบใช้ความ creative หรือ logic (ตรรกะ) มากกว่า สายนี้เน้นตรรกะเป็นหลัก คนที่ชอบอะไรที่เกี่ยวกับตรรกะ การใช้เหตุและผล จะเหมาะกับด้านนี้มาก ๆ
- เราชอบแก้ไขปัญหาไหม? สนุกกับการแก้ไขปัญหาแล้วได้ผลลัพธ์ที่ต้องการหรือเปล่า
- เราชอบสร้างเครื่องมือ โปรแกรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการทำงานหรือทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เราต้องการหรือเปล่า?
- ตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือเปล่า?
ถ้าตอบว่าใช่เป็นส่วนใหญ่แล้วล่ะก็ สาขานี้น่าจะเป๊ะโดนใจ ได้ไปต่อสำหรับเราเลยค่ะ
STEM คืออะไร? ทำไมเค้าถึงฮิตกันจัง??
อยากทำงานต่างประเทศต้องอ่าน - รวม 11 อาชีพที่ทั่วโลกต้องการจ้างมากที่สุด
จบแล้ว ได้งานแน่! รวมมหาลัยที่เป็นเลิศด้าน STEM
รวมคอร์สขั้นเทพสายไอที - เปิดโผคอร์สป.โทด้าน AI และ Data ที่ดีที่สุดติดอันดับโลก
ความท้าทายที่ต้องเจอถ้าเรียนด้านนี้
- ต้องสร้างพื้นฐานคณิตศาสตร์ให้แม่นก่อน เพราะเป็นประโยชน์แน่นอน ดังนั้นอาจต้องทบทวนเยอะ ๆ ใครที่ถนัดเลขคือมาได้เลย
- การถือกำเนิดของ AI มีผลกระทบต่อสาขานี้ค่อนข้างมาก ผลกระทบหลัก ๆ ที่อาจจะเห็นได้ชัดคือ
- งานในระดับเริ่มต้น เช่น การเขียนโค้ดแบบเบื้องต้น อาจถูกแทนที่ด้วย AI เพราะปัจจุบัน AI สามารถสร้างโค้ดมาตรฐานได้ 90% ภายในเวลาไม่กี่วินาที
- แต่อย่างไรก็ตาม AI ยังคงไม่สามารถทำงานออกแบบระบบในระดับสูงได้ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นจุดแข็งของมนุษย์เรานะ
- นอกจากนี้ AI ยังขาดการตัดสินใจเชิงจริยธรรม และยังไม่เข้าใจความต้องการทางธุรกิจในแต่ละกรณีได้ดีเท่ามนุษย์ ดังนั้นเรายังจะเป็นผู้คุมบังเหียน คอยควบคุม ตรวจสอบและตัดสินใจสถานการณ์ต่าง ๆ อยู่ค่ะ
- จัดสรรเวลาเรียนให้เหมาะสม
- สร้างวินัยในการเรียน
- ค่าเทอมอาจจะแพงกว่าสาขาอื่น
- งานมีเยอะก็จริง แต่การแข็งขันก็เยอะด้วย ดังนั้นถ้าอยากเข้าบริษัทปัง ๆ ควรสั่งสมประสบการณ์ตั้งแต่ตอนเรียน
- ต้องเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ตามโลกให้ทัน
วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) จบไปทำงานอะไร?
ในหลักสูตร ป.โทนั้นจะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ต่อยอดองค์ความรู้ และผลิตทรัพยากรและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่อุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาวิชาชีพหรือเป็นไปตามความต้องการของตลาด
หลัก ๆ ผู้ที่จบสายงานนี้สามารถประกอบอาชีพต่าง ๆ เช่น
- นักวิจัย
- นักวิชาการในสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
- นักพัฒนาโปรแกรมและซอฟต์แวร์ (Software Developer)
- นักวิเคราะห์และออกแบบระบบซอฟต์แวร์ (Computer Systems Analyst)
- นักออกแบบสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ (Computer Network Architect)
- ผู้ดูแลระบบเครือข่ายและเครื่องแม่ข่าย (Database Administrator)
- นักพัฒนาเว็บไซต์ (Web Developer)
- ผู้บริหารศูนย์ข้อมูล
- วิศวกรระบบ (Computer Hardware Engineer)
- ผู้จัดการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Computer and Information Systems Managers)
- นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Computer and Information Research Scientists)
ทำงานสาขานี้ได้เงินเดือนเท่าไหร่?
สาขานี้เป็นที่ต้องการทั้งในไทยและต่างประเทศเลยค่ะ ในด้านของสายไอทีแบบนี้ ส่วนใหญ่เด็กจบใหม่จะเริ่มต้นที่ราว ๆ 30,000 - 55,000 บาท ในส่วนของระดับกลางจะอยู่ที่ประมาณ 70,000 - 150,000 และสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน อาจได้เงินเดือนสูงถึงประมาณ 200,000 - 300,000 บาทขึ้นไป
ในส่วนของต่างประเทศ ก็รายได้ดีไม่แพ้กัน และสาขาอาชีพนี้ยังติดอยู่ในโผแรงงานที่เป็นที่ต้องการ หรือแรงงานขาดแคลนในต่างประเทศ คือมีลุ้นได้ทำงานต่อหลังเรียนจบในหลาย ๆ ประเทศเลยนะ .
