คุณมี Mindset แบบไหน? เคล็ดลับการเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

คุณมี Mindset แบบไหน? เคล็ดลับการเรียนต่อต่างประเทศให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

share image

 

เพื่อน ๆ เคยสงสัยมั้ยคะว่าทำไมคนบางคนก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จมากนักหลังกลับมาจากการเรียนต่อที่ต่างประเทศ ในขณะเดียวกันคนบางคนที่บางทีก็ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยกลับประสบความสำเร็จอย่างมากมาย?

 

มันมีอยู่หลายปัจจัยคะที่จะทำให้คนที่เรียนต่อต่างประเทศประสบความสำเร็จ การมี mindset หรือความเชื่อที่เหมาะสมถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ช่วยให้นักเรียนนักศึกษาไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จแต่ยังเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ให้กับพวกเขาอีกด้วยค่ะ 

 

ในโพสต์นี้เราจะมาคุยกันเรื่อง mindset ทั้ง 3 ประเภทกันนะคะ โดยเราจะลงไปในรายละเอียดเพื่อให้เพื่อน ๆ สามารถเข้าใจได้ว่า mindset ไหนเป็นความเชื่อที่ดีที่สุดที่เพื่อน ๆ ต้องมีเพื่อเพิ่มโอกาสไปสู่ความสำเร็จของตัวเพื่อน ๆ เองค่ะ

 

เริ่มกันเลย!

 

 

1. Fixed mindset

คนที่มีความคิดลักษณะนี้ไม่ได้มีความมุ่งมั่นที่จะมีพัฒนาการใด ๆ ค่ะ เขามักจะยึดติดอยู่กับความสำเร็จในอดีต เขาจะหวนรำลึกและมีความอาลัยอาวรณ์กับอดีตที่สวยงามของเขาอยู่เสมอ และปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของเขาค่ะ เขามีความเชื่ออย่างแรงกล้าที่ว่าในอดีตนั้นเขามีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมาก หรือเขายังสามารถมีความคิดที่ว่าเขาได้ทำบางสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ในอดีตและเขาก็ไม่สามารถลืมหรือให้อภัยตัวเองได้ค่ะ 

 

ถ้าเพื่อน ๆ กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ จงระลึกไว้เสมอนะคะว่า “fixed mindset” ไม่สามารถพาเพื่อน ๆ ไปได้ไกลอย่างแน่นอนค่ะ และก็เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ความเชื่อที่ดีที่ควรจะยึดถือนะคะ

 

2. Flexible mindset

คนที่มีความเชื่อแบบนี้มักจะเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ ความท้าทาย และเงื่อนไขในชีวิตค่ะ ไม่ใช่ทุกสิ่งที่สามารถทำให้เขาตกใจกลัวได้ พวกเขาจะไม่บ่นหรือมองว่าสิ่งที่เข้ามาทำให้ชีวิตเขายุ่งยาก แต่จะมองมันเป็นความท้ายทายในชีวิต สุดท้ายแล้วเขาจะพบกับความสำเร็จในชีวิตแต่ก็ยังคงรู้สึกเหมือนถูกฉุดรั้งอยู่ และเขาก็มักจะไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร แต่ข่าวดีก็คือเพื่อน ๆ จะได้รู้จากบทความนี้อย่างแน่นอนค่ะ

 

เราอยากให้เพื่อน ๆ รับรู้ไว้ว่าถ้าพวกเรามีความเชื่อแบบ “flexible mindset” เพื่อน ๆ อาจจะสามารถหลีกเลี่ยงบางสิ่งบางอย่างเช่น สภาวะตกใจในวัฒนธรรมที่แตกต่าง (cultural shock) และสามารถรักษาระดับความสัมพันธ์ที่ดี “ในระดับหนึ่ง” กับเพื่อนต่างชาติและอาจารย์ได้ค่ะ แต่แค่นั้นอาจยังไม่เพียงพอค่ะ หนึ่งในสิ่งที่ดีสุดของการเรียนต่างประเทศคือการสร้างเครือข่ายและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอไม่ใช่หรอ? ดังนั้นมันมีโอกาสให้เราเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ค่ะ และนั่นก็จะทำให้เราก้าวสู่ mindset แบบต่อไป ซึ่งเป็นความเชื่อที่ดีที่สุดที่เราควรจะมี

คำแนะนำและวิธีการรับมือกับ Culture Shock จากผู้ที่เคยเรียนต่อต่างประเทศ คลิ๊กเลย!

แล้ว Reverse Culture Shock ล่ะ เพื่อน ๆ เคยได้ยินกันหรือเปล่าคะ? มาหาคำตอบพร้อมกัน ที่นี่ ได้เลยค่ะ

 

 

3. Growth mindset

ใช่แล้วล่ะค่ะ นี่คือความเชื่อในแบบที่เพื่อน ๆ ต้องมี คนที่มี “growth mindset” คือคนที่มักจะประสบความสำเร็จค่ะ ไม่เพียงแต่เขาจะมีความสามารถในการอดทนกับความลำบากของชีวิตแต่เขายังก้าวผ่านมันไปด้วยดีเสมอ และยังคงไล่ตามความสำเร็จต่อไปเช่นกัน พวกเขาเรียนรู้จากทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา ถ้าเขาแพ้ เขาจะมองว่ามันคือบทเรียนที่มีคุณค่า และเขาพร้อมที่จะเรียนรู้จากมัน เขามักจะออกไปเจอกับผู้คนที่มีความสามารถที่ต่างออกไปเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากคนเหล่านั้น เขาอาจเก็บเกี่ยวแม้กระทั่งบางสิ่งใหม่ ๆ ที่เขาไม่เคยเจอจากเด็กน้อย โดยไม่ได้ตีกรอบอายุ เพศ หรือสิ่งใดก็ตาม นอกจากนั้นเขามักจะคิดที่จะสร้างมูลค่าให้กับสังคมที่เขาอยู่อยู่เสมอ และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วการสร้างเครือข่ายจะตอบแทนประโยชน์ให้กับทั้งสองฝ่ายค่ะ

 

ดังนั้นถ้าเพื่อนคิดจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็อย่าลืมสร้าง “growth mindset” ให้กับตัวเองนะคะ เพราะประโยชน์ที่สำคัญที่สุดจากการเรียนที่ต่างประเทศคือการเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ และการพัฒนาบุคลิกภาพของตัวเองค่ะ ซึ่งหากเพื่อน ๆ มีความเชื่อแบบนี้จะต้องสามารถเก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ ได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศยอดนิยมที่นักเรียนไทยมักไปศึกษาต่อได้ที่นี่!

      >>> วัฒนธรรมของอเมริกา

      >>> วัฒนธรรมของอังกฤษ

      >>> วัฒนธรรมของออสเตรเลีย

 

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สและสถาบัน

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K