ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

เคล็ดลับ 9 ข้อเพื่อการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษสำหรับผู้เริ่มต้น

37138

หลายคนที่เพิ่งเริ่มฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจังตอนโต มักพบเจอกับความท้อใจอย่างมหาศาล โอ๊ย...คนอื่นเขาไปถึงไหนกันแล้ว เรายังฟังฝรั่งพูดไม่รู้เรื่องสักที เวลาจะตอบก็ตะกุกตะกักนึกคำไม่ออก อยากไปเรียนต่อเมืองนอกกับเขาบ้างจะมีหวังไหมเนี่ย

เราเชื่อว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเรียนรู้ค่ะ หากเริ่มเปิดรับภาษาอังกฤษเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันเตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าคุณจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอน ลองแบ่งเวลาสักวันละ 30 นาทีมาฝึกฝนเคล็ดลับ 9 ข้อนี้อย่างสม่ำเสมอดูสิคะ

 

1. ฟังภาษาอังกฤษทุกวัน

การฝึกภาษาควรเริ่มจากการฟังค่ะ ช่วงเริ่มฝึกใหม่ๆ อาจจะยังฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง ก็ลองหาคลิปสอนภาษาที่พูดช้าๆ มาฟังก่อนค่ะ เฉพาะใน Youtube ก็มีสอนอยู่มากมายนับไม่ถ้วน เช่นช่องของ Learn English with EnglishClass101.com, Anglo-Link, Speak English With Misterduncan, Rachel's English, JenniferESL ฯลฯ หรือถ้าใครใช้งานอุปกรณ์จากค่าย apple การโหลด Podcast มาติดเครื่องไว้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีเนื้อหาที่น่าสนใจให้เลือกฟังเพียบ หากมีเวลาน้อยจะฟังระหว่างนั่งรถ ออกกำลังกาย หรือทำความสะอาดบ้านก็ยังได้

 

2. ตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษ

ไม่ว่าจะคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ควรตั้งค่าเมนูเป็นภาษาอังกฤษให้หมดเลยค่ะ รวมถึง Facebook, Twitter และโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ใช้งานเป็นประจำด้วยนะคะ จะได้รู้สึกคุ้นชินกับภาษาอังกฤษมากขึ้น

 

3. รับข่าวสารเป็นภาษาอังกฤษ

หากใครรู้สึกว่าทักษะพัฒนาขึ้นแล้ว อยากขยับเลเวลในการฝึกภาษา ก็ลองติดตามข่าวเป็นภาษาอังกฤษดูค่ะ นอกจากจะได้ฝึกภาษาแล้ว ยังได้อัพเดทเหตุบ้านการเมืองอีกด้วย แหล่งข่าวต่างประเทศยอดนิยมก็ได้แก่ BBC, CNN และ Google News หรือถ้าอยากติดตามข่าวของประเทศไทย ก็มีให้ติดตามกันหลายเว็บ เช่น Bangkokpost และ The Nation

 

4. ดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษ

นอกจากจะได้ความบันเทิงแล้ว คนที่ดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษเป็นประจำยังยืนยันว่าวิธีนี้ช่วยพัฒนาทักษะได้จริงๆ ค่ะ แต่ต้องทำต่อเนื่องสักระยะหนึ่งนะคะ ไม่ใช่ดูหนัง 4-5 เรื่อง ฟังเพลง 6-7 เพลง แล้วจะเก่งขึ้นได้ทันตาเห็น

 

5. เลือกอ่านตามความสนใจ

การเลือกอ่านบทความภาษาอังกฤษหัวข้อที่ตรงกับความสนใจ เช่น เรื่องท่องเที่ยว อาหาร ดนตรี ศิลปะ จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คุณอยู่กับการฝึกภาษาอังกฤษได้ยาวนานยิ่งขึ้น เดี๋ยวนี้มีบทความตามเว็บไซต์ นิตยสารออนไลน์ให้เลือกอ่านฟรีมากมายค่ะ หรือถ้าอยากไฮเทคขึ้นมาอีกนิด Kindle ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะมีคลังหนังสือให้เลือกมหาศาลแล้ว ยังช่วยถนอมสายตาอีกด้วย >คลังหนังสือฟรีสำหรับ Kindle<

 

6. เขียนอย่างสม่ำเสมอ

ใช้เวลาสัก 10 นาทีต่อวัน เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในวันนี้เป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ สัก 3-4 บรรทัด หรือเขียนอะไรก็ได้ที่เรากำลังสนใจอยู่ในขณะนั้น ไม่ต้องยาวมากแต่เน้นความสม่ำเสมอ ถ้ามีเพื่อนที่เก่งภาษาช่วยตรวจแก้ไขให้ด้วยก็จะดีมาก สำหรับคนที่ไม่รู้จะเขียนอะไร เขียนสิ่งที่ฟังจากภาษาอังกฤษก็ได้ค่ะ จะได้พัฒนาทั้งทักษะการฟังและการเขียนควบคู่กันไปด้วย

