สืบประสบการณ์ การติดต่อมหาลัยต่างประเทศด้วยตัวเอง

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สืบประสบการณ์ การติดต่อมหาลัยต่างประเทศด้วยตัวเอง

applying universities directly

  Hello Sis! พบกับ Miss Detective Diva อีกแล้วนะคะ! ทุกวันศุกร์มิสจะมาพร้อมบทความร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟจากสำนักงานนักสืบมาฝากทุกคนกัน ครั้งนี้มิสก็กลับมากับหัวข้อมีประโยชน์ให้ชาวซิสได้อ่านเป็นความรู้กันอีกแล้ว

 

    ซิสคนไหนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ แล้วไม่อยากไปกับเอเจนซี่บ้างคะ? เพราะประเด็นที่มิสเอามาฝากทุกคนคือ การไปเรียนต่อต่างประเทศที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบด้วยตัวเอง! หลายคนอาจคิดว่ามันยุ่งยากเกินไปรึเปล่า จะมีคนทำเหรอ เสียเวลานะเฮ้ย จากที่มิสไปสืบมา มีคนติดต่อมหาลัยเองก็เยอะมากกก (สาวๆ เพื่อนๆ ของมิสเองก็ทำเช่นนั้น) 

 

    มิสว่าข้อดีของการติดต่อมหาลัยเองก็คือ เราจะรู้ขั้นตอนทุกอย่างของการสมัคร ทำความเข้าใจรายละเอียดและได้รีเช็คตัวเองไปในตัวว่าเราชอบคอร์สนี้จริงๆ รึเปล่าอะนะ และหลายๆ คนที่สมัครเรียนต่อเองก็จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเป๊ะๆ โดยตรงจากทางมหาลัยเองเลย ลองฟังเสียงจากทางบ้านดูว่าเค้าคิดยังไงกันบ้าง

    

    “เอเจ้นบางที่ไม่รู้เรื่องไรมากหรอกครับ

 

    พูดๆผลักๆไปที่ๆได้ติดต่อกันด้วยแค่นั้นเอง

 

    แนะนำว่าหาข้อมูล ถามพี่ๆที่อยู่ หรือมีประสบการณ์ใยเมืองนั้นๆในพันทิปนี่แหละครับ ละเอียดที่สุด” --- หน้าตัวผู้

 

    “ถ้าไม่หนักหนาเกินไปสมัครเองโลดครับ มีอะไรสอบถาม Admin ที่โน่นโดยตรง ตอบตรงที่สุด

ถ้าได้ Agent ดีก็ดีไปนะครับน่าจะช่วยให้สะดวกขึ้นเยอะมาก เเต่ถ้าเจอเเบบผมก็อย่าให้คนที่ไม่รู้จักเเม้เเต่ชื่อเรามาตัดสินความสามารถเรา ปล. มหาลัยที่ดีมากๆ ไม่มี Agent นะครับ พวก Oxford Cambridge etc” --- shane-shaggy 

 

     แล้วต้องทำยังไงละ?  มิสเลยไปสืบมาให้แล้วจ้ะ ว่าเค้าทำยังไงกันบ้าง บทความอ่านจะหนักหน่อย แต่รับรองว่าเป็นประโยชน์ต่อซิสที่อยากจะไปเรียนต่อด้วยตัวเองแน่ๆ มิสคอนเฟิร์ม! 

 

   ซิส เหมือนที่มิสเคยพูดๆ ไป ว่าการไปเรียนต่อป. โทเนี่ย ตัวซิสเองต้องมี Goal คร่าวๆ ในใจแล้วนะว่า ฉันอยากเรียนต่อด้านนี้ ที่มหาลัยนี้ ประเทศนี้ ใครยังไม่แน่ใจลองรีเช็คตัวเองดีๆ นะ

 

    9 คำถามจี้ใจ ถ้าตอบไม่ได้อย่าเพิ่งรีบไปเรียนต่อ

 

