เรียนต่อต่างประเทศ ขั้นตอนการสมัครเรียนต่างประเทศ ส่งลูกเรียนต่อต่างประเทศ ค่าใช้จ่าย

เรียนต่อไม่ยากเลย เช็คโฮมเพจที่เราพัฒนาขึ้นใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลสุดปัง

เข้าดู
ขั้นตอนเรียนต่อ

Product of

สนใจข้อมูลเรียนต่อสุดอินไซด์?

ฟังรีวิวคอร์สคณะมหาลัย ทิปส์เรียนต่อ จากนักเรียนตัวจริงเสียงจริง

เข้าดู
cta banner image
เรียนในต่างประเทศ : การเตรียมตัวและการสมัครเรียน

สรุปขั้นตอนเรียนต่อต่างประเทศ อยากเรียนต่อนอก เริ่มยังไงดี รวบเดียวจบ

วางแผนเรียนต่อต่างประเทศ ป.ตรี ป.โท สรุปทุกขั้นตอนที่ต้องทำแบบละเอียด

travel time

สรุปขั้นตอนไปเรียนต่อต่างประเทศ อ่านง่าย ทำตามได้เลย

หลาย ๆ คนที่อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มยังไงดี ต้องดูอะไรบ้าง ใช้เอกสารอะไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ หรือต้องดูอะไรก่อนอะไรหลัง พอไป search หาก็เจอข้อมูลเยอะพรึ่บจนตาลาย วันนี้ไม่ต้องกลัวแล้วค่ะ เพราะเราสรุปขั้นตอนการเรียนต่อนอกมาให้เรียบร้อย บอกแบบ step-by-step กันเลย ชนิดที่ว่าอ่านจบแล้ววางแผนเรียนต่อต่างประเทศได้เลยทันที ม้วนเดียวจบ!

 

8 steps

 

 

เตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ ใน 8 ขั้นตอน

  1. เลือกหลักสูตร

  2. ดูค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อ

  3. เตรียมเอกสารสำหรับยื่นสมัครเรียนต่อ

  4. เตรียมตัวสอบวัดผลภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL, GMAT)

  5. ยื่นใบสมัคร รอรับ offer จากทางมหาวิทยาลัยและจองที่พัก

  6. ได้ offer แล้ว เตรียมเอกสารและขอวีซ่านักเรียน

  7. แพ็คกระเป๋าพร้อมบินไปเรียนต่อ

  8. วางแผนหลังเรียนจบ

 

 

1. เลือกหลักสูตร

​เรียนต่อสาขาอะไรดี? เรียนที่ไหนดี? หาหลักสูตรที่เหมาะกับเรา หาข้อมูลสำหรับเรียนต่อ
 

choose your course

คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนจะเลือกหลักสูตรสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

  • อยากเรียนคณะหรือสาขาอะไร?
  • อยากเรียนประเทศไหน?
  • อยากไปเรียนนานเท่าไหร่?
  • จะไปเรียนต่อสายอาชีพ เรียนภาษา หรือเรียนต่อป.ตรี ป.โท ป.เอก


อันดับแรก เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าเราอยากเรียนสาขาหรือคณะอะไร อันนี้สำคัญมาก ๆ เพราะเราควรเลือกสาขาที่เหมาะกับเราจริง ๆ ไม่อย่างนั้นถ้าไปเรียนในสาขาที่เราไม่ชอบ อาจจะไม่สนุกกับการเรียนก็ได้ ยิ่งเรียนต่อปริญญาตรี ปริญญาโทนี่ยิ่งต้องเลือกให้ดี เพราะการเรียนมันเข้มข้นมาก 

 

อยากเรียนต่อต่างประเทศแต่ไม่รู้จะเลือกเรียนอะไรดี ลองดูตรงนี้

 

คู่มือเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศแบบละเอียดยิบ เจาะลึกตามแต่ละประเทศ

 

หลังจากเลือกสาขาได้แล้ว เราก็ใช้เกณฑ์อื่น ๆ มาตัดสินว่าจะไปเรียนที่ไหน เช่น อยากเรียนมหาวิทยาลัยนี้ หรืออยากเรียนในประเทศนี้ ประเทศที่คนนิยมไปเรียนต่อก็เช่น อังกฤษ (เพราะใช้เวลาเรียนน้อยกว่าที่อื่นๆ อย่างป.โทก็ 2 ปี) สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ ส่วนประเทศในเอเซียก็จีน ญี่ปุ่น อินเดีย หรือสิงคโปร์ 

 

