ถ้าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยเฉพาะเรียนต่ออังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์หรือแคนาดา หลาย ๆ คนน่าจะต้องเตรียมตัวสอบ IELTS เพื่อเอาผลคะแนนไปยื่นสมัครมหาวิทยาลัยกันใช่ไหมคะ แต่ถ้าพูดถึงการเตรียมสอบ IELTS เราอาจจะมีคำถามขึ้นมาว่า ถ้าเราอยากได้ band 6-7 ขึ้นไป เราควรใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ในการฝึกและต้องฝึกยังไงบ้าง บางคนมีเวลา 1 ปีในการเตรียมตัว หรือ บางคนเหลือไม่กี่เดือนก็จะสอบแล้ว มาค่ะ วันนี้เราจะแจกแผนการเตรียมสอบ IELTS ด้วยตัวเองมาให้ดูกัน ใครมีเวลาเท่าไหร่ ไปเลือกดูเลย
IELTS สอบอะไรบ้าง ข้อสอบ IELTS เป็นยังไง
-
Listening 30 นาที
-
ฟังบทสนทนาแล้วให้เติมคำในช่องว่าง หรือมีช้อยส์ให้เลือกตอบ
-
ส่วนใหญ่เป็นแบบให้เขียนตอบ ดังนั้นควรระวังเรื่องการสะกดคำด้วย
-
-
Reading 60 นาที
-
อ่านบทความ ทำความเข้าใจและตอบคำถาม
-
ส่วนใหญ่เนื้อหาบทความจะเป็นเรื่องทั่วไป เช่น สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์
-
มักมีให้ตอบ True, False, Not given
-
มีทั้งหมด 3 บทความ ควรฝึกจับเวลาดี ๆ
-
-
Writing 60 นาที
-
part 1 เขียนบรรยายและฺอธิบายข้อมูลสำคัญจากกราฟ คาราง ชาร์ตต่าง ๆ
-
part 2 เขียนเรียงความแบบมีโครงสร้าง มีการเกริ่นนำ ในส่วนเนื้อหาต้องแสดงความคิดเห็น มีเหตุผลรองรับ โต้แย้งได้
-
-
Speaking 15 นาที
-
พูดคุย ถามตอบกับผู้สอบ
-
เริ่มด้วยการพูดคุยเรื่องทั่วไป หลังจากนั้นจะต้องเลือกบัตรคำถามเพื่อเลือกหัวข้อที่จะพูด (มีเวลาให้เตรียมตัวประมาณ 1 นาที) โดยเราจะต้องพูดไปเรื่อย ๆ โจทย์ค่อนข้างกว้าง ทำให้เราพูดและเล่าเรื่องได้ เช่น บรรยายสถานที่ประทับใจ บรรยายเกี่ยวกับชีวิตวัยเด็ก
-
ในส่วนสุดท้ายจะมีการให้พูดตอบโต้ อธิบาย ถกประเด็นต่าง ๆ
-
ควรเริ่มฝึก IELTS เพื่อเตรียมสอบเมื่อไหร่
-
ถ้าอยากได้ band 7 แนะนำให้เริ่มเตรียมตัว 8-12 เดือนล่วงหน้า
-
ถ้าภาษาอังกฤษค่อนข้างดีอยู่แล้ว เตรียมตัว 1-3 เดือนล่วงหน้าก็ได้
โน้ตก่อนเริ่มวางแผนเตรียมสอบ IELTS
-
ก่อนจะเริ่มเตรียมสอบ เราขอแนะนำให้ลองทำข้อสอบเก่า ๆ ดูก่อนและทำแบบจับเวลาด้วย เสร็จแล้วเราจะได้รู้ว่าเราทำพาร์ทไหนได้ดี พาร์ทไหนที่ต้องฝึกเพิ่ม
-
แพลนข้างล่างสามารถเปลี่ยนได้ แล้วแต่เราเลย
-
บางคนอาจจะเริ่มด้วยสกิลที่ถนัดก่อน แล้วตามด้วยสกิลที่เราไม่ถนัด ก็ได้
-
ควรเผื่อเวลาไปฝึกในพาร์ทที่เรายังไม่ถนัดเพิ่มเติมด้วย
-
