ดูกันชัดๆ! ข้อดี-ข้อเสียของการเรียนสายวิชาชีพ (Vocational Degree)

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ดูกันชัดๆ! ข้อดี-ข้อเสียของการเรียนสายวิชาชีพ (Vocational Degree)

pros cons vocational degrees

ที่ผ่านมาเราจะเห็นความพยายามของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลักดันให้การศึกษาอาชีวะ หรือ สายวิชาชีพ เป็นที่นิยมมากขึ้นเนาะ ทั้งนี้ก็เพราะตลาดแรงงานที่กำลังขาดแคลน ไม่มีคนที่ชำนาญมากพอในการทำงานทำให้กระแสการศึกษาอาชีวะกำลังมาเลย แต่ก็แน่นอนว่าในสังคมไทยนั้นยังคงติดกับค่านิยมการเรียนแบบเดิมๆ ทำให้หลายๆ บ้านก็ยังไม่แน่ใจว่าการศึกษาอาชีวะจะเวิร์ครึเปล่า 

 

    วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปดูว่าการศึกษาสายวิชาชีพ หรือ Vocational Degree ไปเลยว่ามันมีข้อดี ข้อเสียยังไงบ้าง เอาไว้ประกอบการตัดสินใจแล้วกันนะ 

 

    การเรียนต่อต่างประเทศสำหรับนักเรียนสายอาชีพ

    เรียนออสเตรเลีย TAFE กับ COLLEGE แบบไหนดีกว่ากัน?

 

👍 ข้อดี

 

ใช้ระยะเวลาเรียนสั้นกว่า 

 

    การเรียนแบบปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 7 ปี (ตั้งแต่ม.ปลาย จนจบมหาวิทยาลัย) ส่วนการเรียนสายวิชาชีพนั้นจะใช้เวลาเรียนน้อยกว่า เปรียบเทียบง่ายๆ ในไทยเองจะเรียน ปวช. อย่างน้อย 3 ปี (เทียบเท่ามัธยมปลาย) ต่อด้วย ปวส. อีก 2 ปี (เทียบเท่ามหาลัย) ก็ถือว่าจะใช้เวลาน้อยกว่าการเรียนสายสามัญ 2 ปีเลยทีเดียว 

    

    ส่วนในต่างประเทศนั้นถ้าเรียนสายวิชาชีพก็จะใช้เวลาเท่าๆ กัน นั่นก็คือ หลักสูตรจะประมาณ 2 ปี ในขณะที่บางหลักสูตร (เช่น ช่างเชื่อม) ใช้เวลา 9-12 เดือนเท่านั้นในการได้ประกาศนียบัตรวิชาชีพ 

 

คอร์สหลากหลาย

 

    เหมือนกับสายสามัญที่มีคณะอยู่มากมาย หลักสูตรวิชาชีพก็มีโรงเรียนและคอร์สให้เลือกหลากหลายไม่แพ้กันนะ ไม่ว่าจะเป็น 

    โรงเรียนด้านสุขภาพ ที่เรียนแล้วเป็นได้ทั้ง ผู้ช่วยทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด ผู้ช่วยแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ด้านเทคโนโลยีการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่อัลตราซาวน์ เจ้าหน้าที่เภสัชกรรม

    โรงเรียนเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น ช่างยนต์ ช่างไม้ ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อมโลหะ ช่างคอมพิวเตอร์

    โรงเรียนด้านเลขานุการ ที่เรียนเกี่ยวกับการเป็นเสมียนศาลและเทคโนโลยีออฟฟิศ

    โรงเรียนด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ที่เรียนเกี่ยวกับเว็บดีไซน์ เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีไฟฟ้า นิติวิทยาศาสตร์และความปลอดภัยเครือข่าย 

    โรงเรียนด้านการโรงแรม ที่เรียนแล้วจบมาทำอาชีพเกี่ยวกับการบริการ การบริหารจัดการร้านอาหาร รวมไปถึงเชฟ

    หลักสูตรช่างตัดเสื้อ จบไปก็เป็นนักอออกแบบเสื้อผ้าได้เลย

    หลักสูตรการเตรียมศพ

    หลักสูตรล่ามแปลภาษา

 

    5 สายอาชีพน่าเรียนต่อในต่างประเทศ

    เคล็ดลับเด็ดหาที่เรียนเชฟ ทำอาหารในต่างประเทศ

    สัมภาษณ์อาจารย์ : HOSPITALITY (การท่องเที่ยวและการโรงแรม)

    7 สุดยอด โรงเรียนสอนทำอาหารในสิงคโปร์

    

 

ลงมือปฏิบัติจริง 

 

    นี่คือ ‘แก่น’ ของสายวิชาชีพเลยก็ว่าได้ และคือสิ่งที่ทำให้สายวิชาชีพแตกต่างจากสายสามัญ หลักสูตรการเรียนของสายวิชาชีพเน้นการลงมือปฏิบัติจริงเพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์การทำงานจริงๆ ในหลักสูตรที่ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญมากๆ อย่างเช่น ช่างเชื่อม ช่างไม้ ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า การได้เรียนปฏิบัติจริงๆ ทำให้นักศึกษาเรียนรู้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ดียิ่งขึ้น 

 

เรียนจบแล้วทำงานได้เลย

 

    ผลพวงจากการใช้ระยะเวลาเรียนสั้นกว่า และการได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เมื่อเรียนจบนักเรียนวิชาชีพสามารถกระโดดเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เลย เพราะหลักสูตรได้เตรียมพร้อมให้นักเรียนมีความพร้อมด้านทักษะอยู่แล้วตลอดการเรียน 2 ปี 

 

    โดยรวมทั้งหมดแล้ว การเรียนสายวิชาชีพ อาจจะเหมาะสำหรับคนที่รู้สึกไม่ fit in ในระบบการศึกษาแบบเดิมๆ ต้องการ focus ไปเลยว่าอยากเป็นอะไร และต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างรวดเร็วนั่นเอง

 

👎 ข้อเสีย 

 

ความยืดหยุ่นน้อย

 

    ถ้าพูดถึงสายสามัญ ข้อดีก็คือนักศึกษาสามารถถ่ายโอนหน่วยกิตได้เนาะ แต่ในสายอาชีพทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะมันโฟกัสไปที่หลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้าเกิดเรียนช่างซ่อมอยู่ดีๆ แล้วอยากไปเรียนธุรกิจก็ต้องเสียเงินเรียนใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่แบบมหาลัยที่สามารถถ่ายโอนหน่วยกิตได้ (อย่างน้อยก็ในกรณีต่างประเทศอะนะ เพราะยังไม่เคยเห็นในไทยเลย) 

 

อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

 

    หลายๆ คนอาจคิดว่า Vocational degree จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการเรียนมหาวิทยาลัยแบบ 4 ปี แต่นั่นก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเนาะ เพราะบางหลักสูตรก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่าการเรียนมหาลัยซะอีก ทั้งนี้ทั้งนั้นค่าใช้จ่ายก็จะไปตกอยู่ที่เครื่องมือ อุปกรณ์และ workshop ต่างๆ ที่จำเป็นในการเรียนนั่นแหละ 

        

    พอจะเก็ท concept คร่าวๆ กันแล้วยัง? ถ้าใครสนใจและอยากได้คำปรึกษาที่มีประโยชน์ละก็แอดไลน์ Hotcourses มาได้เลยนะ เรายินดีมากๆ ทุกคำถามต้องได้รับคำตอบ!

Add friend

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

463K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.8K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.5K