รู้จัก New England ‘ภูมิภาคมหาลัยเทพ’ ในอเมริกา!

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
อเมริกา: แนะนำประเทศและเมือง

รู้จัก New England ‘ภูมิภาคมหาลัยเทพ’ ในอเมริกา!

share image

 

     สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ประกอบด้วยรัฐ 50 รัฐและ Washington D.C. และด้วยความที่มันใหญ่มากนี่แหละ ลักษณะภูมิประเทศมันเลยหลากหลายมากกก! วันนี้ Hotcourses Thailand เลยจะพาไปทำความรู้จักกับ ‘New England’ ชื่อเล่นที่ใช้เรียก รัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือ (North East) ของอเมริกากัน! 

 

    ก่อนอื่นเลย อย่าสับสนคำว่า ‘England’ กับ ‘New England’ นะเออเพราะมันละอย่างกัน แต่มันก็ไม่ใช่จะไม่มีความเชื่อมโยงกันซะทีเดียว เพราะชาวอังกฤษกลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งชื่อแถบนี้ว่า ‘New England’ เพราะมีสภาพอากาศเหมือนประเทศอังกฤษบ้านเกิดนั่นแหละ ด้วยความที่แถบนี้ติดมันกับมหาสมุทรแอตแลนติก เหมือนกันอังกฤษที่เป็นเกาะล้อมด้วยมหาสมุทร 

 

     ส่วนรัฐที่เราจะนับว่าอยู่ในเขต ‘New England’ นี้มีอยู่ด้วยกัน 6 รัฐ ได้แก่ Maine, New Hampshire, Vermont, Massachusetts, Rhode Island และ Connecticut ส่วนเมืองหลักๆ ที่คนไทยคงคุ้นหูก็คือ Boston นั่นเอง แต่ละรัฐก็จะมีทั้งจุดเด่นที่ร่วมและต่างกันไป สิ่งหลักๆ ที่มีรวมกันก็คือ

 

    - เป็นภูมิภาคที่รุ่มรวยไปด้วยประวัติศาสตร์ของอเมริกาตั้งแต่ยุคอาณานิคม (ใครจำ Boston Tea Party ได้บ้างจ๊ะตอนเรียนประวัติศาสตร์เมกา?) 

    - มีทัศนียภาพสวยงาม ในฤดูใบไม้ร่วง (Fall) นักท่องเที่ยวจะแห่กันมาชม ‘Fall Foliage’ กันเพราะต้นไม้เปลี่ยนสีเป็นภูเขาทั้งลูกเลยทีเดียว 

    - ติดมหาสมุทร Atlantic อากาศก็เลยแปรปรวนบ้าง เดี๋ยวแดดออก ฝนตก ช่วงหน้าหนาวก็หนาวสุดๆ เปียกๆ แฉะๆ 

    *สำคัญที่สุดคือ ถือเป็นอีกภูมิภาคแห่งการศึกษาในอเมริกา! F. Scott Fitzgerald นักเขียนนวนิยายชื่อดังเขียนบรรยายภูมิภาคนี้ไว้ว่า ‘New England, the land of schools.’

 

    สถาบันการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

    ข้อดี-ข้อเสียระบบการศึกษาในอเมริกา

 

    บทความนี้จะอ้างอิงชื่อมหาวิทยาลัยใน New England จากหนังสือพิมพ์ Boston Globe นะจ๊ะ อาจมีไม่ครบแต่ตัวเด็ดๆ เพียบแน่นอน ขอไล่ไปตามรัฐแล้วกันเนาะ

 

    Massachusetts

    Harvard University อยู่ในเมือง Cambridge

    ต้องการคำอธิบายอะไรอีกมั้ยสำหรับมหาลัยนี้? ก่อตั้งในปี 1636 และเป็นหนึ่งใน Ivy league ขึ้นๆ ลงๆ ในการจัดลำดับ Top 5 มหาลัยของโลกตลอด คณะในมหาลัย Harvard โดดเด่นและครอบคลุมทั้งคณะสายวิทย์และสายศิลป์ ใครที่เป็น Book lovers ต้องชอบแน่ๆ เพราะที่นี่มีห้องสมุดแบบ academic ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมทั้งงานวิจัยสำคัญๆ และ manuscripts ตั้งแต่ยุคกลางมาด้วย! 

 

    Massachusetts Institute of Technology (MIT) อยู่ในเมือง Cambridge

    อีกหนึ่งมหาลัยที่ไม่ต้องมีคำแนะนำตัว ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน การเรียนการสอนที่เข้มข้น โฟกัสการเรียนการสอนไปที่การวิจัยทำให้ MIT ผลิตผลงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อสังคมออกมามากมาย สาขาที่โดดเด่นได้แก่ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ 

 

    อะไรคือ IVY LEAGUE??

