จบแล้ว ได้งานแน่! รวมมหาลัยที่เป็นเลิศด้าน STEM

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

จบแล้ว ได้งานแน่! รวมมหาลัยที่เป็นเลิศด้าน STEM

best universities for stem degrees

    ในยุคปัจจุบัน หลายภาคส่วนของโลกขับเคลื่อนไปด้วยเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ สังคมเศรษฐกิจเองก็เช่นกัน ทำให้ตำแหน่งงานด้าน STEM (ย่อมาจาก Science, Technology, Engineering, Mathematics) เป็นที่ต้องการอย่างมาก

 

    STEM คืออะไร? ทำไมเค้าถึงฮิตกันจัง??

    เรียนต่อวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในต่างประเทศ

 

    ในปี 2020 มีการทำนายว่า อย่างน้อยในสหรัฐอเมริกาจะมีตำแหน่งงานในสายงาน STEM ในเพิ่มขึ้นถึง 1.7 ล้านตำแหน่ง! ซึ่งถือว่ามีโอกาสสูงกว่าคนที่ไม่ได้จบด้าน STEM เยอะมาก โดยตำแหน่งงานแบ่งคร่าวๆ ได้ดังนี้ 

 

    งาน Software Developer กว่า 750,000 ตำแหน่ง 

    งาน Computer Analyst กว่า 650,000 ตำแหน่ง 

    งานวิศวกรโยธา กว่า 326,000 ตำแหน่ง

    งานโปรแกรมเมอร์ กว่า 372,000 ตำแหน่ง

    งานวิศวกรเครื่องกล กว่า 269,000 ตำแหน่ง 

 

    และตามคาด เงินเดือนตอบแทนก็สูงกว่าด้วย ช่วงเงินเดือนอยู่ที่ $69,188-$62,177 หรือ 2,094,673-1,882,414 บาทเลยทีเดียว!  วันนี้ Hotcourses Thailand เลยพาไปดูมหาลัยที่โดดเด่น และขึ้นชื่อเรื่องการผลิตบัณฑิตเข้าสู่วงการ STEM กัน มีมหาลัยอะไรบ้าง ตามไปดูเลยจ้า 

 

  

   Standford University

 

    สิ่งหนึ่งที่ Google, Snapchat และ Netflix มีร่วมกันก็คือ คนก่อตั้วเรียนจบจากสแตนฟอร์ด!

 

    มหาลัยเทพด้าน Tech สาขาที่ดังก็คือ Computer Science, ชีววิทยา (Biology), แพทย์ (Medicine) และวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) (เอาจริงๆ ก็เกือบทุกเมเจอร์) ด้วยความที่มีทรัพยากรครบครัน เน้นการวิจัยและการปฏิบัติจริงๆ ที่สำคัญคือมหาลัยตั้งอยู่ใจกลาง Silicon Valley พื้นที่ยุทธศาสตร์ของบริษัท Tech ดังๆ ระดับโลก อย่างไรก็ตามด้วยความที่มันเริดๆ อย่างนี้ก็ทำให้เป็นมหาลัยในฝันได้ไม่ยาก เปอร์เซนต์การรับเข้าเรียนจึงอยู่ที่ 4.3% จ้ะ 

 

    Massachusetts Institute of Technology

 

    ต้องแนะนำมหาลัยนี้อีกมั้ย!? 

    MIT ขึ้นชื่อเรื่องวิชาการโดดเด่น การสอนและการวิจัยที่เข้มข้น การทดลองและลงมือปฎิบัติจริง ยืนหนึ่งในทุกสาขาตั้งแต่ Engineering and Technology, วิศวกรรมเคมี (Chemical Engineering), วิศวกรรมโยธา (Civil and Structural Engineering), วิศวกรรมไฟฟ้า (Electrical and Electronic Engineering), วิศวกรรมเครื่องกล การบินและการผลิต (Mechanical, Aeronautical and Manufacturing Engineering) รวมไปถึงสาขา Computer science, คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ 

 

    เอาตรงๆ คือเทพทุกด้าน ไม่ใช่แค่วิศวะฯ ใครอยากเข้ามี career path ที่มั่นคงก็ตั้งใจเรียน พัฒนาตัวเองเสมอ ฝันให้ใหญ่และทำให้ได้นะ!!! 