ใช้เวลาทบทวนและทำข้อสอบเก่าอย่างต่ำ 2 ชม.ต่อวันจะเห็นผลเร็วมาก
เตรียมตัวใน 1 เดือน 30 วันก็อัพคะแนน IELTS ได้
-
เริ่มด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบการสอบ IELTS ก่อน จะได้รู้ว่าเราต้องเจอกับอะไรในการสอบบ้าง
-
จากนั้นลองทำข้อสอบ IELTS ของปีก่อน ๆ แบบจับเวลาเหมือนสอบจริง เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าต้องฝึกทบทวนมากหรือน้อยแค่ไหน
-
วันที่ 1-5 listening skill
-
ฝึกฟัง podcast, TEDtalk หรือข่าวภาษาอังกฤษให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในระหว่างวัน เช่น ระหว่างนั่งรถ ระหว่างเดินทาง
-
หัวข้อที่ควรฟังคือหัวข้อเกี่ยวกับ environment, education, health, sciences, business
-
ฝึกทำข้อสอบเก่าทุกเย็นหรือในช่วงเช้า (แล้วแต่ถนัด) ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ต่อวัน
-
-
วันที่ 6-10 reading skill
-
ฝึกอ่านและทำข้อสอบเก่า อย่างต่ำ 2 ชม. ต่อวัน
-
-
วันที่ 11-15 writing skill
-
เริ่มด้วยการฝึกอ่านดูคำตอบข้อสอบเก่า ๆ เป็นแนวทางก่อน จะทำให้เราได้ไอเดียว่าควรตอบยังไง คิดยังไง
-
ฝึกการคิดและเขียนคำตอบแบบมีโครงสร้าง (structure)
-
-
วันที่ 16-20 speaking skill
-
ใช้เวลาช่วงแรก ๆ ในการฟังตัวอย่างการตอบก่อน จะได้คุ้นกับการตอบอย่างมีโครงสร้าง
-
ฝึกอ่านโจทย์เก่า ๆ และเริ่มตอบเป็นภาษาอังกฤษโดยจับเวลาไว้ด้วย อย่าให้เกินกว่าที่กำหนด
-
ลองอัดเสียงที่ตัวเองตอบและฟังทวน ว่ามีคำไหนที่เราติดรึเปล่า หรือมีช่วงไหนที่เราตอบไม่ได้ คำไหนออกเสียงผิดหรือไม่ชัด
-
-
วันที่ 21-26
-
ฝึกในส่วนที่เราถนัดน้อยที่สุดเพิ่ม เน้นฝึกหนัก ๆ แบบเข้มข้น
-
อ่านหัวข้อหรือสิ่งที่ควรใช้/ต้องระวังในการตอบ เช่น คำที่ไม่ควรใช้, คำที่สามารถใช้ได้ในการเริ่มเขียนพาร์ท writing
-
-
วันที่ 27-30
-
ฝึกแบบทุกสกิลรวมกัน
-
จับเวลาในการทำแบบเหมือนจริง
-
เช็คคำตอบและคะแนนในแต่ละส่วน ลองดูว่าอันไหนเราทำเพิ่มขึ้นได้บ้าง
-
IELTS ไม่ต้องสูงก็เรียนต่อนิวซีแลนด์ได้สบ๊าย
IELTS ไม่ถึง 6.5 ก็เรียนต่อแคนาดาได้สวยๆ
IELTS ไม่สูง ก็เรียนต่อมหาลัยดีๆ ในออสเตรเลียได้นะ
เตรียมตัวสอบ IELTS ภายใน 1 ปี
-
เริ่มด้วยการทำความเข้าใจรูปแบบการสอบ IELTS ก่อน จะได้รู้ว่าเราต้องเจอกับอะไรในการสอบบ้าง
-
จากนั้นลองทำข้อสอบ IELTS ของปีก่อน ๆ แบบจับเวลาเหมือนสอบจริง เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าต้องฝึกทบทวนมากหรือน้อยแค่ไหน
-