2. ดูค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อ

ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? รวมข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อต่างประเทศ

estimate your expense and cost

แต่ละประเทศจะมีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่เราเลือก มหาวิทยาลัยที่เราเลือก รวมไปถึงที่พัก ไลฟ์สไตล์ และกฎอื่น ๆ ในการขอวีซ่า คือเรื่องค่าใช้จ่ายนี่ต้องละเอียดนิดนึงค่ะ ไม่งั้นอาจจะช็อคได้ถ้าเราไม่ได้เตรียมเงินให้ครอบคลุมสำหรับทุกอย่างไว้

ค่าใช้จ่ายที่ต้องนำมาคำนวน

  • ค่าเล่าเรียน ค่าเทอม
  • ค่าเช่าหอพักหรือค่าเช่าบ้าน
  • ค่าครองชีพรายเดือน (ค่าอาหาร ค่าหนังสือ ค่าเดินทาง ค่ากิจกรรม ค่าช้อปปิ้ง)
  • ค่าประกันสุขภาพ
  • ค่าสมัครวีซ่า
  • ค่าตั๋วเครื่องบิน
  • เงินในบัญชีที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นขอวีซ่านักเรียน
     

คำนวนค่าใช้จ่ายสำหรับเรียนต่อ

 

แนะนำมหาวิทยาลัยค่าเทอมถูก งบน้อยก็เรียนต่อต่างประเทศได้

 

3. เตรียมเอกสารสมัครเรียน

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการสมัคร? รวมเอกสารที่่ต้องใช้สำหรับเรียนต่อนอก

gather document

เอกสารที่เราต้องเตรียมขึ้นอยู่กับว่าหลักสูตรและประเทศที่เราจะไปเรียนต่อเค้าขอเอกสารอะไรบ้าง บางคณะอาจจะขอผลสอบ GMAT แต่บางคณะไม่ต้องมี หรือบางประเทศอาจจะขอผลตรวจสุขภาพเพิ่มในขณะที่ประเทศอื่นไม่ได้ขอ เป็นต้น ต้องอ่านรายละเอียดดี ๆ นะคะ 

ขั้นตอนนี้อาศัยความละเอียดเป็นที่ตั้ง เพราะเอกสารจิกจุก รายละเอียดเยอะ ถ้าไม่แน่จริงมีเบลอแน่นอน ดังนั้นถ้ารู้ตัวว่าไม่เป๊ะ ก็ไปจ้างเอเจนซี่เรียนต่อได้ เพราะเอเจนท์จะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เอง เราก็นั่งชิลๆ แค่เตรียมเอกสารให้พี่เค้าก็พอ

ถ้าไม่แน่ใจ แนะนำให้ปรึกษาเอเจ้นท์ค่ะ

ถึงแม้แต่ละที่จะขอเอกสารไม่เหมือนกัน แต่หลัก ๆ แล้วจะใช้เอกสารสำคัญตามนี้เลย
 

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

  • ผลการเรียน (Transcript)
  • จดหมายจากอาจารย์หรือหัวหน้างาน (Recommendation letter)
  • เรียงความแนะนำตัวเอง (Statement of Purpost/SOP หรือ Personal letter)
  • Resume/CV
  • จดหมายอธิบายว่าทำไมเราเลือกเรียนต่อที่นี่ (Cover letter)
  • เอกสารรับรองทางการเงิน (Financial statement)
  • ใบปริญญา ใบประกาศนียบัตรหรือวุฒิต่าง ๆ 

 

Resume บอกข้อมูลเกี่ยวกับเรา ประวัติการศึกษา รวมไปถึงประสบการณ์ทำงานและกิจกรรมอื่นๆ ด้วย เวลาเขียนถึงกิจกรรมที่ทำหรือประสบการณ์ทำงานให้ใส่รายละเอียดไปเล็กน้อยด้วย เพื่อให้คนอ่านรู้ว่าเราทำอะไรกันแน่
 

Statement of Purpost/SOP หรือ Personal letter เป็นเอกสารที่จะบอกความตั้งใจของเรา ทำไมเราอยากจะเรียนด้านนี้ เรียนเอาไปทำอะไรต่อ ใส่ความเป็นตัวเองได้เต็มที่เลย 

Recommendation Letter เป็นส่วนที่อาจารย์หรือผู้บังคับบัญชาของเราต้องเขียนให้ ส่วนใหญ่จะใช้ 2 ฉบับ เวลาเราขอให้อาจารย์หรือหัวหน้าเขียน recommendation letter ให้ ก็ส่งอีเมลล์ทางการไปหน่อย บอกถึงจุดประสงค์การเรียนต่อ คอร์สที่จะเรียน เรียนจบแล้วเราจะเอาไปต่อยอดยังไง ฯลฯ เพื่อให้อาจารย์หรือหัวหน้ารู้แนวทางในการเขียนด้วย แนะนำให้บอกตั้งแต่เนิ่นๆ เลยเพราะอาจารย์และหัวหน้ายังมีภาระงานอื่นๆ อีก ที่สำคัญบอก Deadline ไปด้วยว่าอยากได้วันไหน 

