ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

รวมคำถามที่จะทำให้การติดต่อมหาลัยเป็นเรื่องกล้วยๆ Part 1

share image
77

ใครเคยประสบปัญหาอยากเริ่มทำอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนบ้าง? เรื่องการติดต่อกับมหาลัยที่เราอยากเรียนต่อก็คล้ายๆ กันนะ ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ต้องถามอะไรบ้าง? และเอาเข้าจริงๆ แล้วการเริ่มต้นมักจะยากที่สุด ว่ามั้ย? วันนี้ Hotcourses Thailand เลยรวบรวมคำถามที่มักจะถูกถามบ่อยๆ (FAQs) ในขั้นตอนการสมัครเรียนต่อมาบอกกัน 

 

    ลองอ่านไว้เป็นแนวทางเอาไว้ใช้กัน! 

 

ควรเริ่มตอนไหน? 

When should I start? 

 

    ขั้นตอนแรกก็เริ่มหาข้อมูล เข้าเว็บไซต์มหาลัยที่เราเล็งไว้ ดูหลักสูตรที่เปิดสอนของที่ต่างๆ เปรียบเทียบ ชั่งน้ำหนักและทำความเข้าเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลในการเตรียมเอกสารต่างๆ ในอนาคต 

 

    ถ้าเป็นปริญญาตรี เวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มก็คือช่วงหน้าร้อน (พฤษภาคม-สิงหาคม) นักเรียนส่วนใหญ่จะเริ่มทำเอกสารช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน)  

    ส่วนป. โทนั้นภาคเรียนจะเริ่มตอนกันยายน ดังนั้นก็ควรจะส่งใบสมัครตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม การเตรียมเอกสารต่างๆ ก็ควรให้เสร็จตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม กางปฏิทินไว้เลยจ้ะ

    

 

แล้วเริ่มจากตรงไหนดีนะ?

How do I begin?

    

    พอได้คอร์สหรือหลักสูตรที่จะเรียนแล้วก็เข้าไปดูเลยว่ามีเอกสารอะไรบ้างที่ต้องใช้ สร้างโฟลเดอร์ของแต่ละมหาลัยที่เราจะสมัครไว้เลย อย่าลืมใส่ checklist  ไว้ด้วยว่าเอกสารยังขาดเหลือยังไง

 

    เช็คลิสต์การเขียนใบสมัครเรียนต่อต่างประเทศ & วิธีตรวจ APPLICATION FORM

 

 

สมัครมหาลัยกี่ที่ดี?

How many universities I can apply?

 

    ส่วนใหญ่จะแนะนำให้เลือกไว้สัก 5-8 มหาลัย (หรือน้อยกว่านี้ก็ได้) ทั้งหมดควรจะเป็นมหาลัยที่เราอยากเข้า หรือคิดว่าเข้าไปแล้วจะแฮปปี้ และเป็นมหาลัยที่มีแนวโน้มจะตอบรับเราด้วย สรุปก็คือควรเป็นมหาลัยที่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากไปเรียนน่ะ แต่ก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงด้วยนะ

 

 

ส่งใบสมัครตอนไหนเวิร์คที่สุด? 

When is the best time to send application?

 

    อันนี้ต้องแล้วแต่เลย ขึ้นอยู่กับมหาลัยที่อยากเข้า ในขณะที่บางมหาลัยอาจมีเดดไลน์ไว้ แต่บางมหาลัยก็เปิดรับสมัครตลอดทั้งปี ไหนจะบางที่ที่ยึดหลัก First come first serve หรือบางครั้งถ้ามหาลัยได้จำนวนนักเรียนพอแล้วก็อาจปิดรับสมัครไปดื้อๆ ดังนั้นก็ควรสมัครให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นั่นแหละ สักประมาณ 6 เดือนก่อนที่ภาคเรียนกำลังจะเปิด

 

     ถ้าเรามีมหาลัยที่เราอยากเข้าจริงๆ ก็สมัครไปแรกๆ (Early Application) เลย แต่ถ้ายังไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวเลือกก็ค่อยสมัครก็ได้ การส่งใบสมัครแรกๆ มีข้อดีคืออาจได้ offer ก่อน และพอได้แล้วก็จะจัดการเรื่องอื่นๆ ที่ต้องทำได้ไว อย่างเช่น การหาที่พัก 

 

    ในการเรียนต่อปริญญาโทนั้น ส่วนใหญ่จะเริ่มภาคเรียนตอนเดือนกันยายน

 

    

สมัครทางจดหมายหรือออนไลน์ดีกว่ากัน? 

