ขั้นตอนเรียนต่อ
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

ม้วนเดียวจบ Step By Step ไกด์เรียนต่อนอก ใช้ได้ปีหน้า ปีนู้น หรือปีไหนๆ!

step by step to study abroad

หลายคนมีความคิดอยากไปเรียนต่อ แต่ยังไม่รู้ว่าขั้นตอนการเริ่ม หรือมีขั้นตอนอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาบอกขั้นตอนแบบ step by step เลย รวบรวมจากฐานบทความอันมากมายของ Hotcourses คัดบทความที่มีประโยชน์มารวมกันที่นี่ที่เดียว 

    

    ใช้เวลากักตัวในช่วงนี้ มาวางแผนการเรียนต่อกันเถอะ! 

 

1. หาคอร์สเรียน 

finding courses

    หลายๆ คนต้องรู้ก่อนนะว่าอยากจะเรียนสาขาหรือคณะอะไร จากนั้นก็ใช้เกณฑ์อื่นๆ มาตัดสินว่าจะไปเรียนที่ไหน เช่น อยากเรียนมหาวิทยาลัยนี้ หรืออยากเรียนในประเทศนี้ ประเทศที่คนนิยมไปเรียนต่อก็เช่น อังกฤษ (เพราะใช้เวลาเรียนน้อยกว่าที่อื่นๆ อย่างป.โทก็ 2 ปี) สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ส่วนประเทศในเอเซียก็จีน ญี่ปุ่น อินเดีย หรือสิงคโปร์ 

 

    ขั้นตอนนี้ทุกคนต้องชัดเจนนะ ถ้าไม่ชัวร์ ขั้นตอนต่อไปมันจะพัง ล้มเป็นโดมิโน่เลยเด้อแม่ อ่านรายละเอียดคอร์สไปเรื่อยๆ ช้าแต่ชัวร์ เริดกว่าแน่นอน 

 

    ค้นหาคอร์สเรียงตามสาขา

    ค้นหาคอร์สเรียงตามประเทศ

    เลือกคอร์สเรียนต่อต่างประเทศอย่างไรดี?

 

    มหาลัยเรียนต่อตามสายอาชีพ 

    5 สายอาชีพน่าเรียนต่อในต่างประเทศ

    7 อาชีพน่าสนใจ หางานง่าย(ขึ้น)ในอังกฤษ

    เอาใจคนชอบเล่นเกม เรียนต่อนอกที่ไหนดี?

    จบแล้ว ได้งานแน่! รวมมหาลัยที่เป็นเลิศด้าน STEM

    

    มหาลัยเรียนต่อตามกำลังทรัพย์ 

    ถูกกว่าใคร ไปอเมริกา! รวมมหาลัยค่าเทอมไม่แพงใน US

    รวมมหาวิทยาลัยค่าเทอมถูกสุดในออสเตรเลีย

    เปิดโผ 10 อันดับมหาลัยที่ค่าเทอมถูกที่สุดใน UK

 

2. เอกสาร

application paper

    หลังจากได้คอร์สที่ถูกใจ ที่คิดว่า ‘เออ อยากเรียนอันนี้แหละ!’ แล้ว ก็ต้องส่งเอกสารสมัครเรียนค่ะ ขั้นตอนนี้อาศัยความละเอียดเป็นที่ตั้ง เพราะเอกสารจิกจุก รายละเอียดเยอะ ถ้าไม่แน่จริงมีเบลอแน่นอน ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าไม่เป๊ะ ก็ไปจ้างเอเจนซี่เรียนต่อได้ เพราะเอเจนท์จะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เอง เราก็นั่งชิลๆ แค่เตรียมเอกสารให้พี่เค้าก็พอ

 

    ก่อนอื่นต้องแน่ใจก่อนว่าคอร์สนี้เราสมัครได้ เข้าไปดูเซ็ทคำถามที่อาจจะต้องใช้ถามข้อมูลได้เลย 

    12 คำถามเด็ดช่วยสมัครเรียนต่อต่างประเทศได้ชิลๆ 

    จัดระเบียบรวมคำถามยอดฮิต ล้วงข้อมูลจากมหาลัยแบบถึงพริกถึงขิง

    