Transcript ต้องไปขอกับทางมหาลัย ควรขอตั้งแต่เนิ่นๆ เช่นกัน 

 

4. เตรียมตัวสอบวัดผลภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL, GMAT)

ต้องสอบอะไรบ้าง? IELTS, TOEFL, GMAT คืออะไร?

take an exam

คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนจะเลือกหลักสูตรสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ

ขั้นตอนต่อมาคือ ‘เตรียมตัวสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษกัน’ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ยาก เหนื่อย ใช้เวลา ความทุ่มเท ความอดทนเยอะมาก (รับประกันความหัวฟูอะค่ะ) มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะใช้คะแนน IELTS (นิยมใช้ในอังกฤษและออสเตรเลีย) หรือ TOEFL (นิยมใช้ในอเมริกา) เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีคะแนนอื่นๆ ที่ต้องใช้อีกถ้าสนใจเรียนในสาขาเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็น GMAT GRE ดังนั้นตอนอ่านรายละเอียดการสมัครก็ต้องดูให้ดี ๆ ว่ามหาลัยเราต้องการคะแนนอะไร และคะแนนเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์ 

เตรียมสอบ IELTS

 

เตรียมสอบ TOEFL

 

เตรียมสอบ GRE & GMAT

 

5. ยื่นใบสมัคร รอรับ offer จากทางมหาวิทยาลัยและจองที่พัก

ยื่นใบสมัครไปตามมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ และรอผลตอบรับจากทางมหาวิทยาลัย

หลังเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้ว เราก็พร้อมจะยื่นใบสมัครรัว ๆ ไปเลยค่ะ ส่วนใหญ่มหาวิทยาลัยจะใช้เวลา 1-3 เดือนในการตอบรับหรือปฏิเสธ ถ้านานเกินกว่านี้เราขอแนะนำให้เช็คในเว็บของมหาวิทยาลัยว่าเค้ามีอัพเดทอะไรรึเปล่า ถ้าไม่มี เราสามารถอีเมลไปสอบถามมหาวิทยาลัยได้เลยค่ะ

offer มี 2 แบบ 

  • conditional offer ยอมรับเข้าเรียนแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องเข้าเรียน pre-sessional course
  • unconditional offer ยอมรับเข้าเรียนแล้วชัวร์ ๆ เตรียมขอวีซ่า เตรียมบิน

เมื่อได้ offer  มาแล้วและเราตอบรับยืนยันว่าจะเรียนที่นี่แล้ว ทางมหาวิทยาลัยจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินและจองที่พักมาให้ค่ะ น้อง ๆ สามารถเลือกที่พักที่เหมาะกับงบของเราและถูกใจเราได้เลย (อาจต้องมัดจำล่วงหน้า) เอกสารการยืนยันที่พักจะต้องนำไปใช้ประกอบการขอวีซ่านักเรียนด้วยนะคะ

 

6. เตรียมเอกสารและขอวีซ่านักเรียน

เอกสารที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง? ขอวีซ่านักเรียนตอนไหน? แชร์ทิปส์สำหรับการขอวีซ่านักเรียนและคำถามที่เจอบ่อย ๆ พร้อมทั้งวีธีแก้ถ้าขอวีซ่านักเรียนไม่ผ่าน

student visa

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับขอวีซ่า

แต่ละประเทศจะขอเอกสารไม่เหมือนกัน ต้องดูให้ละเอียดนะคะ แต่ส่วนใหญ่แล้วเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ ได้แก่

  • พาสปอร์ต
  • รูปถ่าย 
  • แบบฟอร์มคำร้องที่กรอกเรียบร้อยแล้ว (ส่วนใหญ่ทำออนไลน์ได้)
  • จดหมายตอบรับการเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัย หรือ University offer letter
  • หลักฐานทางการเงิน (แล้วแต่ประเทศว่าเค้าขอจำนวนเท่าไหร่ และใช้หลักฐานแบบไหนบ้าง)
  • ใบปริญญาหรือวุฒิการศึกษา
  • ผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, TOEFL
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า
  • เอกสารการของที่พัก
     

สรุปข้อมูลวีซ่านักเรียนของแต่ละประเทศ

เตรียมตัวสัมภาษณ์ขอวีซ่า

หาที่พักตอนไปเรียนต่อต่างประเทศยังไง? ต้องจองที่พักยังไง? ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่? ควรแพ็คอะไรไปเรียนต่อบ้าง?

