ที่ผ่านมาเราจะเห็นความพยายามของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้การศึกษาอาชีวะ หรือ สายวิชาชีพ เป็นที่นิยมมากขึ้นเนาะ ทั้งนี้ก็เพราะตลาดแรงงานที่กำลังขาดแคลน ไม่มีคนที่ชำนาญมากพอในการทำงานทำให้กระแสการศึกษาอาชีวะกำลังมาเลย แต่ก็แน่นอนว่าในสังคมไทยนั้นยังคงติดกับค่านิยมการเรียนแบบเดิมๆ ทำให้หลายๆ บ้านก็ยังไม่แน่ใจว่าการศึกษาอาชีวะจะเวิร์ครึเปล่า
วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปดูว่าการศึกษาสายวิชาชีพ หรือ Vocational Degree ไปเลยว่ามันมีข้อดี ข้อเสียยังไงบ้าง เอาไว้ประกอบการตัดสินใจแล้วกันนะ
การเรียนต่อต่างประเทศสำหรับนักเรียนสายอาชีพ
เรียนออสเตรเลีย TAFE กับ COLLEGE แบบไหนดีกว่ากัน?
👍 ข้อดี
ใช้ระยะเวลาเรียนสั้นกว่า
การเรียนแบบปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปี (ตั้งแต่ม.ปลาย จนจบมหาวิทยาลัย) ส่วนการเรียนสายวิชาชีพนั้นจะใช้เวลาเรียนน้อยกว่า เปรียบเทียบง่ายๆ ในไทยเองจะเรียน ปวช. อย่างน้อย 3 ปี (เทียบเท่ามัธยมปลาย) ต่อด้วย ปวส. อีก 2 ปี (เทียบเท่ามหาลัย) ก็ถือว่าจะใช้เวลาน้อยกว่าการเรียนสายสามัญ 2 ปีเลยทีเดียว
ส่วนในต่างประเทศนั้นถ้าเรียนสายวิชาชีพก็จะใช้เวลาเท่าๆ กัน นั่นก็คือ หลักสูตรจะประมาณ 2 ปี ในขณะที่บางหลักสูตร (เช่น ช่างเชื่อม) ใช้เวลา 9-12 เดือนเท่านั้นในการได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
คอร์สหลากหลาย
เหมือนกับสายสามัญที่มีคณะอยู่มากมาย หลักสูตรวิชาชีพก็มีโรงเรียนและคอร์สให้เลือกหลากหลายไม่แพ้กันนะ ไม่ว่าจะเป็น
โรงเรียนด้านสุขภาพ ที่เรียนแล้วเป็นได้ทั้ง ผู้ช่วยทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ด้านเทคโนโลยีการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่อัลตราซาวน์ เจ้าหน้าที่เภสัชกรรม
โรงเรียนเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น ช่างยนต์ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อมโลหะ ช่างคอมพิวเตอร์
โรงเรียนด้านเลขานุการ ที่เรียนเกี่ยวกับการเป็นเสมียนศาลและเทคโนโลยีออฟฟิศ
โรงเรียนด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่เรียนเกี่ยวกับเว็บดีไซน์ เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีไฟฟ้า นิติวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยเครือข่าย
โรงเรียนด้านการโรงแรม ที่เรียนแล้วจบมาทำอาชีพเกี่ยวกับการบริการ การบริหารจัดการร้านอาหาร รวมไปถึงเชฟ
หลักสูตรช่างตัดเสื้อ จบไปก็เป็นนักอออกแบบเสื้อผ้าได้เลย
หลักสูตรการเตรียมศพ
หลักสูตรล่ามแปลภาษา
5 สายอาชีพน่าเรียนต่อในต่างประเทศ
เคล็ดลับเด็ดหาที่เรียนเชฟ ทำอาหารในต่างประเทศ
สัมภาษณ์อาจารย์ : HOSPITALITY (การท่องเที่ยวและการโรงแรม)
7 สุดยอด โรงเรียนสอนทำอาหารในสิงคโปร์
ลงมือปฏิบัติจริง
นี่คือ ‘แก่น’ ของสายวิชาชีพเลยก็ว่าได้ และคือสิ่งที่ทำให้สายวิชาชีพแตกต่างจากสายสามัญ หลักสูตรการเรียนของสายวิชาชีพเน้นการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์การทำงานจริงๆ ในหลักสูตรที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญมากๆ อย่างเช่น ช่างเชื่อม ช่างไม้ ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า การได้เรียนปฏิบัติจริงๆ ทำให้นักศึกษาเรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดียิ่งขึ้น
เรียนจบแล้วทำงานได้เลย
ผลพวงจากการใช้ระยะเวลาเรียนสั้นกว่า และการได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เมื่อเรียนจบนักเรียนวิชาชีพสามารถกระโดดเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เลย เพราะหลักสูตรได้เตรียมพร้อมให้นักเรียนมีความพร้อมด้านทักษะอยู่แล้วตลอดการเรียน 2 ปี
โดยรวมทั้งหมดแล้ว การเรียนสายวิชาชีพ อาจจะเหมาะสำหรับคนที่รู้สึกไม่ fit in ในระบบการศึกษาแบบเดิมๆ ต้องการ focus ไปเลยว่าอยากเป็นอะไร และต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างรวดเร็วนั่นเอง
👎 ข้อเสีย
ความยืดหยุ่นน้อย
ถ้าพูดถึงสายสามัญ ข้อดีก็คือนักศึกษาสามารถถ่ายโอนหน่วยกิตได้เนาะ แต่ในสายอาชีพทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะมันโฟกัสไปที่หลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าเกิดเรียนช่างซ่อมอยู่ดีๆ แล้วอยากไปเรียนธุรกิจก็ต้องเสียเงินเรียนใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แบบมหาลัยที่สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตได้ (อย่างน้อยก็ในกรณีต่างประเทศอะนะ เพราะยังไม่เคยเห็นในไทยเลย)
อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
หลายๆ คนอาจคิดว่า Vocational degree จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียนมหาวิทยาลัยแบบ 4 ปี แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเนาะ เพราะบางหลักสูตรก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่าการเรียนมหาลัยซะอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นค่าใช้จ่ายก็จะไปตกอยู่ที่เครื่องมือ อุปกรณ์และ workshop ต่างๆ ที่จำเป็นในการเรียนนั่นแหละ
พอจะเก็ท concept คร่าวๆ กันแล้วยัง? ถ้าใครสนใจและอยากได้คำปรึกษาที่มีประโยชน์ละก็แอดไลน์ Hotcourses มาได้เลยนะ เรายินดีมากๆ ทุกคำถามต้องได้รับคำตอบ!