    พอได้ข้อมูลเรียบร้อยแล้วก็ต้องมา ‘เตรียมตัวสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษกัน’ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยาก เหนื่อย ใช้เวลา ความทุ่มเท ความอดทนเยอะมาก (รับประกันความหัวฟูอะค่ะ) มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนน IELTS (นิยมใช้ในอังกฤษและออสเตรเลีย) หรือ TOEFL (นิยมใช้ในอเมริกา) เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีคะแนนอื่นๆ ที่ต้องใช้อีกถ้าสนใจเรียนในสาขาเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็น GMAT GRE ดังนั้นตอนอ่านรายละเอียดการสมัครก็ต้องดูให้ดีๆ ว่ามหาลัยเราต้องการคะแนนอะไร และคะแนนเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์ 

 

    ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

    ทำความรู้จักข้อสอบเรียนต่อต่างประเทศ นอกจาก IELTS TOELF

 

    เตรียมพร้อมสอบ IELTS 

    สุดยอดลายแทงรวมบทความ IELTS ที่คนเตรียมสอบห้ามพลาด* (A must!) 

    ข้อมูลครบจบทุกเรื่องการสอบ IELTS* (A must!) 

    รวม 4 เว็ปไซต์คู่ใจสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวสอบ IELTS

    8 แกรมม่าที่ใช้กันผิดบ่อยๆ ในการสอบ IELTS

    ชำแหละข้อสอบ IELTS พาร์ท Writing ที่อาจทำให้คุณได้คะแนน 5-6.5 ไปครอง

    10 ประโยคช่วยชีวิตยามคับขันใน IELTS speaking test

 

    เตรียมพร้อมสอบ TOEFL

    ทำความรู้จัก TOEFL ข้อสอบตัวร้ายที่คนอยากเรียนต่อเมกาต้องสอบ

    5 คัมภีร์เตรียมสอบ Toefl สุดขลังประจำปี 2019

    8 แกรมม่าที่ใช้ผิดกันบ่อยๆ ใน TOEFL

 

    เตรียมพร้อมสอบ GRE & GMAT

    เปรียบเทียบ GRE กับ GMAT เลือกสอบอันไหนดี?

    GRE: Graduate Record Examination

    

    เอาล่ะ ระว่างอ่านหนังสือไป เราก็ต้องแบ่งเวลามาเตรียมเอกสารอื่นๆ ด้วยนะคะ ไม่งั้นไม่ทันแน่นอน เอกสารหลักที่ต้องมีก็คือ

 

    - Resume บอกข้อมูลเกี่ยวกับเรา ประวัติการศึกษา รวมไปถึงประสบการณ์ทำงานและกิจกรรมอื่นๆ ด้วย เวลาเขียนถึงกิจกรรมที่ทำหรือประสบการณ์ทำงานให้ใส่รายละเอียดไปเล็กน้อยด้วย เพื่อให้คนอ่านรู้ว่าเราทำอะไรกันแน่

    

    - Personal Statement เป็นเอกสารที่จะบอกความตั้งใจของเรา ทำไมเราอยากจะเรียนด้านนี้ เรียนเอาไปทำอะไรต่อ ใส่ความเป็นตัวเองได้เต็มที่เลย 

    การเขียน Personal Statement

    เคล็ดลับการเขียน Personal statement สำหรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัย

    รวมหลากหลายวิธีเขียน Personal Statement พิชิตใจคนอ่านได้ตั้งแต่พารากราฟแรก

 

    - Recommendation Letter เป็นส่วนที่อาจารย์หรือผู้บังคับบัญชาของเราต้องเขียนให้ ส่วนใหญ่จะใช้ 2 ฉบับ เวลาเราขอให้อาจารย์หรือหัวหน้าเขียน recommendation letter ให้ ก็ส่งอีเมลล์ทางการไปหน่อย บอกถึงจุดประสงค์การเรียนต่อ คอร์สที่จะเรียน เรียนจบแล้วเราจะเอาไปต่อยอดยังไง ฯลฯ เพื่อให้อาจารย์หรือหัวหน้ารู้แนวทางในการเขียนด้วย แนะนำให้บอกตั้งแต่เนิ่นๆ เลยเพราะอาจารย์และหัวหน้ายังมีภาระงานอื่นๆ อีก ที่สำคัญบอก Deadline ไปด้วยว่าอยากได้วันไหน 

    

    - Transcript ต้องไปขอกับทางมหาลัย ควรขอตั้งแต่เนิ่นๆ เช่นกัน 

 

    สืบประสบการณ์ การติดต่อมหาลัยต่างประเทศด้วยตัวเอง

    

3. เตรียมตัวไปเรียนต่อ

preparing to fry

    สมมติเราได้รับการตอบรับจากมหาลัยเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำตามมาก็คือเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย ให้ที่ทำงานอยู่ก็รีบบอกหัวหน้า ใครที่ใกล้เรียนจบก็ต้องรีบส่งงานไวๆ เพราะหลังจากนี้ต้องมีเรื่องให้จัดการอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น

