ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

จบแล้ว ได้งานแน่! รวมมหาลัยที่เป็นเลิศด้าน STEM

best universities for stem degrees
81

    ในยุคปัจจุบัน หลายภาคส่วนของโลกขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ สังคมเศรษฐกิจเองก็เช่นกัน ทำให้ตำแหน่งงานด้าน STEM (ย่อมาจาก Science, Technology, Engineering, Mathematics) เป็นที่ต้องการอย่างมาก

 

    STEM คืออะไร? ทำไมเค้าถึงฮิตกันจัง??

    เรียนต่อวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในต่างประเทศ

 

    ในปี 2020 มีการทำนายว่า อย่างน้อยในสหรัฐอเมริกาจะมีตำแหน่งงานในสายงาน STEM ในเพิ่มขึ้นถึง 1.7 ล้านตำแหน่ง! ซึ่งถือว่ามีโอกาสสูงกว่าคนที่ไม่ได้จบด้าน STEM เยอะมาก โดยตำแหน่งงานแบ่งคร่าวๆ ได้ดังนี้ 

 

    งาน Software Developer กว่า 750,000 ตำแหน่ง 

    งาน Computer Analyst กว่า 650,000 ตำแหน่ง 

    งานวิศวกรโยธา กว่า 326,000 ตำแหน่ง

    งานโปรแกรมเมอร์ กว่า 372,000 ตำแหน่ง

    งานวิศวกรเครื่องกล กว่า 269,000 ตำแหน่ง 

 

    และตามคาด เงินเดือนตอบแทนก็สูงกว่าด้วย ช่วงเงินเดือนอยู่ที่ $69,188-$62,177 หรือ 2,094,673-1,882,414 บาทเลยทีเดียว!  วันนี้ Hotcourses Thailand เลยพาไปดูมหาลัยที่โดดเด่น และขึ้นชื่อเรื่องการผลิตบัณฑิตเข้าสู่วงการ STEM กัน มีมหาลัยอะไรบ้าง ตามไปดูเลยจ้า 

 

  

   Standford University

 

    สิ่งหนึ่งที่ Google, Snapchat และ Netflix มีร่วมกันก็คือ คนก่อตั้วเรียนจบจากสแตนฟอร์ด!

 

    มหาลัยเทพด้าน Tech สาขาที่ดังก็คือ Computer Science, ชีววิทยา (Biology), แพทย์ (Medicine) และวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) (เอาจริงๆ ก็เกือบทุกเมเจอร์) ด้วยความที่มีทรัพยากรครบครัน เน้นการวิจัยและการปฏิบัติจริงๆ ที่สำคัญคือมหาลัยตั้งอยู่ใจกลาง Silicon Valley พื้นที่ยุทธศาสตร์ของบริษัท Tech ดังๆ ระดับโลก อย่างไรก็ตามด้วยความที่มันเริดๆ อย่างนี้ก็ทำให้เป็นมหาลัยในฝันได้ไม่ยาก เปอร์เซนต์การรับเข้าเรียนจึงอยู่ที่ 4.3% จ้ะ 

 

    Massachusetts Institute of Technology

 

    ต้องแนะนำมหาลัยนี้อีกมั้ย!? 

    MIT ขึ้นชื่อเรื่องวิชาการโดดเด่น การสอนและการวิจัยที่เข้มข้น การทดลองและลงมือปฎิบัติจริง ยืนหนึ่งในทุกสาขาตั้งแต่ Engineering and Technology, วิศวกรรมเคมี (Chemical Engineering), วิศวกรรมโยธา (Civil and Structural Engineering), วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical and Electronic Engineering), วิศวกรรมเครื่องกล การบินและการผลิต (Mechanical, Aeronautical and Manufacturing Engineering) รวมไปถึงสาขา Computer science, คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ 

 

    เอาตรงๆ คือเทพทุกด้าน ไม่ใช่แค่วิศวะฯ ใครอยากเข้ามี career path ที่มั่นคงก็ตั้งใจเรียน พัฒนาตัวเองเสมอ ฝันให้ใหญ่และทำให้ได้นะ!!! 