Should I use an online or a paper application?

 

    ถามมหาลัยเลยว่าเขาสะดวกช่องทางไหน แต่มหาลัยส่วนใหญ่ก็จะชอบช่องทางออนไลน์มากกว่าเพราะเข้าดูง่าย แถมบางแห่งยังมี discount ให้อีกถ้าสมัครออนไลน์อะ ข้อดีของการสมัครช่องทางออนไลน์ก็คือสะดวก และมันง่ายเวลาจะแก้ไข้ข้อมูลหรือข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น 

 

    ทั้งนี้ทั้งนั้นเช็คกับทางมหาลัยดีๆ เพราะบางมหาลัยยังต้องการเอกสารแบบ Paper อยู่จ้ะ

 

 

ถ้าใช้ Personal statement แบบเดิมกับทุกที่จะได้มั้ย? 

Is it OK to use the same material on different applications?

 

    ได้! ไม่จำเป็นต้องเขียนใหม่ทุกครั้งเพราะอาจเป็นการเสียเวลาเนาะ ลองใช้เวลาทุ่มเทกับ Personal Statement / Essay อันเดียว เอาให้เริด ให้ปังไปเลยดีกว่า แต่พยายามอย่าเอ่ยถึงชื่อคอร์ส ชื่อมหาลัยอะไรเป็นพิเศษ ให้เอ่ยถึงหลักสูตรคร่าวๆ ก็พอ 

 

    การเขียน PERSONAL STATEMENT

    รวมหลากหลายวิธีเขียน PERSONAL STATEMENT พิชิตใจคนอ่านได้ตั้งแต่พารากราฟแรก

    เคล็ดลับการเขียน PERSONAL STATEMENT สำหรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัย

    

 

ควรสมัครมั้ยถ้าคะแนนไม่ถึงเกณฑ์? 

Should I apply to colleges if my admission-test scores are below their published ranges?

 

    ควร! จะบอกว่าสิ่งที่เค้าบอกให้เว็บน่ะคือคะแนนกลางๆ เท่านั้น ไม่ได้ตัดฉับซะทีเดียว ให้ระลึกไว้ว่ามหาลัยไม่ได้เอาคะแนนมาพิจารณาอย่างเดียว เขาเอาทั้ง Personal Statement, กิจกรรมที่เราเคยทำ, ประสบการณ์ทำงาน รวมไปถึงจดหมายแนะนำตัวมาพิจารณาด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมสร้าง profile ตรงนี้ไว้ด้วย 

 

    7 มหาลัยยอดฮิตที่ไม่มี IELTS ก็เข้าเรียนได้

    

 

สมัครมหาลัยที่คิดว่ายังไงก็ไม่มีทางจ่ายไหวดีมั้ย? 

Should I even bother applying to colleges I don’t think I can afford?

 

    ลอง! ส่วนใหญ่มหาลัยจะมีทุนอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าไปเช็คดีๆ นะว่าเป็นทุนอะไร คลอบคลุมอะไรบ้าง ให้แค่นักเรียนชาติเค้ารึเปล่า เพราะฉะนั้นต้องลองสมัครเข้าไปก่อน ได้ก็ค่อยมาดูส่วนนี้อีกทีนึงเนาะ

 

      รวมทุนการศึกษายอดฮิตที่คัดแล้วกว่า 20 ทุนเพื่อการเรียนต่อ

      อัปเดตทุนเรียนต่ออเมริกาประจำปี 2019

 

    ติดตาม FAQs ที่ต้องรู้อีกได้อีกในตอน 2 นะ!

 

 

ค้นหาคอร์ส

เลือกประเทศ
โดยระดับการศึกษา*
เกี่ยวกับผู้เขียน

author image

จบเอกวารสารสนเทศ ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์เขียนบทความและยังคงมองหางานประจำอยู่เรื่อยๆ เวลาว่างใช้ไปกับการพยายามเรียนคอร์สออนไลน์สักคอร์สให้จบ

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

402058

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง....แต่ก็แพงอยู่นะบอกก่อน)  

325354

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

86323

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

55887