 

    - วีซ่านักเรียน 

    วีซ่านักเรียนอเมริกา

    วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย

    วีซ่านักเรียน UK 

    วีซ่านักเรียนในแคนาดา

 

    - ที่พัก

    คัมภีร์หาที่พักนักเรียนในออสเตรเลีย เข้าใจง่าย รวดเดียวจบ

    วิธีหาที่พักนักเรียนในอเมริกาแบบม้วนเดียวจบ

    คัมภีร์หาที่พักสำหรับนักเรียนใน UK - ข้อมูลแน่นเว่อร์ อัพเดทล่าสุด

 

    - ตั๋วเครื่องบิน

    How to หาตั๋วเครื่องบินต่างประเทศราคาถูก

    จองตั๋วเครื่องบินไปเรียนต่ออังกฤษ

    

    - ประกันสุขภาพ

 

    - สิ่งของจำเป็นและจิปาถะ

    Infographic คู่มือจัดกระเป๋าฉบับเตรียมตัวไปเรียนต่อนอก

    สมัครมือถือและอินเตอร์เน็ตเมื่อไปเรียนต่อเมืองนอก

 

4. แพลนหลังเรียนจบ

after graduate

    ในหลายประเทศมีวีซ่าหลังเรียนจบสำหรับนักเรียนด้วยนะเออ ลองไปดูว่าแต่ละประเทศมีวีซ่าแบบไหนที่ให้เราทำงานหลังเรียนจบในประเทศนั้นๆ ได้บ้าง อยู่กันยาวๆ เลยจ้ะ

 

    Infographic มาทำความรู้จักวีซ่าหลังเรียนจบของประเทศต่างๆ กันเถอะ* (A must!)

    นิวซีแลนด์ปรับวีซ่าหลังเรียนจบ เพิ่มสิทธิการทำงานสำหรับนศต่างชาติ

    เจาะลึก วีซ่าทำงาน 2 ปีหลังเรียนจบในอังกฤษ (Post Study work visa)

    ทำงานหลังเรียนจบในประเทศออสเตรเลีย

    ตัวเลือกวีซ่าหลังเรียนจบในแคนาดา

 

 

MUST READ

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู

เคล็ดลับฝึกฟังภาษาอังกฤษยังไงให้เข้าหู   ทำไมถึงฟังภาษาอังกฤษไม่เก่ง? เพิ่มคะแนนการฟังภาษาอังกฤษยังไงดี? ฟังฝรั่ง คนต่างชาติไม่เข้าใจ ต้องทำยังไง? ถ้าตอนนี้มีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจแล้วก็อย่าเพิ่งท้อใจไปนะ ขอให้รู้ไว้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆ บนโลกใบนี้ เพราะเมื่อภาษาแปลงร่างจากการเขียนเป็นการพูด จะมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงของผู้พูดแต่ละคนที่มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ

427.1K

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOELF ต่างกันยังไง

ระบบคะแนน ทำความรู้จักระดับคะแนน IELTS กันก่อนล่ะกัน คือเขาจะแบ่งออกเป็นตั้งแต่ระดับ 1-9 สำหรับแต่ละทักษะ สอบเป็นฟัง พูด อ่าน เขียน พอได้คะแนนในแต่ละพาร์ทมาแล้ว เขาก็จะเอามาหารแล้วได้ออกมาเป็น Overall Score เช่นว่าบางที่อาจจะรับเฉพาะคนที่ได้คะแนนรวม 6 ขึ้นไปเท่านั้น ห้ามมีส่วนไหนได้ต่ำกว่า 5 ไรแบบนี้ (แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะบางมหาวิทยาลัยก็มี Presessional Courses ปรับพื้นฐานภาษาสำหรับคนที่คะแนนไม่ถึง)   แนะนำทางลัด

353.7K

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน  1 ปี หากมีสักแว๊บที่คิดว่า  “นะ..อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกใช้ชีวิตในต่างประเทศ” ขอแนะนำว่าควรลองหาทางดู ไม่ว่าคุณจะมีพื้นฐานแบบไหนมาก็ตาม ในประเทศไทยเองขณะนี้มีมหาวิทยาลัยเกือบ 140 แห่งให้ แต่มีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์อยู่แค่ 10 กว่าแห่งเท่านั้น และแน่นอนว่าในสายตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ CV สมัครงานของเราจะดูน่าสนใจขึ้นอีกมากเพราะ การจบมาจากเมืองนอก

88.6K

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

60.6K