 

 

    New Jersey Institute of Technology

 

    เรียกสั้นๆ ว่า NJIT ตั้งอยู่ในรัฐนิวเจอร์ซี่ และถูกจัดลำดับโดย Forbes ให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ NJIT เปิดสอนระดับกว่า 126 สาขา รวมไปถึงสาขา STEM ด้วย 

 

    ที่นี่เปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าถึงคอร์สที่เน้นการวิจัยและนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงมีเวทีให้นักศึกษาปล่อยของกันด้วย นอกเวลาเรียนยังมีชมรมที่ทำให้นักศึกษาได้พบปะคนที่มีความสนใจด้านเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นชมรมวิศวกรรมชีวเวช (Biomedical Engineering), ชมรมคณิตศาสตร์, ชมรมนวัตกรรม, ชมรม Solar Car, และชมรมสำหรับผู้หญิงในวงการ Tech ด้วย 

 

    Binghamton University 

 

    ตั้งอยู่ในรัฐ New York เป็นส่วนหนึ่งของระบบมหาลัยแห่งรัฐ New York (SUNY) ที่นี่มีคอร์สด้านวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สตรองมาก ถ้าเข้าไปเป็นเฟรชชี่ หรือ Freshman ในมหาลัย Binghamton แค่ปีแรกก็ได้ซึมซับความ STEM แล้ว! ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงาน, มานุษยวิทยาการแพทย์ (biomedical anthropology) สาขาของมนุษยวิทยาที่เชื่อมโยงกับการแพทย์, digital forensics หรือการเก็บ ค้นหา วิเคราะห์หลักฐานทางดิจิทัล 

        

    นอกจากนี้ยังเปิดสอนในสาขา Computer science, Biomedical engineering หรือวิศวกรรมชีวเวช, วัสดุศาสตร์, industrial engineering หรือวิศวกรรมอุตสาหการ 

 

 

    California Institute of Technology

 

    Caltech ตั้งอยู่ในเมือง Pasadena สาขาที่โดดเด่นก็คือ ชีววิทยา (Biological science), เคมี (Chemistry), วัสดุศาสตร์ (Material Sciences), การแพทย์ (Life Science & Medicine) และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences) 

 

    ใครที่มีแพสชั่นอยากเรียนต่อปริญญาด้านวิทย์ๆ และเห็นภาพตัวเองนั่งทำงานในแลป หรือเป็นอาจารย์ด้านนี้แล้วล่ะก็ Caltech ถือเป็นตัวเลือกที่ควรเก็บไว้ตัดสินใจท้ายๆ เลย 

 

    Harvey Mudd College

 

    หลายๆ อาจไม่คุ้นหูกับชื่อนี้ แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยด้านมนุษย์ศาสตร์แล้ว ที่นี่ยังดังด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ด้วยนะเออ Harvey Mudd College อยู่ในเมือง Claremont รัฐ California ด้วยความที่เป็นมหาลัยเอกชนขนาดเล็ก คลาสจึงไม่ใหญ่เกินไป ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ และสร้าง connection ระหว่างอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้น 

 

    U.S. News & World Report จัดลำดับให้คณะวิศวะฯ ระดับปริญญาตรีของ Harvey Mudd College ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 (รองจาก MIT) 

    

    ถูกกว่าใคร ไปอเมริกา! รวมมหาลัยค่าเทอมไม่แพงใน US

    5 มหาลัยที่จบแล้ว BIG TECH COMPANY อยากรับเข้าทำงาน!  

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.7K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K