เงินเดือนโดยเฉลี่ยของสายไอทีในแต่ละประเทศ
- สหรัฐอเมริกา เงินเดือนประมาณ 6,800 - 18,000 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 240,000 - 640,000 บาท
- ออสเตรเลีย เงินเดือนประมาณ 9,600 ดอลล่าร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 217,000 บาท
- นิวซีแลนด์ เงินเดือนประมาณ 6,500 - 8,000 ดอลล่าร์นิวซีแลนด์ หรือประมาณ 121,000 - 150,000 บาท
- อังกฤษ เงินเดือนประมาณ 5,400 - 7,000 ปอนด์ หรือประมาณ 230,000 - 299,000 บาท
โน้ตกันไว้นิดนึงนะคะว่าเงินเดือนต่างประเทศค่อนข้างสูงก็จริง แต่ค่าครองชีพและภาษีที่ต้องจ่ายก็เยอะพอสมควรเช่นกัน แต่ค่าตอบแทนโดยรวมก็คุ้มอยู่ค่ะ
ใครที่จบด้านนี้บ้าง?
- Reed Hastings ผู้ร่วมก่อตั้ง Netflix และเคยเป็น CEO (ปัจจุบันยังเป็น Chairman) จบจากสาขา Computer science จาก Stanford University
- Larry Page และ Sergey Brin ผู้ก่อตั้ง Google
- James Park ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Fitbit ธุรกิจที่ผสม Gadget ต่างๆ เข้ากับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ จบสาขา CS จาก Harvard University
- Drew Houston ผู้ก่อตั้ง Dropbox จบจาก MIT
มหาวิทยาลัยที่เปิดการสอนสาขาวิทยศาสตร์คอมพิวเตอร์ หรือวิทย์คอม (Computer Sciences)
มหาวิทยาลัยหลายแห่งทั้งในไทยและต่างประเทศก็มีหลักสูตรนี้ให้เลือกเรียน
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยในไทยที่เปิดสอนสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- มหาวิทยาลัยมหิดล
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี บางมด
- มหาวิทยาลัยศิลปากร
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อยากเรียนต่อสาขาวิทย์คอมในต่างประเทศ ควรเรียนที่ไหนดี?
Ranking คอร์ส Computer Science จากมหาลัยทั่วโลก จัดอันดับโดย QS World University Ranking 2026
- Massachusetts Institute of Technology
- Stanford University
- Carnegie Mellon University
- National University of Singapore (NUS)
- University of Oxford
- Nanyang Technological University, Singapore (NTU Singapore)
- Harvard University
- University of California, Berkeley (UCB)
- University of Cambridge
- ETH Zurich
หลักสูตรที่เปิดสอนในประเทศสุดฮิตที่น่าไปเรียนต่อสุด ๆ
อเมริกา
ในสหรัฐอเมริกา University of Regina เปิดสอนทั้งหมด 25 หลักสูตร / Florida International University เปิดสอน 26 หลักสูตร / University of Kentucky เปิดสอนเพียง 4 หลักสูตร / University of Illinois Chicago เปิดสอน 19 หลักสูตร / ส่วน Western University (Ontario) ประเทศแคนาดา เปิดสอน 13 หลักสูตร
อังกฤษหรือสหราชอาณาจักร (UK)
ทางฝั่งอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรก็มีมหาวิทยาลัยดังอย่าง University of Liverpool เปิดสอนถึง 59 หลักสูตร / Lancaster University เปิดสอน 21 หลักสูตร / University of London เปิดสอน 21 หลักสูตร
ประเทศฝั่งเอเชีย
ส่วนทางเอเชีย Southern University of Science and Technology (SUSTech) ประเทศจีน เปิดสอน 8 หลักสูตร / The Hong Kong Polytechnic University ฮ่องกง เปิดสอน 31 หลักสูตร / University of Hongkong เปิดสอน 8 หลักสูตร
ประเทศออสเตรเลีย
Queensland University of Technology (QUT) ประเทศออสเตรเลีย เปิดสอน 23 หลักสูตร และ Auckland University of Technology ประเทศนิวซีแลนด์ เปิดสอน 56 หลักสูตร
วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ถือว่าเป็นสายการเรียนที่น่าจับตามองอีกหนึ่งสาย ผู้ที่จบจากด้านนี้รับรองว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดและไม่มีทางตกงานอย่างแน่นอน เพราะเทคโนโลยีต่าง ๆ นับวันจะพัฒนาขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งฐานเงินเดือนก็ถือว่าสูงพอสมควร
Updated by: Anuchana P
เครดิท