    10 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย IVY LEAGUE ในอเมริกา

 

    

    Tufts University 

    มหาลัย Tufts มีหลักสูตรครอบคลุมถึง 70 สาขา ส่วนสาขาที่โดดเด่นก็คือเรื่องการแพทย์ และสัตวแพทย์นั่นเอง มหาลัยมี 3 แคมปัสในรัฐ และไปเปิดศูนย์การศึกษายุโรปในประเทศฝรั่งเศสด้วยนะเออ

 

    Northeastern University

    มหาลัยเอกชนใจกลางเมืองบอสตัน นอกจากการศึกษาที่เข้มข้นแล้ว มหาลัยยังส่งเสริมนักศึกษาผ่านการฝึกงานด้วย นอกจากนี้มหาลัยนี้ยังมีโครงการ Pathway สำหรับใครที่อยากไปเรียนต่อป.ตรีที่อเมริกาด้วยนะ

    

    Babson College

    ตั้งอยู่ในเมือง Wellesley  เป็นอีกหนึ่ง College ที่มีชื่อเสียงด้าน Entrepreneurship, Business School, MBA มากๆ ถือว่ามีชื่อเสียงในหมู่คนไทยไม่น้อยเลย

 

    ส่วนใหญ่มหาลัยพวกนี้จะอยู่ในเมืองเนาะ อย่าง Boston นี่ค่าครองชีพแพงอยู่นะ แต่ก็จะได้คุณภาพชีวิตที่ดีแลกคืนมา อากาศดี ความปลอดภัยสูง มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ คนก็ยิ้มแย้ม และ Boston นี่หันไปทางไหนก็มีแต่นักศึกษา สมกับเป็นเมืองแห่งการศึกษาจริงๆ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเลยนะ 

 

    Connecticut

    Yale University

    อีกหนึ่งมหาลัยใน Ivy league อยู่ในเมือง New Haven เมเจอร์ที่ดังๆ ก็คือ รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ในระดับป.โท ที่ดังๆ ก็ กฏหมาย (คุ้นๆ กับคำว่า Yale Law School กันมั้ย?) MBA, แพทย์ก็ดังไม่แพ้กัน ส่วนเปอร์เซ็นการตอบรับเข้าเรียนอยู่ที่ 7%  

 

    INFOGRAPHIC รวมค่าใช้จ่ายต่างๆที่นักเรียนไทยในอเมริกาควรรู้!

 

    New Hampshire 

    Dartmouth College

    College เอกชนในเมือง Hanover และเป็นมหาลัยที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มสมาชิกของ Ivy league ด้วย และด้วยความที่มีขนาดเล็กทำให้อาจไม่มีหลักสูตรครอบคลุม แต่มีข้อดี ก็คือแต่ละคลาสมีขนาดเล็ก ทำให้ครูและนักเรียนโฟกัสไปที่การเรียนและการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ ทุกคอร์สจะสอนด้วย Professors ที่มีความชำนาญ ไม่ได้สอนด้วย TA แต่อย่างใด 

 

    ถูกกว่าใคร ไปอเมริกา! รวมมหาลัยค่าเทอมไม่แพงใน US

    จบปุ๊บ ได้งานปั๊บ - 12 มหาลัยในอเมริกาที่นายจ้างอ้าแขนรับคนเรียนจบ

 

 

    Rhode Island

    Brown University 

    ตั้งอยู่ในเมือง Providence เมืองหลวงของ Rhode Island และเป็นหนึ่งใน Ivy league ด้วย คณะที่ดังๆ ก็คือ เศรษฐศาสตร์, ชีววิทยา, Computer Science ที่ Brown จะเน้นไปทั้งการเรียนและการวิจัย คลาสก็ไม่ใหญ่มากทำให้นักเรียนกับอาจารย์มีโอกาส discuss กันได้มากขึ้น นอกจากนี้ตัวหลักสูตรเองยังเปิดกว้างให้นักเรียนได้เลือกเรียนตามวิชาที่สนใจด้วย คนดังที่เคยเรียนที่นี่ก็คือแม่มดน้อยของเรา Emma Watson นั่นเอง (เธอจบเอก English literature)

 

    Rhode Island School of Design (RISD)

    อีกหนึ่งโรงเรียนออกแบบที่มีชื่อเสียงในอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมือง Providence เช่นกัน ใครเป็นสาย Art ควรแอดเข้าไปอยู่ในช้อยส์เลย ที่นี่ดังทั้งด้าน Interior, Landscape Architecture ใครเป็นสายออกแบบกราฟฟิค หรือ illustration ที่นี่ก็มีเหมือนกัน 

    