หาที่พักสำหรับเรียนต่อนอก

 

7. แพ็คกระเป๋าพร้อมไปเรียนต่อ

 

pack your luggage

 

แพ็คกระเป๋า ควรเอาอะไรไปบ้าง

อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่าสายการบินอนุญาตให้นำสัมภาระไปได้กี่กิโลกรัม นำกระเป๋าไปได้กี่ใบ และประเทศที่เราจะไปนั้นมีสิ่งของต้องห้ามอะไรบ้าง บางประเทศจะเน้นมากว่าไม่สามารถนำผลไม้สดหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์บางประเภท เช่น หมู เป็นต้น 

 

8. วางแผนหลังเรียนจบ

ในหลายประเทศมีวีซ่าหลังเรียนจบสำหรับนักเรียนด้วยนะเออ ลองไปดูว่าแต่ละประเทศมีวีซ่าแบบไหนที่ให้เราทำงานหลังเรียนจบในประเทศนั้นๆ ได้บ้าง อยู่กันยาวๆ เลยจ้ะ

post-study

 

 

 

MUST READ

article Img

ไขข้อสงสัย IELTS กับ TOEFL ต่างกันยังไง ควรสอบอะไรดี อัพเดตการสอบปี 2026

IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? เลือกสอบอะไรดีสำหรับเรียนต่อต่างประเทศ   ใครที่กำลังวางแผนเรียนต่อต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยก็คือระหว่าง IELTS และ TOEFL ควรสอบอะไรดี เพราะทั้งสองแบบสามารถใช้ยื่นมหาวิทยาลัยได้ แต่มีความแตกต่างทั้งรูปแบบสอบ ระบบคะแนน และประเทศที่นิยมใช้   บทความนี้จะเปรียบเทียบการสอบทั้ง 2 รูปแบบ พร้อมตัดสินใจว่าการสอบแบบไหนเหมาะกับใครบ้าง   IELTS vs TOEFL ต่างกันยังไง? IELTS และ TOEFL

462.8K
article Img

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี! แจกแพลนครบ 12 เดือน อยากเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เริ่มได้เลย

วิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อนอกภายใน 1 ปี เอ๊…ถ้าอยากไปเรียนต่อต่างประเทศปีหน้า เราควรต้องเตรียมตัวช่วงไหนนะ? ตอนนี้มันจะสายไปมั้ยหรือยังไง? แล้วเดือนไหนควรต้องเตรียมอะไรบ้าง? หลาย ๆ คำถามเหล่านี้อาจเป็นคำถามในใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนเราก็อาจจะหาคำตอบได้ยากหน่อย เพราะข้อมูลมันเยอะมากกกก จนต้องเอามาสรุปกันเองแบบงง ๆ (แอดมินเป็นมาก่อนค่า) แต่ไม่ต้องเครียดค่ะ วันนี้ Hotcourses Thailand ขอเสนอตัว

106.7K
article Img

รวมกลวิธีเตรียมสอบทุกทักษะ IELTS แบบไม่ง้อติวเตอร์

ฝึกทักษะการฟัง - ดูรายการภาษาอังกฤษ ทักษะการฟังเป็นส่วนแรกที่เราจะต้องเจอในการสอบ IELTS ซึ่งโดยมากแล้วจะมาประมาณ 4 สถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป อาจจะเป็นการกรอกแบบสอบถาม การคุยกันกับเพื่อน เติมแผนที่ลงไปในโปรแกรมทัวร์อะไรเทือกๆ นี้     สิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมตัวคือการฝึกหูของเราให้รับและคุ้นชินกับสำเนียงบริติช หลายครั้งคนไทยเราส่วนมากจะเจอแต่สำเนียงอเมริกัน จนเราชินกับสำเนียงเขาไปแล้ว

79.7K
article Img

IELTS Writing Task 2 คืออะไร? โครงสร้าง วิธีเขียน และเทคนิคทำคะแนนสูง

IELTS Writing Task 2: เทคนิคเขียน essay ให้ได้คะแนนดี  สำหรับนักศึกษาที่เลือกสอบ IELTS เพื่อยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษ สิ่งที่ต้องเจอก็คือข้อสอบพาร์ทการเขียนที่มี 2 ข้อ โดยข้อ 2 จะเป็นส่วนที่มีคะแนนถึง 2 ใน 3 ของคะแนนทั้งหมดในส่วนนี้ วันนี้ IDP Hotcourses จะพาไปเจาะลึกข้อสอบส่วนนี้ พร้อมให้เทคนิคดีๆ เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวได้ถูกต้องกัน   IELTS Writing Task 2 คืออะไร IELTS Writing Task 2 คือ ข้อสอบข้อที่ 2

71.4K