    ส่วนซิสคนไหนที่ปักธงในใจได้แล้วก็ลุยเลย! หลังจากได้หลักสูตร มหาลัยแล้วซิสต้องอ่าน Requirement ให้ดีๆ นะว่าเขาจะต้องใช้อะไรบ้าง หลังจากนี้มิสขอแยกเป็นขั้นตอนไปนะ โดยจะอ้างอิงจากกระทู้ในบอร์ดม่วงของคุณ  BirdSurasak  ชื่อ  สมัครเรียนต่อโทที่อเมริกาด้วยตัวเอง แชร์ข้อมูลอย่างละเอียดทุกขั้นตอน มิสขอยกนิ้วให้เป็นกระทู้ทรงคุณค่าเลยค่ะ 

 

    สำหรับซิสคนไหนที่ยังงงๆ และสับสนอยู่ว่าจะสมัครที่ไหนบ้าง มิสขออนุญาตใช้ตารางที่คุณ BirdSurasak แปะไว้ในกระทู้ ลองดูตามตารางและไล่ไปเลยว่าแต่ละที่ใช้คะแนนและคุณสมบัติยังไงบ้าง มิสอยากให้แต่ละคนเช็ค Deadline ให้ดีๆ นะ สำคัญมากค่ะ 

 

    *SOP - Statement of Purpose

    *LOR - Letter of Recommendation ช่องนี้ให้ใส่เป็นตัวเลขไปว่าเค้าต้องการกี่ฉบับ 

 

 

สอบวัดทักษะภาษาอังกฤษ

 

    "การวัดทักษะทางภาษานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับนักเรียนไทยที่จะไปเรียนต่อทั้งในอังกฤษและอเมริกานะครับ ปัญหาที่ผู้เริ่มต้นมักจะสับสนกันก็คือแล้วจะต้องสอบอะไรดี เพราะมีชื่อย่อเยอะเหลือกเกินทั้ง IELTS, TOEFL, GRE, และ GMAT ... 

 

    …ถ้าต้องการไปต่ออังกฤษต้องสอบ IELTS ให้ได้ 6.5 ขี้นไป ในมหาวิทยาลัยทั่วไป และ 7.5 ขึ้นไป ในมหาวิทยาลัย Top    ถ้าต้องการไปต่ออเมริกาต้องสอบ TOEFL ให้ได้ 80 ขึ้นไปในมหาวิทยาลัยทั่วไป และ 100 ขึ้นไป ในมหาวิทยาลัย Top"

 

    ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

    เปรียบเทียบ GRE กับ GMAT เลือกสอบอันไหนดี?

 

    รู้อย่างนี้แล้ว ซิสก็ต้องหมั่นเตรียมตัว สร้างวินัยในการอ่านหนังสือให้ตัวเองเลย เพราะค่าสมัครแต่ละครั้งไม่ใช่น้อยๆ เด้อ ใครจะสอบอะไร โปรดอ่านลิ้งก์ข้างล่างนี้ได้เลยจ้ะ ช่วยได้มากๆ นะ การสอบก็เหมือนการรบอะ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง! 

 

    สุดยอดลายแทงรวมบทความ IELTS ที่คนเตรียมสอบห้ามพลาด

    ชำแหละข้อสอบ IELTS พาร์ท WRITING ที่อาจทำให้คุณได้คะแนน 5-6.5 ไปครอง

    5 คัมภีร์เตรียมสอบ TOEFL สุดขลังประจำปี 2019

    สัมภาษณ์นักศึกษา : ประสบการณ์การสอบ TOEFL

    7 มหาลัยยอดฮิตที่ไม่มี IELTS ก็เข้าเรียนได้

    

 

เอกสารที่ต้องใช้

 

    หลังจากซิสไปฟาดฟันกับข้อสอบมาแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมเอกสารอื่นๆ เนาะ เอกสารต่างๆ ก็แบ่งเป็น 

  1. เอกสารที่ต้องทำเอง ได้แก่ Resume, Statement of Purpose, Portfolio เป็นต้น
  2. เอกสารที่ต้องไปรวบรวมมาให้ทันตามกำหนดเวลา อย่างเช่น Letter of Recommendation, Transcript, Transcript evaluation  เป็นต้น 

 

    อันที่น่าจะยากสำหรับซิสที่เพิ่งเริ่มต้นเขียนก็น่าจะเป็น Statement of Purpose เนาะ ใครยังเริ่มไม่ถูก ลองอ่านที่คุณ BirdSurasak แนะนำไว้

 