    แนะนำมหาวิทยาลัยดังสาขา CREATIVE ART & DESIGN

 

    Providence เป็นเมืองหลวงของรัฐ แน่นอนว่าค่าครองชีพแพงเป็นธรรมดา (อีกแล้ว!) แต่ก็คล้ายๆ กับ Boston นั่นแหละมันก็มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อีกอย่างการมี Brown Univeristy ในเมืองก็ทำให้บรรยากาศเมืองน่าอยู่ และเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ทำให้เกิดการเรียนรู้

 

    Main

    Bowdoin College

    ถึงแม้จะมีไซส์เล็ก แต่คุณภาพคับแก้วแน่นอน เพราะ Bowdoin เป็น college ที่มีหลักสูตรศิลปศาสตร์โดดเด่นเป็นอันดับที่ 3 ในอเมริกาเลย หลักสูตรที่ได้รับความนิยมก็คือ รัฐศาสตร์ และถือเป็น college ติดอันดับในรัฐ Maine ด้วยนะ

    

   สุดท้าย ใครจะไปเรียนต่ออเมริกาก็ลองแอด New England เข้าไปในลิสต์แล้วกันนะ น่าไปเรียน ไปใช้ชีวิตใช่ย่อย Good luck!

 

Study in the USA

ฟรี

คู่มือเรียนต่ออเมริกา

เรื่องอื่นๆที่ไม่ควรพลาดในเล่มเราได้รวบรวมบทความที่สำคัญเกี่ยวกับเรียนต่ออเมริกาเอาไว้ทั้งหมด

ดาวน์โหลด EBOOK

MUST READ

article Img

รวมรัฐน่าไปเรียนต่อในอเมริกาและจุดเด่นของแต่ละที่ เมืองไหนดียังไงบ้าง

สหรัฐอเมริกา ประกอบไปด้วย 50 รัฐและเขตพิเศษอีกหนึ่งแห่งคือ Washington D.C. เวลาจะไปเรียนต่อในอเมริกา ตัวเลือกมหาลัยและเมืองจึงเยอะมาก เพราะมีมหาลัยและวิทยาลัยกว่า 5,300 แห่งทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเลือกเมืองผิดชีวิตการเรียนต่ออาจผิดไปเลย          แต่วันนี้ Hotcourses Thailand จะพาไปดูว่าในบรรดา 50 (+1) รัฐ รัฐไหนจะน่าอยู่มากที่สุด พร้อมดูว่าแต่ละรัฐมีความเท่าเทียมมากน้อยแค่ไหน พร้อมไปดูมหาลัยอะไรในรัฐนั้นๆ ด้วย

47K
article Img

เทียบกันชัดๆ 2 เมืองใหญ่แห่งอเมริกา NYC vs LA

รู้ๆ กันอยู่ว่าถ้าพูดถึงสหรัฐอเมริกาแล้ว ชื่อเมืองที่หลายๆ คนต้องนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คงหนีไม่พ้น New York City ที่มีเทพีเสรีภาพซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง อีกเมืองคงหนีไม่พ้น Los Angeles นครแห่งทูตสวรรค์ สัญลักษณ์ที่จำขึ้นใจคงเป็น Hollywood Sign ด้วยความเป็นเมืองใหญ่และเมืองเจริญทั้งคู่ และด้วยความที่ vibe มันต่างกันอยู่ แถมยังอยู่คนละฝั่งของประเทศอีก ทำให้ 2 เมืองนี้กลายเป็นคู่แข่งกันในหลายๆ เรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องการศึกษา! Hotcourses Thailand

20K
article Img

เรียนต่ออเมริกาเมืองไหนดี เช็กเลย! นิสัยแบบเราเหมาะเรียนต่อเมืองไหนในอเมริกาบ้าง

ก่อนจะไปดูว่าเราควรไปเรียนต่ออเมริกาเมืองไหนดี เมืองไหนเหมาะกับนิสัยเราที่สุด เราก็ต้องรู้ก่อนค่ะว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นคนประเภทไหน นิสัยยังไงกันแน่ หนึ่งในวิธีที่เป็นที่รู้จักกันดีก็คือแบบทดสอบนิสัยและบุคลิกภาพ 16 ประเภทของ Myers-Briggs (MBTI) ซึ่งจะมากับชุดคำถามหลากหลายแง่มุมให้เราคิดคำตอบที่ใกล้เคียงกับเราที่สุดในแต่ละข้อ จากนั้นทางเว็บไซต์จะประมวลผลออกมาให้เป็นคำตอบที่ประกอบไปด้วย 4 ตัวอักษรภาษาอังกฤษ โดยแต่ละตัวอักษรนี้จะแทนบุคลิกภาพเด่น ๆ ในตัวเรา

2.9K