 

7. เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ทุกวัน

ตามเว็บไซต์ดิกชั่นนารีออนไลน์ส่วนใหญ่ เช่น Dictionary.com และ Oxford Dictionaries จะมีการหยิบคำศัพท์น่าสนใจขึ้นมาเป็น Word of the Day ให้ผู้ใช้งานได้รู้จักคำศัพท์ใหม่ๆ เพิ่มเติม ลองเข้าไปดูและจำไว้ใช้งานดูสิคะ

 

8. ฝึกพูดภาษาอังกฤษ

จับคู่กับเพื่อนที่กำลังฝึกภาษาอังกฤษอยู่เหมือนกัน แล้วคุยภาษาอังกฤษกันสัก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือจะใช้บริการเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนฝึกภาษา เช่น italki หรือ verbling ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับการฝึกสนทนาเพื่อใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

 

9. วางแผนการฝึกภาษาอังกฤษ

ทั้งแปดข้อที่แนะนำไปในข้างต้นเป็นเทคนิคในการฝึกฝนทักษะด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน แต่ข้อสุดท้ายนี้จะเป็นตัวช่วยให้กระบวนการฝึกของทุกคนประสบความสำเร็จค่ะ ก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่าอยากพัฒนาทักษะด้านไหนเป็นพิเศษ และฝึกภาษาอังกฤษไปเพื่ออะไร ถ้าฝึกเพื่อสอบ TOEIC / TOEFL / IELTS ก็ต้องเน้นความเป๊ะของไวยกรณ์ควบคู่ไปด้วย แต่ถ้าอยากสื่อสารได้คล่องปาก การฝึกก็คงต้องเน้นใช้งานจริงบ่อยๆ คุยกับเจ้าของภาษาบ่อยๆ

 

ตัวอย่างการวางแผน :

ต้องการพัฒนาทักษะการพูดเพื่อสื่อสารในชีวิตประจำวัน ด้วยการเรียนคอร์ส Speaking ออนไลน์ / คุยกับเจ้าของภาษาอย่างน้อยสองชั่วโมงต่อสัปดาห์ และดูข่าวภาษาอังกฤษวันละ 10 นาที

 

 

การเขียนออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะต้องทำอะไรบ้าง จะช่วยให้วิธีการและเป้าหมายของเราชัดเจน และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นค่ะ

>> เปรียบเทียบ IELTS TOEFL สอบอันไหนดี รู้ให้แม่นก่อนเลือกเรียน

คำแนะนำเรื่องคอร์สและสถาบัน...

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
ปริญญาตรี
เกี่ยวกับผู้เขียน

สุธาสินี จบนิเทศศาสตร์ สาขาโฆษณาและภาพยนตร์ หลงใหลการอ่านหนังสือ ชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม สนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ ปัจจุบันทำงานเป็นนักเขียนอิสระและรับสัมภาษณ์บุคคล สนุกกับการดูซีรี่ย์และทดลองสูตรอาหารใหม่ๆ เมื่อมีเวลาว่าง

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

334447

เปรียบเทียบ IELTS TOEFL สอบอันไหนดี ไปเรียนอังกฤษสอบอันไหน

ระบบคะแนน ระดับคะแนนของ IELTS จะอยู่ระหว่าง 1 ถึง 9 ในทุกทักษะ​(ฟัง พูด อ่าน เขียน) โดยระดับ 1 คือระดับต่ำสุดและระดับ 9 คือระดับสูงสุด หมายความว่าใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก ในขณะเดียวกันคะแนน TOEFL จะแบ่งตามทักษะ และนำคะแนนรวมของทุกทักษะมาใช้เป็นคะแนนสุดท้าย ยกตัวอย่างเช่น TOEFL iBT 120 คะแนน จะแบ่งเป็นทักษะละ 30 คะแนน คะแนนรวมของทุกทักษะจะบอกถึงความถนัดทางภาษาของเราว่าได้กี่คะแนน ดูการเปรียบเทียบระบบคะแนนด้านล่าง   รูปแบบการสอบ

258735

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

73483

เตรียมสอบ IELTS ด้วยตนเอง

>>> การสอบ IELTS คืออะไร >>> รู้จักกับ IELTS แบบใหม่ IELTS UKVI สำหรับขอวีซ่าอังกฤษ เริ่มใช้ 2558    ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ในการสอบฟังของ IELTS เราจะได้ยินการสนทนาที่ตัดมาจาก 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยอาจจะเป็นเพื่อนคุยกับเพื่อน อาจารย์คุยกับนักเรียน หรือรายงานข่าวทางวิทยุ ดังนั้นเราควรจะปรับนิสัยการดูข่าวของเรา ดูรายการเกมส์โชว์ หรือฟังเพลงในรายการต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสำเนียงต่างๆ

48395