    "...เขียน Resume ก่อน เพราะจะทำให้เราเรียบเรียงความคิดได้ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมาเราทำอะไรมาบ้างก่อนหลัง และใช้ SOP นี้เป็นตัวอธิบายโดยละเอียด หรือเน้นย้ำสิ่งที่ Resume ทำไม่ได้ครับ คือต้องวางกลยุทธ์ให้ Resume กับ SOP เป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกัน แต่ไม่พูดเรื่องซ้ำกันนะครับ เราต้องชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมที่เราจะเรียนนี้จะเสริมศักยภาพเราอย่างไร และในทางกลับกันเรามีอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อโปรแกรมบ้าง ลองอ่านหนังสือชื่อ Graduate Admission Essays โดย Donald Asher ดูนะครับ (มีตัวเล่มที่หอสมุดปรีดี พนมยงค์ มธ. ท่าพระจันทร์)"

    

    การเขียน PERSONAL STATEMENT

    เคล็ดลับการเขียน PERSONAL STATEMENT สำหรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัย

    รวมวิธีเขียน PERSONAL STATEMENT พิชิตใจคนอ่านได้ตั้งแต่พารากราฟแรก

 

    อีกอันที่น่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการรวบรวมมาก็คือ  Letter of Recommendation มิสแนะนำให้บอกคนที่เราอยากให้เขียนแนะนำให้ตั้งแต่เนิ่นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์หรือเจ้านายก็ตาม ถ้ามีคนตอบรับจะเขียนให้แล้ว ก็ควรส่งชื่อหลักสูตร สาขาวิชา ชื่อคณะ ชื่อมหาลัยพร้อม Deadline ที่อยากจะให้เค้าส่งมาให้เราด้วยนะ อาจจะสักก่อน Deadline จริงๆ 1 สัปดาห์ 

 

    ส่วน Transcript และเอกสารอื่นๆ ก็ควรเผื่อเวลาไว้เช่นกันนะ เราก็ไม่ควรจะเร่งเจ้าหน้าที่ เผลอๆ อาจต้องเสียเงินเพิ่มด้วยถ้าต้องการใช้ด่วนจริงๆ เพราะฉะนั้นควรเช็คเวลาให้ดีๆ ว่าเราต้องใช้อะไรตอนไหนเพื่อไม่ให้ทุกอย่างผิดพลาด 

 

    ซิสควรสร้าง Checklist  เอกสารไว้เลยนะว่าเราต้องส่งอะไรบ้าง มิสมีมาให้คร่าวๆ ดังนี้จ้ะ

  • Application Form (ใบสมัคร)
  • Non-refundable Application Fee (ค่าสมัคร) 
  • Academic Statement of Purpose 
  • Official Transcripts (ผลการศึกษาตอนปริญญาตรี) 
  • Official Recommendations (กี่ฉบับ เช็คให้ดีๆ นะ) 
  • English Proficiency: TOEFL/IELTS (ผลสอบการวัดทักษะภาษาอังกฤษ) 
  • Supplemental Application Materials (บางทีอาจขอเอกสารเพิ่ม เช็คดีๆ) 

    

    มิสอยากจะแนะนำว่าหากซิสมีข้อสงสัยตรงไหน อย่ากลัวเด็ดขาดที่จะส่งอีเมลล์ไปสอบถามมหาลัย ใครแบล้งก์สุดๆ ก็ไม่ต้องกลัว มิสมีลิสต์คำถามคร่าวๆ มาให้อ่านกันว่าคำถามอะไรบ้างที่เราถามเค้าได้ ส่วนใหญ่อีเมลล์คำถามนี้จะได้รับการตอบกลับนะ และนอกจากนั้นการส่งอีเมลล์สอบถามกับทางมหาลัยโดยตรงยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีใจอยากจะเรียนและสนใจในด้านนี้จริงๆ อย่ากลัวซิส สงสัยแล้วก็ถามเลย!

 

 

    รวมคำถามที่จะทำให้การติดต่อมหาลัยเป็นเรื่องกล้วยๆ Part 1

    รวมคำถามที่จะทำให้การติดต่อมหาลัยเป็นเรื่องกล้วยๆ Part 2

    จัดระเบียบรวมคำถามยอดฮิต ล้วงข้อมูลจากมหาลัยแบบถึงพริกถึงขิง

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.6K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.3K