เดือนที่ 1-3 เน้นเสริมพื้นฐานภาษาอังกฤษให้ดีขึ้น
-
วางแผนทบทวนภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ (ฟัง พูด อ่าน เขียน)
-
กำหนดไปเลยว่าแต่ละสัปดาห์จะฝึกด้านไหน วันไหน เช่น
-
วันจันทร์: listening
-
ฝึกฟังข่าว BBC, ดูซีรี่ย์อังกฤษ, ฟังเลคเชอร์ออนไลน์
-
-
วันอังคาร: reading
-
ฝึกอ่านข่าวหรือบทความภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะในหัวข้อสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม
-
-
วันพุธ: speaking
-
ฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนหรือคนใกล้ตัว
-
หาโอกาสพูดให้ได้เยอะที่สุด
-
-
วันพฤหัส: writing
-
ฝึกเขียนภาษาอังกฤษ ความยาวประมาณ 80 -100 คำในหัวข้อที่หลากหลาย (จะเป็นหัวข้อที่เราชอบก็ได้ หรือเป็นหัวข้อที่ออกสอบ IELTS บ่อย ๆ ก็ได้)
-
อย่าลืมหาคนช่วยตรวจให้ด้วย ถ้าไม่มี ลองเน้นตรวจ grammar และ spelling ด้วยเว็บหรือแอพฯ ที่เชื่อถือได้
-
-
วันศุกร์: vocabulary
-
ท่องศัพท์ใหม่ ๆ คำศัพท์ที่มักเจอในบทความภาษาอังกฤษ ข่าวภาษาอังกฤษ หรือบทความที่มักออกสอบ
-
-
วันเสาร์: ฝึกในพาร์ทที่เราไม่ถนัด
-
วันอาทิตย์: พักก่อน 1 วัน :)
-
-
เดือนที่ 4-6 เน้นทำข้อสอบเก่า ฝึกเพิ่มคะแนน IELTS
-
ฝึกแต่ละพาร์ทตามตารางข้างบน แต่เริ่มเน้นไปที่การสอบ IELTS
-
ฝึกทำข้อสอบของปีก่อน ๆ เน้นฝึกไปทีละพาร์ท
-
ในส่วน speaking ฝึกทั้ง 2 พาร์ท พูดถึงหัวข้อเกี่ยวกับโรงเรียน ที่ทำงาน เมืองที่เราเกิด บ้านที่เราอยู่ ครอบครัว งานอดิเรก
-
เน้นท่องศัพท์ที่เจอบ่อยใน IELTS
-
ในพาร์ท writing ฝึกเขียนตอบทั้งใน task 1 (วิเคราะห์กราฟ รายงาน ตัวเลขต่าง ๆ) และ task 2 (ตอบคำถามแบบมีหลักการและมีโครงสร้าง)
-
เขียนแบบจับเวลาเหมือนจริง
-
-
เดือนที่ 7-9 เน้นอัพคะแนน เน้นเทคนิค
-
เน้นการทบทวนและฝึก IELTS เพื่อให้ได้คะแนนสูง
-
ในพาร์ท writing เน้นศัพท์ที่ซับซ้อนและไม่เบสิคเกินไปเพื่อช่วยให้คะแนนสูงขึ้น เน้นการใช้คำเชื่อมที่เหมาะสม และรู้จักการตอบอย่างมีโครงสร้างที่ถูกต้อง
-
ในพาร์ท speaking เน้นศัพท์ที่ช่วยให้ได้คะแนนสูง ๆ ฝึกพูดให้ไหลลื่น
-
ฝึกอ่าน reading ทั้งจากข่าว บทความ และข้อสอบเก่า
-
ฝึกฟัง listening ทั้งจากข่าวและข้อสอบเก่า
-
-
เดือนที่ 10-12 ฝึกทำข้อสอบแบบแน่น ๆ
-
ฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลาจริง
-
เน้นเสริมในจุดที่เราทำได้น้อยหรือยังไม่ถนัด
-
พอใกล้จะสอบ ทำใจร่ม ๆ ไม่ต้องเครียด เตรียมตัวมาเยอะขนาดนี้ไม่ต้องกลัวแล้ว :)
-