 

 

    New Jersey Institute of Technology

 

    เรียกสั้นๆ ว่า NJIT ตั้งอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซี่ และถูกจัดลำดับโดย Forbes ให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ NJIT เปิดสอนระดับกว่า 126 สาขา รวมไปถึงสาขา STEM ด้วย 

 

    ที่นี่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าถึงคอร์สที่เน้นการวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงมีเวทีให้นักศึกษาปล่อยของกันด้วย นอกเวลาเรียนยังมีชมรมที่ทำให้นักศึกษาได้พบปะคนที่มีความสนใจด้านเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นชมรมวิศวกรรมชีวเวช (Biomedical Engineering), ชมรมคณิตศาสตร์, ชมรมนวัตกรรม, ชมรม Solar Car, และชมรมสำหรับผู้หญิงในวงการ Tech ด้วย 

 

    Binghamton University 

 

    ตั้งอยู่ในรัฐ New York เป็นส่วนหนึ่งของระบบมหาลัยแห่งรัฐ New York (SUNY) ที่นี่มีคอร์สด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สตรองมาก ถ้าเข้าไปเป็นเฟรชชี่ หรือ Freshman ในมหาลัย Binghamton แค่ปีแรกก็ได้ซึมซับความ STEM แล้ว! ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน, มานุษยวิทยาการแพทย์ (biomedical anthropology) สาขาของมนุษยวิทยาที่เชื่อมโยงกับการแพทย์, digital forensics หรือการเก็บ ค้นหา วิเคราะห์หลักฐานทางดิจิทัล 

        

    นอกจากนี้ยังเปิดสอนในสาขา Computer science, Biomedical engineering หรือวิศวกรรมชีวเวช, วัสดุศาสตร์, industrial engineering หรือวิศวกรรมอุตสาหการ 

 

 

    California Institute of Technology

 

    Caltech ตั้งอยู่ในเมือง Pasadena สาขาที่โดดเด่นก็คือ ชีววิทยา (Biological science), เคมี (Chemistry), วัสดุศาสตร์ (Material Sciences), การแพทย์ (Life Science & Medicine) และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences) 

 

    ใครที่มีแพสชั่นอยากเรียนต่อปริญญาด้านวิทย์ๆ และเห็นภาพตัวเองนั่งทำงานในแลป หรือเป็นอาจารย์ด้านนี้แล้วล่ะก็ Caltech ถือเป็นตัวเลือกที่ควรเก็บไว้ตัดสินใจท้ายๆ เลย 

 

    Harvey Mudd College

 

    หลายๆ อาจไม่คุ้นหูกับชื่อนี้ แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยด้านมนุษย์ศาสตร์แล้ว ที่นี่ยังดังด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ด้วยนะเออ Harvey Mudd College อยู่ในเมือง Claremont รัฐ California ด้วยความที่เป็นมหาลัยเอกชนขนาดเล็ก คลาสจึงไม่ใหญ่เกินไป ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ และสร้าง connection ระหว่างอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น 

 

    U.S. News & World Report จัดลำดับให้คณะวิศวะฯ ระดับปริญญาตรีของ Harvey Mudd College ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 (รองจาก MIT) 

    

    ถูกกว่าใคร ไปอเมริกา! รวมมหาลัยค่าเทอมไม่แพงใน US

    5 มหาลัยที่จบแล้ว BIG TECH COMPANY อยากรับเข้าทำงาน!  

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

best universities for stem degrees

จบเอกวารสารสนเทศ ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์เขียนบทความและยังคงมองหางานประจำอยู่เรื่อยๆ เวลาว่างใช้ไปกับการพยายามเรียนคอร์สออนไลน์สักคอร์สให้จบ

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

401989

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

325272

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

86310

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

55875